ยุค 60 ทะลุมิติมาพบกับคนรักเก่า
ข้อมูลเบื้องต้น
นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง ไม่มีการพาดพิงถึงเหตุการณ์ สถานที่ หรือบุคคลอื่นใด
ลงนิยายวันละ 1 ตอน อ่านฟรี 10 ตอนแรก และติดเหรียญตอนที่ 11 เป็นต้นไป
เซตเดียวกัน
ยุค 60 ทะลุมิติทั้งทีขอสามีคลั่งรัก
ยุค 60 ทะลุมิติทั้งทีมีพร้อมทั้งสามีและลูก
ยุค 60 ทะลุมิติมาพบกับคนรักเก่า
ป่วยหนัก
หยางเยว่ลืมตามองเพดานห้อง เธอนอนนิ่งทำตาปริบ ๆ คิดถึงคำพูดที่หมอบอกเธอเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว
'คุณหยาง คุณเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย คุณจะมีชีวิตอยู่ได้อีกหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น คุณต้องการจะพักอยู่ในโรงพยาบาลหรือกลับไปพักรักษาตัวที่บ้านครับ’
เธอไม่ได้ตอบคำถามของหมอ เธอช็อกตั้งแต่หมอบอกว่าเธอเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้ายแล้ว อะไรคือมะเร็งสมองระยะสุดท้าย เธอแข็งแรงมาตลอด ต่อให้ตระกูลต้องตกต่ำลงถูกพ่อแม่ญาติพี่น้องทอดทิ้ง เธอก็สามารถพาตนเองมาอยู่ชนบทเลี้ยงดูตัวเองได้เป็นอย่างดี
แล้วตอนนี้เธอเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย มันหมายความว่าอย่างไร เธอไม่สมควรมีชีวิตอยู่? ทำไมหมอใจร้ายอย่างนี้ มะเร็งสมองระยะสุดท้ายเลยหรือ ทำไมไม่บอกว่าเธอแค่เป็นไข้หวัดธรรมดา
แล้วความหดหู่ในใจนี่มันคืออะไร ทำไมพลังงานบวกที่เธอมีตอนที่ตระกูลหยางแตกแยกถึงใช้กับสถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้
หลังจากตั้งสติได้หยางเยว่ก็ลุกขึ้นเก็บของแล้วออกจากโรงพยาบาล โรงพยาบาลที่เธอถูกส่งตัวมารักษาเป็นโรงพยาบาลแห่งหนึ่งประจำเมืองเล็ก ๆ ที่เธออาศัยอยู่ตอนนี้ แต่เธอไม่ได้อาศัยอยู่ในตัวเมือง
ที่ที่คุณหนูตกยากแล้วยังถังแตกอย่างเธอสามารถอยู่ได้มีแต่ในหมู่บ้านห่างไกลเท่านั้น หยางเยว่นั่งเกวียนวัวของลุงหยางกลับไปที่หมู่บ้านหยางเจีย ใช่ ทุกคนฟังไม่ผิด ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีเข้าถึงในทุกพื้นที่ของโลกหมู่บ้านหยางเจียยังคงใช้เกวียนเป็นพาหนะในการเดินทาง
สาเหตุที่ใช้เกวียนไม่ใช่ว่าคนในหมู่บ้านรักโลกและไม่ต้องการปล่อยควันพิษของเครื่องยนต์ออกมาทำร้ายโลกแต่อย่างใด มันเป็นเหตุผลง่าย ๆ ที่ใครฟังก็เข้าใจ นั่นคือพวกเขาทั้งหมู่บ้านยากจน
แล้วคนที่ร่ำรวยหรือพอมีเงินบ้างไม่มีเลยหรือ คำตอบคือเคยมีแต่คนเหล่านั้นย้ายออกไปอยู่ที่อื่นกันหมด เพราะคนในหมู่บ้านมีความเชื่อว่าหากอยู่ในหมู่บ้านหยางเจียต่อไปพวกเขาจะไม่มีวันลืมตาอ้าปากได้เลย เพราะสิ่งที่เล่าสืบต่อกันมาจนทำให้กลายเป็นแนวทางปฏิบัติของคนที่พอจะเริ่มหาเงินได้นั่นเอง
แล้วทำไมหยางเยว่ถึงมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ได้? ก็เพราะเธอเองก็ยากจนเหมือนกันกับคนในหมู่บ้านนี้น่ะสิ
เมื่อเธอแจ้งกับหัวหน้าหมู่บ้านว่าอยากจะย้ายเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน เธอไม่ต้องทำอะไรเลย เธอมีหน้าที่แค่ขนเสื้อผ้าที่ตัวเองแบกมาเข้าไปอยู่ในบ้านที่ดีที่สุดที่ว่างอยู่ได้เลย เพราะที่นี่มีแต่คนย้ายออกไม่มีคนอยากจะย้ายเข้ามา
แน่นอนว่าหัวหน้าหมู่บ้านหยางเจียนั้นแซ่หยาง ยิ่งหยางเยว่แซ่หยางเหมือนคนในหมู่บ้านด้วยแล้วหัวหน้าหมู่บ้านก็แทบจะเกณฑ์คนทั้งหมู่บ้านมาช่วยเธอทำความสะอาดบ้านเลยทีเดียว
ไม่ใช่แค่นั้น แม้แต่ที่ดินทำกินก็มีให้เธอได้ปลูกข้าวปลูกมัน ที่สำคัญโฉนดที่ดินถูกเปลี่ยนเป็นชื่อของเธอโดยไม่ต้องจ่ายเงินซักหยวนเดียว แต่มีข้อแม้ว่าหากเธอต้องการย้ายออกไปจากหมู่บ้านหยางเจียเธอจะต้องคืนบ้านและที่ดินที่ได้รับ
หยางเยว่ที่เป็นคุณหนูตกยากย่อมต้องซาบซึ้งกับสิ่งที่ได้รับ เธอรีบนำของมีค่าที่สุดซึ่งก็คือโฉนดที่ดินที่เพิ่งได้รับมาไปซ่อนไว้ในที่ปลอดภัย
ตลอดสองปีที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านหยางเจีย เธอได้ฝึกฝนวิถีชีวิตแห่งการเกษตรมากมายจนแม้แต่คนในหมู่บ้านก็ยังอดชื่นชมเธอไม่ได้ ผักที่เธอปลูก ข้าวที่เธอหว่าน ไม่มีสิ่งไหนที่ไม่งอกงามและให้ผลผลิตดี
หลังจากคิดถึงความหลังครั้งที่ย้ายเข้ามาในหมู่บ้านใหม่ ๆ หยางเยว่ก็เริ่มน้ำตาคลอ ชีวิตของเธอกำลังมีความสุขกับการทำงานหนักเพื่อให้ตัวเองมีกินแท้ ๆ ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายเป็นคนป่วยหนักใกล้ตายได้
"เสี่ยวเยว่ เธออย่าเสียใจไปเลยนะ”
"เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นธรรมดาของมนุษย์เรา ทำใจให้สบายเถอะ”
"นั่นสิ เธอเป็นคนดี เมื่อไปที่ปรโลกแล้วจะต้องได้ขึ้นสวรรค์แน่นอน”
เสียงปลอบใจจากลุงหยางป้าหยางน้าหยาง รวมคนแซ่หยางที่นั่งอยู่บนเกวียนวัวโยกเยกนี้ ยิ่งทุกคนพูดเธอก็ยิ่งอยากจะร้องไห้ แต่เขาว่ากันว่าโรคนี้ยิ่งเครียดยิ่งจิตตกก็จะยิ่งตายไว เธอยังอยากอยู่ต่ออีกหนึ่งสัปดาห์นะ ยังไม่อยากตายตอนนี้!
กลับมาถึงบ้านสายตาก็เหลือบไปเห็นหีบเล็กที่พ่อของเธอเคยบอกว่าเป็นของสำคัญที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น
เมื่อก่อนเธอไม่สนใจจะเปิดดูมัน เพราะพ่อบอกว่ามันเป็นแค่บันทึกเล่มหนึ่งเท่านั้น และอีกอย่างต้องทำงานหนักในทุ่งนาทุกวันจึงเหนื่อยเกินไปที่จะไปสนใจเรื่องไม่สำคัญ แต่ตอนนี้เธอว่างแล้ว เปิดอ่านดูซักหน่อยก็แล้วกัน
สวัสดีรี้ดทุกท่านค่ะ เรื่องยุค 60 ทะลุมิติพร้อมระบบเนื้อคู่เป็นนิยายเรื่องที่สามของไรต์นะคะ ฝากทุกท่านกดติดตามและกดให้กำลังใจด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
ถูกหลอก
หยางเยว่หยิบบันทึกออกมาจากหีบใบเล็ก มือของเธอกำลังจะเปิดบันทึกหน้าแรกขึ้นมาอ่าน จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นมา
[ตรวจสอบพบผู้ที่มีความเชื่อมโยง สามารถย้ายร่างไปที่อื่นได้ เป้าหมายชื่อหยางเยว่ อายุ 17 ปี]
"!!!” หยางเยว่
เสียงอะไร!!! หันซ้ายหันขวาก็ไม่มีใครอยู่ซักคน หรือว่าผีหลอก? อย่านะ ถึงแม้จะเป็นคนป่วยใกล้ตายแต่เธอก็ยังกลัวผีอยู่นะ
“ใคร!!! ออกมาเดี๋ยวนี้นะ”
[สวัสดีคุณหยาง ผมเป็นเอไอจากโลกอนาคต ถูกส่งมาเพื่อมอบทางเลือกให้กับคุณ โปรดเรียกผมว่าเอริค]
"ทางเลือก?”
[ใช่แล้ว ตอนนี้คุณป่วยเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย หากคุณเข้าร่วมภารกิจ ผมสามารถรักษาโรคที่คุณเป็นอยู่ให้หายขาดได้]
"อย่ามาหลอกฉันเลย โรคนี้เป็นแล้วไม่มีทางรักษา ยิ่งระยะสุดท้ายอย่างฉันยิ่งเป็นไปไม่ได้”
[คุณอาจจะไม่ได้ฟังที่ผมพูด ผมเป็นเอไอที่มาจากอนาคต ในอนาคตไม่มีโรคที่เรารักษาไม่ได้]
"ฉันตกลง ฉันจะทำภารกิจ!!!”
[…] เอริค
หยางเยว่ตอบตกลงรับภารกิจจากเอไอที่อ้างตัวว่ามาจากโลกอนาคต เพื่อให้มีชีวิตรอดแล้วไม่ว่าภารกิจแบบไหนเธอก็ตอบตกลงทั้งนั้น
[เป้าหมายยอมรับเงื่อนไขภารกิจทั้งหมด เข้าสู่ขั้นตอนเชื่อมต่อระบบ]
[5 4 3 2 1 เชื่อมต่อระบบสำเร็จ]
[สวัสดีอีกครั้งคุณหยาง ผมชื่อเอริค เป็นเอไอพี่เลี้ยงประจำตัวคุณ เมื่อคุณตอบรับทำภารกิจแล้วจะไม่สามารถยกเลิกได้ทุกกรณี เวลาของคุณเหลืออยู่อีกหนึ่งสัปดาห์ เมื่อถึงวาระสุดท้ายของชีวิตผมจะมารับคุณเพื่อเดินทางไปยังพื้นที่เป้าหมาย ขอให้มีความสุขกับการใช้ชีวิต]
แค่นี้? เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เป็นเรื่องจริงใช่ไหม หรือเป็นเธอที่กลัวตายมากเกินไปจนจินตนาการไปว่ามีเอไอจากโลกอนาคตมาช่วย?
หยางเยว่เลิกคิดเรื่องเอไอเอริค เธอเปิดอ่านบันทึกที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่นที่พ่อบอกว่าสามารถช่วยเธอได้เมื่อถึงยามคับขัน เพราะมีแต่เธอที่เป็นลูกสาวคนเดียวของผู้นำตระกูลหยางรุ่นที่ 140 เท่านั้นจึงจะเปิดอ่านบันทึกนี้ได้
ตอนนั้นเธอไม่ค่อยเข้าใจที่พ่อพูดมากนัก ปกติสิ่งที่สืบทอดกันมาในตระกูลจะต้องส่งต่อให้ทายาทชายไม่ใช่หรือ
แต่เธอไม่มีเวลาถามพ่อ เพราะทุกคนต้องรีบแยกย้ายกันออกไปจากบ้าน เพราะบ้านถูกยึดไปขายทอดตลาดเพื่อชดใช้หนี้สินที่พ่อของเธอก่อไว้
หยางเยว่เปิดอ่านบันทึกทีละหน้า ยิ่งอ่านเธอก็ยิ่งโกรธจนตัวสั่น เธอจะมีมิติส่วนตัวและในมิตินั้นมีพลังเยียวยาเธอจะไม่ตาย หากว่าเธอร้องขอปานรูปดอกเหมยจะปรากฎขึ้นมาที่ข้อมือขวา และเธอจะใช้งานมันเพื่อรักษาตัวเองให้หายป่วยได้
แต่เอไอเมื่อครู่หลอกให้เธอตกลงรับภารกิจ ซึ่งเป็นภารกิจอะไรก็ไม่รู้! เอริคมาตอนที่เธอกำลังจะเปิดบันทึกอ่านด้วย นี่ไม่เรียกว่าหลอกลวงจะเรียกว่าอะไร!!!
"เอริค”
"เอริค!!!”
"…” หยางเยว่
ไม่มีเสียงตอบรับจากระบบ หยางเยว่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงเตา ชีวิตของเธอมันจะซวยแล้วซวยอีกเกินไปหรือไม่ เริ่มจากครอบครัวตกต่ำและแตกแยก พอใช้ชีวิตราบรื่นขึ้นมาบ้างก็ดันมาป่วย พอจะมีหนทางรักษาก็ถูกหลอกให้เซ็นสัญญาทาสอีก
ไม่ไหวแล้ว ชีวิตของเธอมันเหนื่อยเกินไป นอนตัดพ้อกับชีวิตของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งหยางเยว่ก็ดีดตัวลุกขึ้นมา เธอต้องร้องขอมิติส่วนตัวจากคำสาปของตระกูลหยางก่อน แม้คำสาปจะหมดไปแล้ว แต่หากเธอร้องขอเธอจะได้ข้ามไปอีกโลกหนึ่ง และเธอจะมีความสุขในที่ที่เป็นของตัวเองตามที่บันทึกได้บอกไว้
"ท่านผู้วิเศษ ได้โปรดช่วยมอบพลังแห่งมิติเยียวยาให้กับหยางเยว่คนนี้ด้วยเถอะ”
หยางเยว่ไม่รู้ว่าต้องพูดหรืออ้อนวอนอย่างไรจึงจะได้มิติวิเศษตามที่บันทึกเขียนไว้ เธอคิดว่าแค่พูดคำพูดที่แสดงถึงเจตนาของตัวเองก็พอ
แค่อึดใจเดียวหยางเยว่ก็รู้สึกว่าข้อมือขวาของตัวเองร้อนวูบวาบขึ้นมา แล้วก็มีแสงสว่างวาบขึ้นตรงข้อมือด้วย
พอเสียงนั้นหายไปก็มีปานรูปดอกเหมยปรากฎขึ้นมาจริง ๆ จากที่หดหู่เพราะอาการป่วยของตัวเอง ตอนนี้หยางเยว่มีความสุขมาก เธอมีทางรอดแล้ว!!! เธอไม่ต้องไปทำภารกิจอะไรของพวกเอไอหลอกลวงนั่นอีก
ในขณะที่หยางเยว่มีความสุขอยู่นั้น เสียงที่เรียกแล้วไม่ขานก็ดังขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
[เรียนคุณหยาง ระบบถูกเชื่อต่อแล้ว คุณไม่สามารถยกเลิกภารกิจได้ ได้โปรดอย่าลืมว่าคุณจะต้องทำภารกิจตามที่ระบบมอบหมาย ผมขอแนะนำระบบอีกครั้ง นี่คือเสียงจากระบบเนื้อคู่]
"เดี๋ยว!!! ระบบอะไรนะ ทำไมครั้งแรกที่เสนอให้ทำภารกิจถึงไม่ยอมบอกว่าเป็นภารกิจอะไร!”
[เรียนคุณหยาง ระบบกำลังจะอธิบายถึงภารกิจที่คุณต้องทำแต่คุณตอบรับทำภารกิจก่อนที่ผมจะพูดจบ จึงได้ไม่มีการอธิบายรายละเอียดของภารกิจในตอนแรก]
"งั้นตอนนี้ก็อธิบายมา”
[ระบบนี้ถูกสร้างขึ้นมาในอีกหลายร้อยปีข้างหน้า มีชื่ออย่างเป็นทางการว่าระบบเนื้อคู่ มีหน้าที่เสาะหาผู้ที่มีความเชื่อมโยงกันแต่อยู่คนละยุคให้ได้พบกัน ซึ่งภารกิจที่คุณต้องทำนั้นมีสามภารกิจหลักที่ง่ายมาก หนึ่งทำความรู้จักและตกหลุมรัก สองแต่งงานและคลอดลูก สามมีความสุขด้วยกันจนแก่เฒ่าและตายไป]
“!!!” หยางเยว่
ภารกิจย่อยที่หนึ่ง
‘แต่ฉันไม่อยากแต่งงาน!!!’ หยางเยว่ตะโกนในใจ แต่ทุกความคิดของเธอเอริคย่อมรู้ทั้งหมด
เอริคย่อมไม่กลัวว่าจะจัดการหยางเยว่ไม่ได้ ทุกการกระทำ ทุกความคิด ทุกความชอบถูกบันทึกแล้วทำเป็นสถิติไว้เรียบร้อย เอริคมีข้อมูลทุกอย่างของหยางเยว่
ก่อนจะเลือกเป้าหมายเอไออย่างเขาย่อมต้องศึกษาพฤติกรรมความเคยชินต่าง ๆ ของอีกฝ่ายโดยละเอียดอยู่แล้ว เรื่องที่หยางเยว่จะไม่ยอมทำภารกิจนั้นไม่มีทางเป็นไปได้
หยางเยว่ที่กำลังจิตตกร้องไห้ฟูมฟายเพราะถูกหลอก อยู่ดี ๆ ก็นิ่งไป มิติ!!! ใช่ เธอมีมิติ เธอสามารถเข้าไปหลบอยู่ในมิติได้ เมื่อเวลาผ่านไปมิติจะเยียวยารักษาอาการป่วยของเธอเอง และเธอจะหายดีไม่ต้องพึ่งระบบเนื้อคู่ไร้สาระนั่น
[เรียนคุณหยางด้วยความหวังดี เมื่อคุณเชื่อมต่อกับระบบเนื้อคู่แล้ว พลังวิเศษในมิติของคุณจะถูกระงับ แม้ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในมิติตลอดไปก็แค่ทำให้คุณสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้แต่ไม่ได้ทำให้โรคที่คุณเป็นอยู่หายขาด หากเลยกำหนดหนึ่งสัปดาห์ เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณออกมาจากมิติคุณจะตายทันที]
"งั้นฉันจะอยู่ในมิติตลอดไป”
[เรียนคุณหยาง มนุษย์เป็นสัตว์สังคม หากคุณปลีกวิเวกไปอยู่คนเดียวได้คุณคงไม่ไปช่วยคุณยายข้างบ้านขุดแปลงผักรดน้ำผักทุกวันหรอก]
"…” หยางเยว่
แม้เอริคจะพูดอย่างไรหยางเยว่่ก็ยังเข้าไปอยู่ในมิติอยู่ดี เธอสำรวจมิติแต่เดินเท่าไหรก็ไม่เห็นเขตสิ้นสุดของมิตินี้ แล้วตอนนี้เธอเป็นทายาทหญิงรุ่นที่ 140 ผู้มีมิติส่วนตัวแล้วจะมีทายาทรุ่นที่ 141 หรือไม่
แต่ตอนนี้ตระกูลหยางที่อยู่ในคำสาปไม่มีแล้ว ทุกคนล้วนแยกทางเพื่อไปดิ้นรนเอาชีวิตรอดด้วยตัวเอง ตอนที่แยกกับครอบครัวใหม่ ๆ เธออายุแค่ 15 ปีเท่านั้น
หยางเยว่คิดว่ารุ่นที่ 141 น่าจะไม่มีแล้ว เพราะบันทึกที่เธอเปิดอ่านจู่ ๆ ก็เกิดไฟลุกไหม้หลังจากที่เธออ่านจบ คิดว่าคำสาปที่เป็นเหมือนยัญกันภัยที่คุ้มครองทายาทหญิงสายตรงของตระกูลหยางตลอดพันปีมานี้คงสิ้นสุดที่เธอแล้วล่ะ
หยางเยว่มองดูเรือนไม้สี่ประสานแบบสองวงตรงหน้า หากสามารถเอาเรือนหลังนี้ออกไปตั้งไว้ข้างนอกได้เธอคงกลายเป็นเศรษฐีนี แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ตอนนี้เธอใกล้ตายแล้วมีเงินมากมายก็ไม่ได้อยู่ใช้เงิน สู้เก็บไว้ในมิติชื่นชมอย่างนี้คนเดียวต่อไปอีกเจ็ดวันดีกว่า
เดินสำรวจเรือนสี่ประสานของตัวเองทีละห้อง ด้านในมีข้าวของเครื่องใช้ครบครัน เสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มก็มีพร้อมแต่มันเป็นสีทึบทั้งหมดไม่มีเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสเลย แล้วตัวเธอเองเป็นคนที่ชอบเสื้อผ้าที่มีสีสันสดใสจะทนใส่เสื้อผ้าที่ไม่มีชีวิตชีวาแบบนี้ได้อย่างไร
เดินสำรวจห้องต่าง ๆ จนมาถึงห้องที่สี่ ด้านในเต็มไปด้วยแก้วแหวนเงินทองเครื่องประดับโบราณ เครื่องประดับสมัยใหม่ สีทองระยิบระยับที่ส่องสว่างอยู่ตอนนี้ถึงกับทำให้หยางเยว่ลืมตาแทบไม่ได้
หยางเยว่กินอยู่หลับนอนอยู่ในมิติตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา ภายในเรือนสี่ประสานมีอาหารสดอาหารแห้งมากมายให้เธอได้นำมาปรุงอาหารสำหรับตัวเอง
เมื่อเธอเก็บผักคะน้าออกมาหนึ่งต้น ผ่านไป 15 นาทีคะน้าต้นใหม่ก็จะงอกออกมาให้เธอได้เก็บกินอีก เมื่อเธอตักข้าวสารออกมาหนึ่งถ้วยไม่นานข้าวสารหนึ่งถ้วยก็จะปรากฏขึ้นมาเติมเติมในส่วนที่เธอใช้ไปก่อนหน้า มิติวิเศษนี่มันอะไรกัน มันทำให้คนดีใจแทบบ้าแล้ว
และใช่ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตเธอ วันนี้เธอจะตายไปอย่างโดดเดี่ยว รู้อย่างนี้คงจะตอบตกลงคบกับพ่อหนุ่มแซ่เกาคนนั้นที่มาช่วยเธอหาบน้ำทุกวันก็คงไม่เหงาและตายไปคนเดียวแบบนี้ อย่างน้อยก็มีคนคอยจับมือตอนที่จะหมดลมหายใจ
[เรียนคุณหยาง ตอนนี้ถึงเวลาที่คุณจะต้องเดินทางไปยังพื้นที่เป้าหมายแล้ว นับถอยหลัง 3 2 1 เดินทางมาถึงพื้นที่เป้าหมายอย่างปลอดภัย เชิญคุณหยางออกจากมิติ]
"…” หยางเยว่
[…] เอริค
[เรียนคุณหยาง เราเดินทางมาถึงแล้ว โปรดออกจากมิติ หากคุณออกจากมิติภายในสิบนาทีนี้ระบบจะมอบเงินขวัญถุงให้สิบหยวน]
"100”
[50]
"100”
[80]
"100”
[เรียนคุณหยาง ระบบยินดีมอบเงินขวัญถุงเพื่อตั้งตัวในพื้นที่เป้าหมาย 100 หยวน ได้โปรดออกจากมิติ และเตรียมพร้อมทำภารกิจ]
"ให้เงินแค่ร้อยเดียวทำเหมือนกับว่ามอบเงินให้ฉันหนึ่งล้าน ในมิติของฉันมีทองคำมากมาย ฉันน่ะเป็นเศรษฐีนีที่ร่ำรวยมากเลยนะจะบอกให้”
[เรียนคุณหยางด้วยความหวังดี เงินหนึ่งร้อยหยวนคือเงินมหาศาลที่คนในพื้นที่เป้าหมายน้อยคนที่จะมีเงินจำนวนนี้ และวัตถุสีทองของคุณไม่มีค่าเลย]
“ได้ ฉันออกไป”
หยางซินออกมาจากมิติก็ยื่นอยู่ในทุ่งนาที่มีโคลนอยู่เต็มไปหมด และใช่ เธอยืนอยู่ในบ่อโคลน
"…” หยางเยว่
[เรียนคุณหยาง เป้าหมายกำลังเดินมาทางนี้ ภารกิจที่หนึ่ง ภารกิจย่อยที่หนึ่ง โปรดทำความรู้จักกับเซียวอวิ๋น คนที่กำลังเดินมาหนวดเครารุงรังและเนื้อตัวเปื้อนโคลน]
"!!!” หยางเยว่
เพิ่งมาถึงก็ต้องทำภารกิจเลย? ควรบอกรายละเอียดตัวตนของเธอก่อนไหม หรือรายละเอียดของเซียวอวิ๋นคนนี้หน่อยก็ได้ แล้วมองดูเป้าหมายที่กำลังเดินมานั่นสิ นั่นคือหน้าจอมโจรชัด ๆ หน้าเขาเขียนไว้ชัดเจนสี่คำว่า
‘อย่ายุ่งกับฉัน’
แล้วผู้หญิงน่ารักอย่างเธอจะกล้าเข้าไปคุยกับเขาได้อย่างไร แต่เอริคไม่ได้สนใจความคิดของเธอ เขาถึงกับเริ่มนับเวลาถอยหลังแล้ว หยางเยว่ตัดสินใจกระโดดเข้าขวางหน้าเซียวอวิ๋น
"สวัสดีค่ะ ฉันชื่อหยางเยว่เพิ่งมาใหม่ค่ะ”
“!!!” เซียวอวิ๋น
[…] เอริค