3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า หัวหน้าทีมไทยแลนด์รายงานความคืบหน้าเจรจาต่อรองภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ต้องรอต่อไป หลัง คุณ พิชัย รองนายกฯ และ รมว.คลัง โพสต์เฟซบุ๊กว่า การพูดคุยอย่างเป็นทางการครั้งที่ 2 กับทางผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เรื่องอัตราภาษี ยังไม่ทราบว่าอัตราจะเป็นเท่าไร โดยฟากสหรัฐฯ แจ้งว่าจะนำส่งผลการประชุมไปรายงานปธน. ทรัมป์ ให้ทราบ และหากมีการอัพเดทจะแจ้งให้ทราบ ตีความเป็นความเสี่ยงต่อทีมไทยแลนด์
รอผลการเจรจา Reciprocal Tariffs ก่อน 1 ส.ค. กรณี Best Case อัตราภาษีที่สหรัฐฯ เสนอให้ไทยต่ำกว่า 36% ตามที่ไทยพยายามขอลดเหลือ 18-20% กลุ่มหุ้นที่จะปรับขึ้นจากต้นทุนลดลง CPALL HMPRO COM7 กลุ่มส่งออกที่ใช้วัตถุดิบนำเข้า ต้นทุนต่ำลง อัตรากำไรเพิ่ม DELTA HANA KCE (แต่ SME จะได้รับผลกระทบเชิงลบจากการแข่งขันที่ยากมากขึ้น เมื่อเทียบกับสินค้านำเข้า) ซึ่งช่วยให้ GDP ไทยมีโอกาสขยายตัวได้ 1.50–2%กรณี Worst Case ไทยถูกเก็บที่ภาษี 36% เช่นเดิม จะกระทบเศรษฐกิจไทยสูงถึง 1.23 ล้านล้านบาท หรือ ประมาณ 6% ของ GDP
การเมืองหาจุดยืนไม่เจอ หลังอนุฯ กรรมการ กกต. มีมติฟันคดีฮั้วเลือกตั้ง ส.ว. รวม 229 คน โดยแบ่งเป็น สว. 138 คน และกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยและเครือข่าย 91 คน ซึ่งหาก กกต. ชุดใหญ่เห็นชอบ อาจนำไปสู่การยื่นคำร้องต่อศาล รธน. เพื่อยุบพรรคภูมิใจไทย ส่งผลต่อเสถียรภาพของวุฒิสภาและโครงสร้างรัฐบาล-ฝ่ายค้าน
คุณทักษิณเสนอแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ ในงาน UNLOCKING THAILAND’S FUTURE มีข้อเสนอเชิงนโยบาย เช่น Golden Visa, Sandbox Crypto, Smart City สร้าง Sentiment
บวกต่อหุ้นกลุ่มอสังหาฯ ท่องเที่ยว สนามบิน
SET INDEX บ่ายนี้คาด วิ่งในกรอบระหว่าง 1195-1212 จุด
บล.เอเอสแอล ระบุว่า ดัชนีช่วงเช้าปรับตัวขึ้นต่อ ตามภูมิภาคที่ปรับตัวขึ้น ความคาดหวังเชิงบวกเกี่ยวกับการเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ สร้าง Sentiment เชิงบวกต่อตลาดโดยรวม โดยเฉพาะหุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับการค้าโลก ประกอบกับ ความคาดหวังต่อผู้ว่าฯ ธปท. คนใหม่ที่จะมีแนวโน้มใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ซึ่งช่วยเสริมสภาพคล่องและบรรยากาศการลงทุนในตลาดโดยรวม ด้านการแสดงวิสัยทัศน์ของอดีตนายกทักษิณ วานนี้ มองเป็นเรื่องเดิมที่นำมาเล่าใหม่ ยังไม่มีปัจจัยใหม่ แต่สร้าง Sentiment บวกอ่อนให้กับตลาด
ด้านปัจจัยต่างประเทศตลาดหุ้นสหรัฐฯทำ All Time High อีกครั้งจากข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาดีกว่าคาด โดยยอดค้าปลีกเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้นมากกว่าตลาดคาด และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ลดลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน
กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อผ่านยืน 1,200 จุดขึ้นมาเป็นสัญญาณบวก มีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป 1,215/1,230
บล.โกลเบล็ก คาดดัชนีได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม ELECTRONIC และ ENERGY อย่างไรก็ตามนักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงแค่ 2 ครั้งจากก่อนหน้านี้คาดจะปรับลด 3 ครั้ง มองกรอบดัชนี 1,200-1,215 จุด โดยประเมินแนวรับ 1,200 แนวต้าน 1,215
ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนีปรับตัวขึ้น จากความคาดหวังการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐและไทย ประกอบกับ Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่ไหลกลับเข้ามาต่อเนื่อง มีแรงซื้อ นำโดยหุ้น DELTA ซึ่งหนุนดัชนีราว +5 จุด ตามด้วยหุ้นกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และไอซีที ขณะที่มีแรงขายนำโดยหุ้นกลุ่มขนส่ง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,205.17 จุด +7.06 จุด +0.59% มูลค่าการซื้อขาย 33,194.90 ลบ.