โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ด่วน ทหารชุดลาดตระเวน เหยียบกับระเบิด เจ็บ 5 มี 1 นาย ขาขวาขาด

คมชัดลึกออนไลน์

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 05.21 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 12.08 น.

กองทัพบกขอประณามฝ่ายกัมพูชา จากเหตุลอบวางทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดนช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี จนเป็นเหตุให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บสาหัส

23 ก.ค. พ.ศ. 2568 เวลาประมาณ 16.55 น. เกิดเหตุการณ์ที่กำลังพลของกองทัพบกจาก ชุดลาดตระเวน กองพันทหารราบที่ 14 ประสบกับทุ่นระเบิดบริเวณห้วยบอน ช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเป็นแนวพื้นที่ปฏิบัติงานตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา

เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้กำลังพลของกองทัพบกได้รับบาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 5 นาย โดย 1 นาย ขาขวาได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการเหยียบกับระเบิด และอีก 4 นายมีอาการแน่นหน้าอก หูอื้อ จากแรงสั่นสะเทือนของแรงระเบิด ปัจจุบันอยู่ระหว่างการรับการรักษาอย่างเร่งด่วน ณ โรงพยาบาลน้ำยืน

โดยในวันพรุ่งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกจะลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และดูแลให้กำลังใจผู้บาดเจ็บ พร้อมได้สั่งการให้กำลังกองทัพภาคที่ 1 กองทัพภาคที่ 2 และกำลังส่วนต่าง ๆ เตรียมพร้อมปฏิบัติตามแผน “จักรพงษ์ภูวนาถ” เมื่อสั่ง

กองทัพบกขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำอันไร้มนุษยธรรม ซึ่งละเมิดต่อหลักมนุษยธรรมสากลและข้อตกลงระหว่างประเทศ อันเกิดขึ้นภายในเขตราชอาณาจักรไทย โดยเป็นการกระทำของฝ่ายกัมพูชา และขอเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยถือเป็นการกระทำที่เป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อสันติภาพและเสถียรภาพบริเวณชายแดนระหว่างสองประเทศ

ทั้งนี้ กองทัพบกขอยืนยันว่า จะใช้ทุกกลไกที่มีอยู่ในการดำเนินการตามกรอบที่เหมาะสม เพื่อปกป้องความปลอดภัยของกำลังพลและประชาชนชาวไทย มิให้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีกต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารที่ได้รับบาดเจ็บขาขาดนั้น คือ จ่าสิบเอกพิชิตชัย บุญโคราช สังกัดกองพันทหารราบที่ 14 (พัน.ร.14) ซึ่งเป็นหนึ่งในชุดลาดตระเวนประจำพื้น

Cr.ทีมโฆษกกองทัพบก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...