โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘ไอติม’ ข้องใจ ‘สภา’ จัดงบซื้อ ‘เรือเจ็ตสกี-ตรวจการณ์-รับรอง’ กว่า 82 ล้าน มีความจำเป็นอะไร?

เดลินิวส์

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 16.42 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 09.12 น. • เดลินิวส์
‘ไอติม’ ข้องใจ ‘สำนักเลขาฯ สภา’ งบซื้อเรือเจ็ตสกี-ตรวจการณ์-รับรอง กว่า 82 ล้านบาทมีความจำเป็นอะไร ด้าน ‘วิสาร’ ไม่เห็นด้วยทุ่มงบกว่า 117 ล้านเป็นห้องประชุม ครม. ขณะที่ ‘อาพัทธ์’ รีบแจง ปรับตัดงบเรือออกไปแล้ว

เมื่อวันที่ 18 ก.ค. 68 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ในฐานะรองประธาน กมธ. เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณางบประมาณของสำนักงานเลขาธิการสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กมธ.ได้ซักถามต่อความชัดเจนต่อการเสนอของบประมาณในหลายโครงการที่พบว่าไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน และไม่สมเหตุสมผล รวมถึงมีบางโครงการที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าจะเป็นการเปิดช่องให้มีการทุจริต คอร์รัปชั่นในงบประมาณของสภาได้

โดยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ กมธ.ซักถามว่า ที่รัฐสภามีห้องประชุมเพื่อไว้รองรับการประชุมของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่รัฐสภา แต่ล่าสุดตนได้ยินว่าจะยุบ 3 ห้องประชุมของกมธ. เพื่อใช้เป็นห้องประชุม ครม.อีก โดยตั้งงบไว้ 117 ล้านบาท ซึ่งตนไม่เห็นด้วย และขอคำชี้แจง นอกจากนั้นแล้วในการจัดสรรงบประมาณ มีโครงการที่ตั้งไว้เพื่อปรับปรุงภูมิทัศน์ภายนอกอาคารรัฐสภา ซึ่งเป็นงบซ่อมอาคารและพื้นที่ทั้งที่อาคารอยู่ในระยะประกัน โดยรายละเอียดระบุว่าเป็นการจ้างงานดูแลระบบวิศวกรรม อาคารรัฐสภาและอาคารประกอบ ซึ่งตนทราบว่าบริษัทที่จะได้รับงานดังกล่าวเป็นบริษัทที่มีกิจการร่วมค้ากับบริษัทผู้รับเหมารายเดิมและบริษัทที่ได้รับงานไอซีทีของรัฐสภา ซึ่งตนมองว่าหากอยู่ในระยะประกันควรให้บริษัทผู้รับจ้างเป็นผู้รับผิดชอบไม่ใช่ใช้เงินของสภาไปดำเนินการ ทั้งนี้ ตนเชื่อว่าเลขาธิการสภาทราบดีว่าในงานก่อสร้างนั้นส่วนที่มีผลประโยชน์หรือกำไรคือ งานส่วนไอซีทีที่มีการบวกมากถึง 40 เปอร์เซ็นต์

“ในช่วง 3-4 เดือนนี้ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร อย่าลงนามในสัญญาจ้างใดๆ เพราะแม้ว่าจะเกษียณอายุราชการไปแล้ว แต่คดีที่ถูกยื่นต่อ ป.ป.ช. นั้นตามติดตลอดชีวิต ซึ่งในหลายโครงการของรัฐสภา ผมเชื่อว่าจะมีการคอร์รัปชั่นอย่างมโหฬาร และหากเป็นไปได้ ผมขอให้ถอนโครงการ เพราะจากงบก่อสร้างรัฐสภา 1.2 หมื่นล้านบาท แต่ขณะนี้รวมค่าซ่อมด้วย ต้องใช้งบร่วม 2 หมื่นล้านบาท” นายวิสาร กล่าว

ขณะที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะ กมธ. ตั้งคำถามต่อการเสนอของบประมาณของสภา เพื่อใช้ในโครงการจัดซื้อรถนำขบวนของประธานสภา และรองประธานสภา รวม 3 คัน มูลค่ารวม 8 ล้านบาท รวมถึงงบประมาณเพื่อจัดซื้อเรือ ได้แก่ เจ็ตสกี จำนวน 2 ลำ เรือตรวจการณ์ จำนวน 2 ลำ มูลค่า 40 ล้านบาท และเรือรับรอง 1 ลำ มูลค่า 40 ล้านบาท รวมงบประมาณซื้อเรือทั้ง 3 ประเภทนั้นมูลค่ากว่า 82 ล้านบาท ซึ่งมีความจำเป็นมากน้อยแค่ไหน

ด้านนายภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรค ปชน. ในฐานะ กมธ. อภิปรายท้วงติงต่อการโอนงบประมาณที่เสนอขอในปี 2568 ไปทำโครงการอย่างอื่น เช่น งบพัฒนาเยาวชน 19 ล้านบาท ไปเป็นค่าครุภัณฑ์เพื่อปรับปรุงห้องจัดเลี้ยง ชั้นบี 1 และบี 2 ย้ายงบ 11 ล้านบาทไปทำไฟส่องสว่างริมแม่น้ำ ย้ายงบเกี่ยวกับกล้องซีซีทีวี (CCTV) ของสภา 10 ล้านบาท ไปเป็นเรื่องของจอแอลอีดี นอกจากนั้นแล้วพบว่ายังมีการโอนงบประมาณเพื่อพัฒนาเยาวชนเกี่ยวกับประชาธิปไตย จำนวน 35 ล้านบาท เพื่อนำไปปรับปรุงภูมิทัศน์ คือ น้ำพุ

“กรณีลักไก่แบบนี้ ทำไม่ได้ ต้องตัดทิ้ง อย่างการย้ายห้องสมุดมาอยู่ชั้น 1 พบว่ากรมโยธิการและผังเมืองมาออกแบบแล้ว ตามที่ประธานสภาดำริไว้ ซึ่งเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นแล้ว” นายภัณฑิล กล่าว

จากนั้น ว่าที่ ร.ต.ต.อาพัทธ์ สุขะนันท์ เลขาธิการสภา ชี้แจงว่า ประเด็นการโอนเปลี่ยนแปลงงบประมาณนั้น เพราะมีการพิจารณาว่าควรแก้ปัญหาด้านต่างๆ สำนักงานเลขาธิการสภา จึงขอเปลี่ยนแปลง ทั้งนี้ในส่วนของการปรับปรุงพิพิธภัณฑ์ วงเงิน 200 ล้านบาทเป็นงบผูกพันนั้น โดยจะมีพื้นที่ MB1 และชั้น 11 ยังอยู่ในระหว่างการออกแบบ คาดว่ามีนาคม 2569 จะได้ข้อสรุป ทั้งนี้ ในส่วนดังกล่าวจะมีค่าควบคุมงาน 6-7 ล้านบาท ส่วนห้องสมุดที่ของบประมาณจัดสร้างใหม่นั้น ข้อเท็จจริงห้องสมุดที่อยู่บริเวณชั้น 9 ไม่ได้ยกเลิก แต่จะสร้างเพิ่มเติมที่ชั้น 1 ซึ่งมีแบบที่ขอความอนุเคราะห์แล้ว ทั้งนี้แต่ยังไม่มีงบดำเนินการ ขณะที่ประเด็นเรือตรวจการณ์และเรือรับรองนั้น ได้ปรับตัดออกไปแล้ว ขณะที่อาคารจอดรถนั้นได้ยกเลิกอีบิดดิ้งแล้ว ส่วนอนาคตจะมีอีกหรือไม่ ต้องให้เป็นส่วนที่เลขาธิการสภาคนใหม่จะพิจารณาตามที่ได้รับมอบนโยบายจากประธานสภา

เลขาธิการสภา ชี้แจงต่อว่า ห้องประชุม ครม.นั้น จะใช้พื้นที่ห้องริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณชั้น 2 ติดกับห้องของ สส. โดยจะปรับปรุงพื้นที่เพื่อให้พักรอระหว่างพิจารณาของสภา และส่วนที่เกี่ยวข้องในกรณีที่มีองค์ประชุมใกล้เคียงกัน ซึ่งไม่ได้เบียดบังห้องกมธ.แต่อย่างใด ขณะที่โครงการปรับปรุงศาลาแก้วเพิ่มไว้รองรับผู้มาวางพวงมาลา และพานพุ่มในวันสำคัญ แต่เมื่อพื้นที่ต้องปรับปรุงพื้นที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 7 และต้องมีพระราชพิธี ดังนั้น จึงต้องเตรียมความพร้อมของสถานที่ ส่วนงบประมาณจะมีเท่าไรที่เหมาะสมต้องพิจารณาอีกครั้ง.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...