โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทบ. ขอเวลาพิสูจน์ทุ่นระเบิด หากเป็นระเบิดใหม่พร้อมตอบโต้ทันที

อีจัน

อัพเดต 18 ก.ค. 2568 เวลา 19.28 น. • เผยแพร่ 18 ก.ค. 2568 เวลา 12.25 น. • อีจัน

ลุ้นผลพิสูจน์!

จากกรณีที่มีเหตุความไม่สงบบริเวณชายแดน กำลังพลกองร้อยทหารราบที่ 6021 เหยียบกับระเบิดระหว่างการลาดตระเวนในพื้นที่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ทำให้ได้รับบาดเจ็บ 3 นาย และทุกนายในตอนนี้อาการปลอดภัยอยู่ในระหว่างการพักสังเกตอาการที่โรงพยาบาลอย่างใกล้ชิด ในขณะเดียวกันเอง แม่ทัพภาค 2 ได้ลงมาเยี่ยมทหารที่ประสบเหตุด้วยตัวเองอีกด้วย

ล่าสุดวันนี้(18 ก.ค.68) เว็บไซต์ รัฐบาลไทย โดย นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้รับรายงานการประชุม ศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) โดยมีรายละเอียดเกี่ยวกับ ทหารออกลาดตระเวนเหยียบทุ่นระเบิดดังกล่าวว่า ขณะนี้กองทัพบกได้ส่งหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรม (นปท.) เข้าพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐานและดำเนินการวิเคราะห์โดยผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2–3 วัน เพื่อพิสูจน์ชนิดของทุ่นระเบิดและช่วงเวลาที่ถูกนำมาติดตั้งว่า เป็นของเดิมหรือเพิ่งวางขึ้นใหม่ หากพบว่าเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกวางใหม่ จะถือเป็นการละเมิดต่อ “อนุสัญญาออตตาวา” ว่าด้วยการห้ามใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งไทยและกัมพูชาเป็นภาคีมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2542 ทั้งนี้ รัฐฯขอยืนยันว่า หากพบว่าเป็นการกระทำใหม่จะไม่เพิกเฉย และหากมีการลุกล้ำอธิปไตยของประเทศไทย จะดำเนินการตอบโต้ที่ชัดเจนและจะดำเนินการตามข้อเท็จจริงโดยยึดหลักสากล เพื่อเป็นแนวทางในการกำหนดท่าทีของไทยต่อไป

ส่วนการลงพื้นที่ของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในพื้นที่ช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี โดยกำลังพลทั้ง 3 นายมีขวัญและกำลังใจดี และขณะนี้ได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากคณะแพทย์ของโรงพยาบาล ซึ่งการรักษาเป็นไปตามมาตรฐานและทันท่วงทีจนอาการของทั้ง 3 นายอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยแล้ว ซึ่งกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บ ที่บริเวณข้อเท้าซ้าย กองทัพมีมาตรการช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งทางการแพทย์และการดูแลเรื่องสวัสดิการและอื่นๆ โดยจะได้รับการเลื่อนยศหลังจากรักษาตัว และรับเงินบำเหน็จรายเดือน 15,600 บาท และเมื่อรวมกับเงินจากหน่วยงานและองค์กรต่าง ๆ คาดว่าจะได้รับเงินเงินเดือน กว่า 3 หมื่นบาท นอกจากนี้ยังจะได้รับเงินสนับสนุนต่างๆ จากหลายหน่วยงานกว่า 1 ล้านบาท และได้ให้พิจารณาบรรจุทายาทเข้ารับราชการทดแทนในกรณีพิเศษ รวมถึงมอบเหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้น 2 ประเภท 1 และบัตรทหารผ่านศึกชั้นที่ 3 ซึ่งสามารถใช้เป็นสิทธิพิเศษต่างๆตลอดชีวิต

ที่มา: เว็บไซต์รัฐบาลไทย

https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/98532

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...