โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สนค.ปรับเป้าเงินเฟ้อ ปี'68 อยู่ที่ 0-1% ยืนยันไม่มีปัญหาเงินฝืด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 มิ.ย. 2568 เวลา 08.56 น. • เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 07.46 น.

สนค.เผยเงินเฟ้อ เดือน พ.ค. 2568 ลด 0.57% ปรับลง 2 เดือนติดต่อกัน จากการลดลงของราคาสินค้า ค่าไฟ น้ำมัน ยันไม่มีปัญหาเงินฝืด พร้อมปรับเป้าเงินเฟ้อปี 2568 ใหม่ เป็น 0-1% ค่ากลาง 0.5% จากเดิม 0.3-1.3% ค่ากลาง 0.8%

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน พ.ค. 2568 เท่ากับ 100.40 เทียบกับ พ.ค. 2567 ลด 0.57% เป็นการลดลง 2 เดือนติดต่อกัน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด โดยเฉพาะผักสด และผลไม้สด จากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย

และมีการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน ได้แก่ ค่ากระแสไฟฟ้า แก๊สโซฮอล์ และน้ำมันเบนซิน ตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก ส่วนราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก และหากรวมเงินเฟ้อ 5 เดือน ปี 2568 (ม.ค.-พ.ค.) เพิ่มขึ้น 0.48%

สำหรับรายละเอียดเงินเฟ้อที่ลดลง มาจากการลดลงของหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม 1.51% จากการลดลงของราคาสินค้าสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มพลังงาน (ค่ากระแสไฟฟ้า แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) ของใช้ส่วนบุคคล (แชมพู สบู่ถูตัว ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาระงับกลิ่นกาย แป้งผัดหน้า) สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (น้ำยาล้างจาน น้ำยารีดผ้า น้ำยาปรับผ้านุ่ม) และเสื้อผ้า (เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษ เสื้อยืดบุรุษและสตรี) ส่วนสินค้าสำคัญที่ราคาสูงขึ้น อาทิ ค่าเช่าบ้าน น้ำมันดีเซล ค่าแต่งผมบุรุษและสตรี และค่าถ่ายเอกสาร

ส่วนหมวดอาหารและเครื่องดื่ม เพิ่ม 0.89% มาจากการเพิ่มขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ ได้แก่ กลุ่มเนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสัตว์น้ำ (เนื้อสุกร ปลานิล ปลาทู) กลุ่มอาหารสำเร็จรูป (ข้าวราดแกง กับข้าวสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว) กลุ่มเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟ (ร้อน/เย็น) น้ำอัดลม) กลุ่มข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง (ข้าวสารเหนียว ขนมอบ)

กลุ่มเครื่องประกอบอาหาร (น้ำมันพืช มะพร้าว (ผลแห้ง/ขูด) กะทิสำเร็จรูป) และกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำตาล (ขนมหวาน น้ำตาลทรายแดง) และสินค้าที่ราคาลดลง อาทิ กลุ่มผักสด (ถั่วฝักยาว ต้นหอม พริกสด ผักชี ผักคะน้า) ผลไม้สด (ส้มเขียวหวาน มะม่วง องุ่น แตงโม) ไข่ไก่ และไก่ย่าง

ทางด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เดือน พ.ค. 2568 เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก เพิ่มขึ้น 1.09% เร่งตัวขึ้นจากเดือน เม.ย. 2568 ที่สูงขึ้น 0.98% และรวม 5 เดือน ปี 2568 (ม.ค.-พ.ค.) เพิ่มขึ้น 0.95%

นายพูนพงษ์กล่าวว่า เงินเฟ้อที่ลดลง 2 เดือนติดต่อกัน ยังไม่พบว่ามีสัญญาณเงินฝืด เพราะสินค้ายังมีการขึ้นลงปกติ ส่วนแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน มิ.ย. 2568 จะพลิกกลับมาเป็นบวก แต่ยังอยู่ในระดับต่ำ 0.2-0.4% โดยมีปัจจัยที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นไม่มาก คือ ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้า ส่งผลให้ราคาแก๊สโซฮอล์ภายในประเทศปรับตัวลดลง ภาครัฐลดภาระค่าครองชีพ โดยปรับลดค่า Ft งวดเดือน พ.ค.-ส.ค. 2568 ลง 17 สตางค์

ส่งผลให้อัตราค่าไฟฟ้าลดลงเหลือ 3.98 บาทต่อหน่วย ฐานของราคาผักสดปีก่อนหน้าอยู่ระดับสูง แต่ปีนี้อากาศเอื้ออำนวย ผลผลิตเข้าสู่ระบบเพิ่มขึ้น และมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ แต่ก็ต้องจับตาราคาสินค้าเกษตรบางชนิดและเครื่องประกอบอาหาร ที่มีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อนหน้า เช่น มะพร้าว มะขามเปียก กาแฟ เกลือป่น น้ำมันพืช และเนื้อสุกร เป็นต้น จะเป็นตัวกดดันเงินเฟ้อ

อย่างไรก็ตาม กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2568 ใหม่ จากเดิมอยู่ที่ระหว่าง 0.3-1.3% ค่ากลาง 0.8% เป็นระหว่าง 0.0-1.0% ค่ากลาง 0.5% โดยมีสมมุติฐานจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ 1.3-2.3% น้ำมันดิบดูไบ 63-73 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 33.5-34.5 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจะมีการทบทวนอีกครั้ง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สนค.ปรับเป้าเงินเฟ้อ ปี’68 อยู่ที่ 0-1% ยืนยันไม่มีปัญหาเงินฝืด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...