โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

รอยฟกช้ำเป็นแล้วไม่หายอาจเป็นสัญญาณเตือนโรคลูคีเมีย มะเร็งเม็ดเลือดขาว

Amarin TV

เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 06.59 น.
รอยช้ำเป็นแล้วไม่หายอาจเป็นสัญญาณโรค

รอยช้ำเป็นแล้วไม่หายอาจเป็นสัญญาณโรค "ลูคีเมีย" หรือ "มะเร็งเม็ดเลือดขาว" โรคร้ายที่พราก "แจฮยอน" ไอดอลเกาหลี วัยเพียง 23 ปี

ปัจจุบันโรคมะเร็ง ยังคงเป็นหนึ่งในสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของประชากรทั่วโลก ซึ่งหนึ่งในโรคมะเร็งที่หลายคนอาจยังไม่ค่อยคุ้นเคยแต่มีความร้ายแรงไม่น้อยก็คือ โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ“ลูคีเมีย” และโรคร้ายโรคนี้นี่เองที่พราก แจฮยอน วง F.able วัยเพียง 23 ปี สำนักข่าวเกาหลียืนยันข่าวเศร้า เมื่อวานนี้ (2 ก.ค. 2568)

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับมะเร็งเม็ดเลือดขาวในทุกแง่มุม ตั้งแต่ความหมายของโรค สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง อาการที่ควรสังเกต การวินิจฉัย รวมถึงแนวทางการรักษาที่ใช้ในทางการแพทย์ในปัจจุบัน เพื่อให้ทุกคนสามารถรับรู้ เข้าใจ และเฝ้าระวังโรคนี้ได้อย่างถูกต้องและทันเวลา

มะเร็งเม็ดเลือดขาว ลูคีเมีย คืออะไร

มะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ ลูคีเมีย (Leukemia) คือภาวะที่เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดในไขกระดูกเกิดการกลายพันธุ์และแบ่งตัวผิดปกติ ทำให้ร่างกายผลิตเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ไม่สมบูรณ์ในปริมาณมากจนไปรบกวนการสร้างเม็ดเลือดปกติอื่นๆ ได้แก่ เม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือด จึงทำให้เกิดอาการผิดปกติต่างๆ ตามมา

มะเร็งเม็ดเลือดขาว สามารถแบ่งออกได้หลายชนิด ตามลักษณะของเซลล์ต้นกำเนิดที่ผิดปกติและระยะเวลาการดำเนินโรค เช่น

• ชนิดเฉียบพลัน (Acute Leukemia) : โรคดำเนินเร็ว มีอาการรุนแรง ต้องรักษาทันที

• ชนิดเรื้อรัง (Chronic Leukemia) : โรคดำเนินช้า อาการค่อยเป็นค่อยไป

แบ่งตามชนิดของเซลล์มะเร็งเม็ดเลือดขาว

• มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟซิติก (lymphocytic leukemia) เป็นมะเร็งชนิดที่ส่งผลกระทบต่อเซลล์ในน้ำเหลืองและก่อตัวขึ้นในต่อมน้ำเหลือง เนื้อเยื่อของต่อมน้ำเหลืองช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้อย่างถูกต้อง

• มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดไมอีโลจีนัส (myelogenous leukemia) เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ส่งผลกระทบต่อเซลล์สายไมอีโลจีนัสซึ่งช่วยสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ และเซลล์ผลิตเกล็ดเลือด

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของมะเร็งเม็ดเลือดขาว

แม้ว่าสาเหตุที่แท้จริงของโรคจะยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดในทุกกรณี แต่งานวิจัยทางการแพทย์พบว่ามีปัจจัยหลายประการที่อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาว ดังนี้

1. การกลายพันธุ์ทางพันธุกรรม

• การเปลี่ยนแปลงของ DNA ในเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดอาจกระตุ้นให้เซลล์แบ่งตัวผิดปกติ

2. พันธุกรรมและกรรมพันธุ์

• แม้ว่าโรคนี้ไม่ใช่โรคที่สืบทอดโดยตรงจากพ่อแม่สู่ลูกในรูปแบบที่ชัดเจน แต่ผู้ที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นโรคนี้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

• กลุ่มอาการพันธุกรรมบางชนิดเพิ่มความเสี่ยง เช่น โรคดาวน์ซินโดรม ผู้ป่วยโรคไขกระดูกเสื่อม หรือภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง

3. รังสีและสารเคมี

• การได้รับรังสีในระดับสูง เช่น จากการฉายรังสีรักษามะเร็ง หรือผู้รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณู

• การสัมผัสสารเคมี เช่น เบนซีน (benzene) ซึ่งพบในโรงงานอุตสาหกรรมหรือบุหรี่

4. การรักษามะเร็งบางชนิดในอดีต

• การได้รับยาเคมีบำบัดหรือรังสีรักษาในอดีตสำหรับมะเร็งอื่น ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวภายหลัง

5. ระบบภูมิคุ้มกันบกพร่อง

• ผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะและใช้ยากดภูมิ

• โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด

มะเร็งเม็ดเลือดขาวมีอาการผิดปกติอย่างไร

อาการของมะเร็งเม็ดเลือดขาวอาจแตกต่างกันไปตามชนิดของโรค แต่โดยทั่วไปจะมีอาการดังต่อไปนี้

1. อาการจากเม็ดเลือดแดงลดลง (โลหิตจาง)

• เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย

• เวียนศีรษะ หน้ามืด

• ผิวซีด

2. อาการจากเกล็ดเลือดลดลง

• เลือดออกง่าย หรือมีจ้ำเลือดตามตัว

• เลือดกำเดาออก หรือมีเลือดออกตามไรฟัน

3. อาการจากเม็ดเลือดขาวผิดปกติ

• มีไข้หรือติดเชื้อบ่อย

• ต่อมน้ำเหลืองโต

• ตับหรือม้ามโต ทำให้แน่นท้องหรือรู้สึกอิ่มเร็ว

4. อาการอื่นๆ ที่พบได้

• ปวดกระดูกหรือข้อ

• น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ

• เหงื่อออกตอนกลางคืน

วิธีการรักษา

• วิธีแรก คือ การให้ยาเคมีบำบัด ซึ่งจะให้เป็นชุดๆ ต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานานพอสมควร บางทีอาจจะใช้เวลา 1-2 ปีเป็นอย่างน้อย ในปัจจุบันก็จะมีวิธีใหม่มารักษา

• วิธีที่ 2 คือการปลูกถ่ายในไขกระดูก แต่วิธีนี้ค่อนข้างยุ่งยาก มีค่าใช้จ่ายสูงและมีโรคแทรกซ้อนสูงพอสมควร และต้องใช้ไขกระดูกของพี่น้องที่เข้ากันได้อีก ฉะนั้น การรักษาวิธีที่ 2 ต้องพิจารณาเป็นรายๆ ไป ซึ่งหลักใหญ่ในการรักษาก็จะมี 2 วิธีดังที่กล่าวมา

มะเร็งเม็ดเลือดขาว มีโอกาสหายขาดไหม

ปัจจุบันมีความก้าวหน้าของยาเคมีบำบัด และการปลูกถ่ายไขกระดูกมีความก้าวหน้า เพราะฉะนั้นจัดได้ว่ามะเร็งเม็ดเลือดขาวมีวิธีการรักษาให้หายขาดได้ โดยเฉพาะในเด็กอายุต่ำกว่า 12 ขวบ อัตราการรักษาให้หายขาดค่อนข้างสูง คงขึ้นอยู่กับการมาพบแพทย์ รักษาอย่างรวดเร็วและมาพบตั้งแต่เริ่มต้น มีบางกลุ่มที่ไม่ทราบและปล่อยปละละเลยให้อาการเป็นมากขึ้น

มะเร็งเม็ดเลือดขาวเป็นโรคร้ายแรงที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์ต้นกำเนิดในไขกระดูก แม้จะยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่มีปัจจัยหลายประการที่เพิ่มความเสี่ยง รวมถึงพันธุกรรม การสัมผัสสารเคมี และการกลายพันธุ์ของเซลล์ การตรวจพบโรคตั้งแต่ระยะแรกเริ่มและการเข้ารับการรักษาอย่างต่อเนื่องสามารถช่วยยืดอายุและเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้อย่างมาก

แหล่งอ้างอิง

si.mahidol.ac.th

nakornthon.com

American Cancer Society - What Is Leukemia?

Mayo Clinic - Leukemia: Symptoms and causes

National Cancer Institute - Leukemia (Patient Version)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...