เทคนิคการใช้งาน Google Sheet ที่ควรรู้ไว้ ให้คุณทำงานง่ายกว่าเดิม
สูตรไม่ลับ Google Sheet รู้ไว้ ทำงานง่ายกว่าเดิม
เชื่อว่า "แอป Sheets" น่าจะเป็นหนึ่งในบริการของ Google ที่ใครหลายคนนิยมใช้งานสเปรดชีต (Spreadsheet) หรือแผ่นตารางทำงานกัน แน่นอนว่า มันมีความสามารถไม่แพ้ โปรแกรม Excel ของ Microsoft เลย แถมยังใช้งานฟรี ที่สำคัญคือมันเป็น บริการคลาวด์ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถสลับการทำงานระหว่างอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย
อ่านบทความ : Excel กับ Sheets เลือกใช้งานอะไรดี ?
โดยบทความนี้เราก็เลยมีสูตรน่าสนใจสำหรับใช้งานบน Google Sheets มาแนะนำกัน จะมีสูตรอะไรบ้างมาดูกันเลย
หมายเหตุ เราคัดเลือกสูตรที่น่าสนใจมาเพียงบางสูตรเท่านั้น Google Sheets มีสูตรให้ใช้งานเพียบ สามารถดูข้อมูลทั้งหมดได้ที่ : https://support.google.com/docs/table/25273?hl=en&ref_topic=3105411
เนื้อหาภายในบทความ
- ใส่รูปภาพลงในเซลล์
(Insert Image into Google Sheets Cell) - แยกข้อมูลในเซลล์ ได้อย่างรวดเร็ว
(Split Data in Cells in Google Sheets) - สร้าง QR Code ให้ข้อมูลในแต่ละเซลล์ที่ต้องการ
(Generate QR Code for each Cell in Google Sheets) - ค้นหาค่าที่ไม่ซ้ำกันในแถวที่เลือก
(Find Unique Values from Selected Rows in Google Sheets) - ดึงข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบตาราง จากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาใส่
(Get Data from a Table in Google Sheets) - ตรวจภาษาที่อยู่ในเซลล์ว่า เป็นภาษาอะไร ?
(Detect Content Language in Google Sheets) - ตัวแปลภาษา
(Language Translator in Google Sheets) - ตัวตรวจเช็ครูปแบบของอีเมล
(Email Address Validator in Google Sheets) - ตรวจหาข้อมูล URL ที่ผิดพลาด
(Web Address Validator in Google Sheets)
ใส่รูปภาพลงในเซลล์ (Insert image into Google Sheets Cell)
โดยปกติแล้ว เวลาจะใส่ภาพลงใน Cell คนส่วนใหญ่มักจะนิยมใช้วิธี "อัปโหลดรูป" ซึ่งมันก็ไม่ใช่วิธีที่ผิดอะไร แต่มันก็ค่อนข้างเสียเวลามากทีเดียว เพราะต้องคลิกเข้าเมนูหลายชั้น ซึ่งมันมีอีกวิธี คือ การใส่ URL หรือที่อยู่ของภาพเข้าไปใน Cell โดยตรงเลย
คำสั่งสำหรับใส่รูปลงใน Cell จะมีรูปแบบดังนี้
IMAGE(url, [รูปแบบ], [ความสูง], [ความกว้าง])
ตัวอย่างการใช้งาน
- IMAGE("URL ของรูปภาพ") ตัวอย่างเช่น
IMAGE("https://images.thaiware.site/thaiware.png?v=1") - หากไม่อ้างอิงที่อยู่จาก URL ของรูปภาพ เราสามารถอ้างอิงจาก Cell อื่นแทนก็ได้
IMAGE(A2,2) - ใส่รูป + รูปแบบ + กำหนดขนาด
IMAGE(A2,4,120,200)
ในส่วนของรูปแบบ จะมีอยู่ 4 รูปแบบ คือ 1,2,3,4
- ปรับขนาดรูปภาพให้พอดีกับ Cell โดยคงสัดส่วนภาพเดิมเอาไว้
- ปรับขนาดรูปภาพให้พอดีกับ Cell โดยไม่สนสัดส่วนภาพเดิม
- ใส่ภาพขนาดดั้งเดิมลงไปใน Cell ซึ่งอาจจะทำให้ภาพโดน Crop
- ใส่ภาพโดยเลือกขนาดภาพที่ต้องการ
แยกข้อมูลในเซลล์ ได้อย่างรวดเร็ว (Split Data in Cells in Google Sheets)
หากมี Cell ที่มีข้อมูลอยู่หลายชนิดในนั้น แล้วเราต้องการแยกข้อมูลออกมาเช่นจาก วันเวลา ให้ช่องหนึ่งเป็นวัน และช่องหนึ่งเป็นเวลา หรือชื่อนามสกุล ก็คลิกคลุมช่องที่เราต้องการแยก จากนั้นก็คลิกเลือก "เมนู" ตามด้วย "แบ่งข้อความเป็นคอลัมน์" มันก็จะแยกข้อมูลให้เราอัตโนมัติ แต่เราก็สามารถเลือกวิธีการแยกตามที่ต้องการได้เช่น แยกด้วย "," หรือแยกด้วยช่องว่าง
สร้าง QR Code ให้ข้อมูลในแต่ละเซลล์ที่ต้องการ (Generate QR Code for each Cell in Google Sheets)
เราสามารถสร้าง QR Code ให้ข้อมูลภายใน Cell ได้อย่างรวดเร็ว โดยการใช้คำสั่ง
=image("https://chart.googleapis.com/chart?chs=150x150&cht=qr&chl="&ชื่อCell)
ตัวอย่างเช่น
=image("https://chart.googleapis.com/chart?chs=150x150&cht=qr&chl="&A1)
ค้นหาค่าที่ไม่ซ้ำกันในแถวที่เลือก (Find Unique Values from Selected Rows in Google Sheets)
สูตร UNIQUE() สามารถใช้คัดกรองข้อมูลที่ซ้ำกันได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้สูตร
=UNIQUE(cell ที่ต้องการ)
ดึงข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบตาราง จากเว็บไซต์ต่าง ๆ มาใส่ (Get Data from a Table in Google Sheets)
เวลาที่เราต้องการนำข้อมูลที่อยู่ในรูปแบบของตาราง (อย่างในภาพด้านล่าง) บนเว็บไซต์ต่างๆ มาใช้บน Google Sheets การจะมานั่ง คัดลอกและวาง (Copy & Paste) ทำเองทีละ Cell คงไม่สนุกแน่ ๆ
อย่างเช่น ในหน้า https://tips.thaiware.com/1339.html นี้ จะมี ตารางอยู่ 4 ตาราง (ในภาพด้านล่างเป็นตารางที่ 3)
Google Sheets จะมีสูตรสำหรับดึงตารางมาให้เราใช้อยู่แล้ว นั่นก็คือ คำสั่ง IMPORTHTML( ) หรือ IMPORTXML( ) รูปแบบคำสั่ง คือ
IMPORTHTML(URL, query, index)
ตัวอย่างสูตรการดึงตารางจากเว็บ Thaiware มาก็จะเป็น
=IMPORTHTML("https://tips.thaiware.com/1339.html","table",3)
หากหน้าเว็บนั้นมีตารางอยู่หลายอัน เราก็เปลี่ยนลำดับตารางจาก 1 เป็น 2, 3, … แทน และถ้าหากอยากดึงลิสต์ก็สามารถใช้คำสั่ง List แทน Table ได้ด้วยนะ
ตรวจภาษาที่อยู่ในเซลล์ว่า เป็นภาษาอะไร ? (Detect Content Language in Google Sheets)
ใน Sheets นั้นมีสูตรสำหรับตรวจด้วยนะว่า ภาษาใน Cell เป็นภาษาอะไร ? ด้วยการใช้สูตร
=DETECTLANGUAGE( )
อย่างไรก็ตามผลลัพธ์จะอยู่ในลักษณะของตัวย่อมาตรฐาน ISO 639-1 สามารถตรวจสอบการย่อได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/List_of_ISO_639-1_codes
ตัวแปลภาษา (Language Translator)
ในเมื่อตรวจหาภาษาได้แล้ว จะแปลภาษาได้ด้วยก็ไม่แปลกอะไร โดยใช้สูตร
GOOGLETRANSLATE(Cell, "ภาษาเดิม", "ภาษาที่ต้องการ")
ตัวอย่างเช่น
=GOOGLETRANSLATE(A1, "th" , "en")
ตัวตรวจเช็ครูปแบบของอีเมล (Email Address Validator in Google Sheets)
สูตร ISEMAIL( ) สามารถใช้ตรวจข้อมูลใน Cell ได้ว่าเป็นรูปแบบอีเมลที่ถูกต้องหรือไม่ ด้วยสูตร
ISEMAIL( )
ตัวอย่างเช่น =ISEMAIL(A1)
ตรวจหาข้อมูล URL ที่ผิดพลาด (Web Address Validator in Google Sheets)
สูตร ISURL รูปแบบการทำงานเหมือนสูตรตรวจอีเมล แต่เปลี่ยนเป็นตรวจ URL แทน ด้วยสูตร
ISURL( )
ตัวอย่างเช่น =ISURL(A1)
➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv