โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

[รีวิว] Solo leveling รอบพรีเมียร์ 2 ตอนแรกฉบับพากย์ไทย

BT Beartai

อัพเดต 17 ธ.ค. 2566 เวลา 14.15 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2566 เวลา 14.15 น.
[รีวิว] Solo leveling รอบพรีเมียร์ 2 ตอนแรกฉบับพากย์ไทย

ผ่านไปแล้วสำหรับงาน ‘Solo leveling รอบพรีเมียร์’ ที่จัดขึ้นเป็นรอบพิเศษโดย Medialink ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ในการทำเสียงพากย์ไทยสำหรับอนิเมะเรื่องนี้ และในรอบพรีเมียร์นี้จะนำ อนิเมะ 2 ตอนแรกที่ผ่านการพากย์เสียงภาษาไทยมาแล้ว ให้ได้รับชมในโรงภาพยนตร์ SF World Cinema Central world รอบ 13:00 น. เพียงรอบเดียวเท่านั้น

และผมที่เป็นสาวกของเรื่อง ‘Solo leveling’ มาตั้งแต่ ‘มันฮวา’ (Manhwa เป็นชื่อเรียกการ์ตูนแนวตั้งของเกาหลีที่มีการใส่สีและเสียงประกอบ เหมาะสำหรับการอ่านในโทรศัพท์มือถือ) ก็ไม่พลาดที่จะไปชมอนิเมะเรื่องนี้ที่จะมีการนำมาให้ดูก่อนฉายจริงถึงเกือบ 2 สัปดาห์ และถือเป็นประเทศที่ 3 ต่อจากประเทศอเมริกาและญี่ปุ่น ที่ได้รับชมรอบพรีเมียร์ก่อนประเทศอื่น ๆ

ส่วนคนที่พลาดรอบพรีเมียร์นี้ไป ก็ไม่ต้องกังวลไป แม้จะไม่ได้รับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากญี่ปุ่นที่มีให้เฉพาะคนจองตั๋วรอบนี้เท่านั้น แต่ผมจะทำการรีวิวคร่าว ๆ ให้ฟังถึงบรรยากาศภายในงาน รวมถึงตัวอนิเมะ 2 ตอนแรกที่นำมาฉาย ว่าคุ้มค่าแก่การรอคอยที่จะรับชมในอีกไม่กี่สัปดาห์ที่จะถึงนี้หรือไม่

นอกจากนั้นหลังจากตัวหนังฉายจบ ทาง Medialink ได้จัดกิจกรรมมีตติ้งกับนักพากย์เสียงไทยของเรื่องนี้ภายในโรงภาพยนต์อีกด้วย โดยผู้ที่ได้รับเชิญมาก็จะมีนักพากย์ผู้ได้รับบทพระเอกของเรื่อง ซองจินอู (Sung Jinwoo) และ น้องสาวของพระเอก ซองจินอา (Sung Jinah) ในส่วนของบทสัมภาษณ์ผมจะทำการยกตัวอย่างมาให้ในส่วนท้ายของบทความอีกที ตอนนี้ลองไปรับชมตัวอย่างเสียงพากย์ไทยได้จากคลิปด้านล่างกันก่อนดีกว่า

เรื่องย่อของ Solo levilng

การปรากฏของสิ่งที่เรียกว่า ‘เกต (Gate)’ เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ทำให้มีมอนสเตอร์จำนวนมากหลุดออกมาจากดันเจี้ยนภายในเกตสู่โลกภายนอก และเริ่มทำการฆ่าฟันมนุษยชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็มีมนุษย์บางกลุ่มที่ถูกปลุกพลังให้ตื่นขึ้นด้วย และด้วยพลังที่ได้รับมา เขาได้รับหน้าที่ให้ต่อสู้และคอยกำจัดบอสประจำดันเจี้ยน เพื่อปิดเกตไม่ให้มีมอนสเตอร์หลุดออกมาได้ โดยพวกเขาเหล่านี้ถูกเรียกว่า ‘ฮันเตอร์ (Hunter)’

ฮันเตอร์ที่ถูกปลุกพลังให้ตื่นขึ้นจะได้รับการจัดอันดับตามระดับพลังของตน ไล่เรียงจาก แรงค์ S ซึ่งรวมเหล่าฮันเตอร์ที่แข็งแกร่งอันดับต้น ๆ ของประเทศเอาไว้ รองลงมาจะเป็นตามตัวอักษรภาษาอังกฤษ แรงค์ A B C D และสุดท้าย คือแรงค์ที่เรียกได้ว่าต่ำที่สุด ฮันเตอร์แรงค์ E ซึ่งเป็นระดับพลังปัจจุบันของพระเอกของเรา ซองจินอูนั่นเอง

“ซองจินอูน่ะหรอ ฉายาของเขาคืออาวุธสุดกากของมนุษยชาติ!!”

ฮันเตอร์ กลายเป็นหนึ่งในอาชีพหลักที่สามารถหาเงินได้จากการนำของภายในดันเจี้ยนออกมาขายที่โลกภายนอก เพราะงั้นถึงแม้จะเป็นงานอันตรายและเสี่ยงชีวิตไปสักหน่อย แต่ถ้าจับกลุ่มกันหลายคน หรือเลือกลงดันเจี้ยนที่ระดับไม่สูงมาก โอกาสในการรอดชีวิตก็จะสูงมากขึ้นไปด้วย ยกเว้นเพียงแต่ ฮันเตอร์แรงค์ E ที่แม้จะเป็นดันเจี้ยนระดับต่ำ ก็ยังอันตรายจนต้องเข้าโรงพยาบาลอยู่บ่อย ๆ

ทว่าหากดูในตัวอย่างข้างบน จะสังเกตเห็นได้ว่าซองจินอูนั้นกลับเป็นบุคคลพิเศษที่ได้รับเลือกให้เกิดการ ‘ปลุกพลังซ้ำหลังจากถูกปลุกพลังมาแล้ว (Second Awakening)’ และได้รับสกิลสุดยูนีคที่ฮันเตอร์คนอื่น ๆ ไม่มี

สกิลนั้นคืออะไร ?

เงื่อนไขอะไรที่ทำให้ได้รับการปลุกพลังซ้ำ ?

ทำไมซองจินอูถึงเป็นผู้ได้รับเลือกทั้งที่อยู่แรงค์ E ?

ทั้งหมดนั้นผมจะยังไม่สปอยล์ในบทความนี้ เพื่อให้ได้รับอรรถรสในการรับชมมากที่สุดสำหรับคนที่ยังไม่เคยรู้จักเรื่อง Solo leveling มาก่อน และเตรียมพร้อมที่จะรับชมในอนิเมะเป็นช่องทางแรก!

รีวิวความรู้สึกหลังรับชมอนิเมะพากย์ไทย 2 ตอนแรก

เนื้อหาในส่วนของอนิเมะที่นำมาฉายในรอบพรีเมียร์ จะเป็น 2 ตอนแรกเท่านั้น และจะจบลงในส่วนเนื้อหาของดันเจี้ยนลับเกี่ยวกับวิหารพอดี (ตรงกับเนื้อหาในมันฮวาตอนที่ 10) ซึ่งถือเป็นจุดจบที่กำลังโอเคมาก เพราะเป็นการปูเนื้อเรื่องทั้งเรื่องหมดก่อนเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญของซองจินอูหลังจากนั้น และอาจจะเป็นเพราะ 2 ตอนแรกที่มีการเล่าประวัติความเป็นมาของซองจินอูในฐานะฮันเตอร์แรงค์ E มาก่อน ทำให้หลังจากนี้เราสามารถอินไปกับความรู้สึกต่าง ๆ ที่ซองจินอูได้เจอในระหว่างทางไปด้วยได้

ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของความรู้สึกที่ฮันเตอร์ทั้งหลายต่างเหยียดเขาจากความอ่อนแออยู่ตลอดเวลา หรือความรู้สึกขอบคุณในช่วงโอกาสสำคัญที่ซองจินอูใช้ไหวพริบช่วยเอาไว้ หรือแม้กระทั่งความรู้สึกเห็นแก่ตัวของฮันเตอร์แต่ละคนที่พร้อมจะทิ้งให้ผู้อ่อนแอกลายเป็นเหยื่อแทนตัวเองได้เสมอ

ตรงส่วนของอนิเมะสามารถถ่ายทอดความรู้สึกออกมาได้ดีมาก แสดงให้เห็นธาตุแท้ของมนุษย์และความสิ้นหวังที่ซองจินอูและฮันเตอร์คนอื่น ๆ ได้เผชิญมา รวมไปถึงซาวด์ประกอบฉาก และภาพอนิเมะ ที่ทาง A-1 Pictures Studio จากทางญี่ปุ่นสามารถดึงเอาความรู้สึกออกมาได้เสมือนกับตอนอ่านจากต้นฉบับมันฮวาเลยทีเดียว แม้ความคมชัดของลายเส้นอาจจะไม่เท่ากับในมันฮวาแบบเหมือนเป๊ะ แต่ก็ถือว่าทำมาได้ดี

สำหรับคนที่ไม่รู้จัก A-1 Pictures Studio น่าจะเคยได้ยินผลงานเรื่องต่าง ๆ ของค่ายนี้กันมาบ้างไม่มากก็น้อย ยกตัวอย่างเช่น ซอร์ดอาร์ทออนไลน์ (SAO : Sword Art Online), เอ็กซอร์ซิสต์พันธุ์ปีศาจ (Blue Exorcist), ศึกตำนาน 7 อัศวิน (The seven deadly sins), แฟรี่เทล ศึกจอมเวทย์อภินิหาร (Fairytail), คนลึกไขปริศนาลับ (Black butler) นอกจากนั้นเรื่องล่าสุดที่เพิ่งจะฉายภายในปีนี้ก็จะมี ศึกโลกเวทย์มนตร์คนพลังกล้าม (Mashle: Magic and Muscles) และ NieR:Automata Ver1.1a

จากผลงานที่ผ่าน ๆ มาและผลงานล่าสุดของทางสตูดิโอที่เน้นการต่อสู้อย่างเรื่อง Mashle ทำให้สามารถคาดหวังได้กับฉากแอ็กชันในเรื่อง Solo leveling ได้ เนื่องจากแกนหลักของเรื่องคือการต่อสู้กันระหว่างฮันเตอร์และมอนสเตอร์ และหลังจากที่ผมได้รับชมมาก็ไม่ผิดหวังจริง ๆ ฉากแอคชั่นทั้งหลายทำออกมาได้ดีมาก รวมไปถึงฉากติดเรต เลือดสาด แขนขาขาดต่าง ๆ ก็ทำให้รับรู้ถึงความอันตรายของอาชีพฮันเตอร์ได้เป็นอย่างดี

แล้วเรื่องพากย์ไทยล่ะ ?

ในด้านการพากย์ไทยนั้น สิ่งที่ผมชื่นชอบที่สุดคือการถ่ายทอดความรู้สึกต่าง ๆ ของซองจินอูผ่านทางเสียงพากย์ของ ‘พี่ปลาย (พิพัฒน์ บุญสิทธิเลิศ)’ โดยเฉพาะในช่วงท้ายของเนื้อเรื่อง ที่กำลังเข้าสู่ช่วงวิกฤตในการเจอกับดันเจี้ยนลับ ความยากคือการถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาผ่านทางบทพากย์และน้ำเสียง ให้รู้สึกได้เช่นเดียวกับตัวละคร ซึ่งตรงส่วนนี้ทำออกมาได้อินมากจนผมน้ำตาซึมตามซองจินอูไปเลย

หลังจากนี้ตัวละครซองจินอูจะมีการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ เกิดขึ้นอีกมากมาย เพราะการเปลี่ยนแปลงจากฮันเตอร์ที่โดนด้อยค่ามาตลอดสู่ฮันเตอร์สาย Solo ตามชื่อเรื่อง พี่ปลายจะสามารถถ่ายทอดอารมณ์ต่าง ๆ ของซองจินอูออกมาได้อย่างครบถ้วนหรือไม่นั้น ต้องรอติดตามชมกันในส่วนของอนิเมะพากย์ไทย ซึ่งคาดว่าจะออกตามหลังจากตัวอนิเมะเสียงญี่ปุ่นไม่กี่สัปดาห์ ตามช่องทางการฉายที่คาดว่าจะประกาศในช่วงสิ้นปีกันอีกที

ส่วนตัวละครอื่น ๆ นั้น โดยส่วนตัวผมถือว่าทำออกมาได้ลื่นไหลมาก แทบไม่รู้สึกติดขัดตรงเรื่องเสียงไม่เข้ากับตัวละครเลย แต่ตรงบทพากย์บางส่วนอาจจะมีขัด ๆ กับต้นฉบับมันฮวาไปบ้าง เนื่องจากว่า ผู้รับหน้าที่แปลบทพากย์อย่าง ‘พี่บอส (อภิชิต ลิขิตลิ้มปรีชา)’ นั้นได้รับตัวบทคำพูดมาจากทางสตูดิโอญี่ปุ่นโดยตรง และได้แปลอ้างอิงจากบทพูดส่วนนั้นเป็นหลัก

และอีกหนึ่งคนที่ถูกเชิญมาในกิจกรรมมีตติ้งนักพากย์หลังอนิเมะฉายจบ คือ ‘น้องยู (กนกวรรณ คงเถื่อน)’ ผู้รับหน้าที่พากย์เป็นตัวละคร ซองจินอา น้องสาวของ ซองจินอู ทว่าตัวละครนี้โผล่มาในเนื้อเรื่อง 2 ตอนแรกแค่ไม่กี่ฉากเท่านั้น ผมเลยอาจจะยังไม่ได้โฟกัสตรงการพากย์ของน้องยูสักเท่าไร คิดว่าต้องรอดูกันอีกทีในอีกหลายฉากหลังจากนี้ตอนฉายจริง แต่โดยรวมแล้วเช่นเดียวกับตัวละครอื่น คือไหลลื่นไม่รู้สึกติดขัดอะไรเลย

ยกตัวอย่างบทสัมภาษณ์ในกิจกรรมมีตติ้งนักพากย์

(มีสปอยล์เนื้อหานิดหน่อย)

พิธีกร: รบกวนทั้งสองคนบอกฉากตัวละครที่ตัวเองพากย์ที่ชอบจากในอนิเมะ 2 ตอนแรกมาหน่อยครับ

พี่ปลาย: ผมชอบที่สุดก็คือตรงส่วนสุดท้ายนี่แหละครับ ผมรู้สึกว่าสุดท้ายเขาก็ซื่อสัตย์กับตัวเองว่าจริง ๆ แล้วเขาก็ไม่ได้อยากตาย ภาพทุกอย่างมันถ่ายทอดออกมาเหมือนกับมันคือวาระสุดท้ายและความคิดก่อนตายจริง ๆ ว่าแบบทุกคนล้วนเห็นแก่ตัวกันหมด “อยากเอาชีวิตรอด ทำมาใช้คำพูดสวยหรู แต่ฉันเองก็อยากจะมีชีวิตรอดเหมือนกันนะ ขอโอกาสอีกสักครั้งได้มั้ย!”

พิธีกร: แล้วทางน้องยูละครับ ชอบฉากไหนที่ตัวเองพากย์บ้าง

น้องยู: ด้วยความที่ตัวหนู ก็ออกมาแค่ประมาณ 2 ฉากใหญ่นะคะ จะเป็นฉากในโรงเรียนที่คุยกับเพื่อนและก็เป็นฉากเยี่ยมคุณแม่ ถ้าพูดถึงฉากที่ประทับใจ น่าจะเป็นฉากที่ซงจินอาไปหาคุณแม่ที่โรงพยาบาล รู้สึกว่าน้องมีการถ่ายทอดความรู้สึกรักและเป็นห่วงครอบครัวออกมาได้ดีค่ะ

พิธีกร: แต่ก็ยังค้างคากันอยู่เนอะ เพราะดูกันไปแค่ 2 ตอนเท่านั้น ไม่เป็นไรครับ มกรานี้ได้ดูกันต่อแบบยาว ๆ แน่นอน และก็ต้องคอยติดตามชม ทางช่องทาง Official ของ ‘Solo leveling’ และ Medialink เนอะ ว่าจะได้รับชมช่องทางไหนกันบ้าง

พิธีกร: ขอเหตุผลหน่อยครับ ว่าทำไม ต้องติดตาม ‘Solo leveling’ ด้วยครับ

พี่ปลาย: ‘Solo leveling’ นะครับ เป็นอนิเมะที่สร้างจากมันฮวาชื่อดัง อันนี้ทุกคนน่าจะรู้กันอยู่แล้ว ซึ่งอันนี้น่าจะเป็นเหตุผลข้อแรกที่การันตีความสนุกของเรื่องนี้ และอย่างที่ทุกคนได้เห็น 2 ตอนแรกในรอบพรีเมียร์กันว่า เขานำเอาทุกอย่างจากต้นฉบับมา ไม่ว่าจะเป็นความน่ากลัว ความตื่นเต้น ความโหด ความดิบ และหลาย ๆ อย่างนะครับ และหลังจากนี้ก็คิดว่าจะสามารถดึงเอาความมันส์ที่ทางต้นฉบับทั้งมันฮวาและนิยายได้สร้างเอาไว้ออกมาได้ถึงใจทุกคนอย่างแน่นอน

น้องยู: สำหรับหนู อาจจะไม่ได้ตาม ‘Solo leveling’ มาตั้งแต่ยังเป็นมันฮวานะคะ แต่พอรู้ว่าต้องพากย์เรื่องนี้ก็เลยไปทำการบ้านมา ก็ไปอ่านตัวมันฮวาจากทาง Kakao webtoon มา และมันจะต้องเสียเงินอ่านต่อใช่มั้ยคะ หนูก็แบบอยากอ่านต่อไปเรื่อย ๆ มันเป็นฟีลลิ่งที่รู้สึกว่าน่าติดตามมาก ๆ ค่ะ ยังไงก็ขอฝากด้วยนะคะ

พี่บอส: ผมคิดว่าประมาณ 60% ของคนที่อยู่ในโรง น่าจะเคยอ่านมันฮวา ‘Solo leveling’ มาก่อน ถึงได้รีบซื้อตั๋วมาดูรอบพรีเมียร์รอบนี้ เพราะงั้นทุกคนน่าจะรอคอย ‘ฉากนั้น’ ของซองจินอูกันอยู่ พร้อมกับคำพูดของเขาฉากนั้น และก็อยากจะรู้ด้วยว่า พี่ปลายของเราจะสามารถพูดออกมาได้หนักแน่นและเท่เหมือนกับในมันฮวาหรือไม่นะครับ รอฟังจากพี่ปลายกันอีกทีไปพร้อมกันเลยนะครับ

คนที่เริ่มสนใจเรื่องนี้ จะติดตามได้จากทางไหนบ้างนะ ?

อย่างที่เกริ่นกันมาตั้งแต่แรกนะครับ ว่าตัวอนิเมะเรื่องนี้ถูกสร้างขึ้นมาจากมันฮวาเป็นหลัก แต่ต้นฉบับที่แท้จริงของเรื่องนี้เลยคือ ‘นิยาย (Novel)’ จากผู้เขียนนามว่า ชู่กง (Chugong) ซึ่งทางตัวนิยายจะมีการบรรยายรายละเอียดที่ค่อนข้างเยอะกว่ามันฮวามาก ถ้าใครที่เป็นสายนี้ก็สามารถไปหานิยายแปลไทยอ่านได้จากสำนักพิมพ์ Phoenix ได้เลย (มีการดัดแปลงเป็นมังงะรูปเล่มจากมันฮวาด้วยเช่นกัน)

นิยาย Solo leveling ฉบับแปลไทย 14 เล่มจบ มีทั้งแบบ หนังสือ และ E-books
(ส่วนฉบับมังงะยังออกไม่จบ)

จากนั้นได้มีการนำเนื้อหาจากนิยายต้นฉบับมาทำเป็นการ์ตูนจากทางเกาหลีแบบแนวตั้ง ที่เราเรียกกันว่ามันฮวา นั่นเอง โดยผู้รับหน้าที่วาดรูปและลงให้ทางแพลตฟอร์ม Kakao webtoon คือ จาง ซอง รัก (Jang Sung Rak) จาก DUBU (REDICE STUDIO) และทำให้เรื่องนี้เริ่มเป็นที่รู้จักกันในวงกว้างมากขึ้น เนื่องจากความสวยงามของภาพที่ยกระดับความมันส์ของเนื้อเรื่องได้อย่างยอดเยี่ยม

มันฮวา Solo leveling ฉบับแปลไทย 179 ตอนจบ พร้อมตอนพิเศษ 21 ตอน จากทาง Kakao webtoon

นอกจากนั้นยังถูกนำไปดัดแปลงเป็นผลงานใหญ่อีกสองอย่างที่กำลังจะมาถึง คือ อนิเมะและเกมนั่นเอง โดยตัวอนิเมะนั้นรับผิดชอบการสร้างโดย A-1 Pictures Studio และจะเริ่มออกฉายเป็นรายสัปดาห์ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2024 เป็นต้นไป ส่วนช่องทางการฉายนั้นต้องรอติดตามกันอีกทีว่าสามารถรับชมได้ทางไหนบ้าง ทั้งในส่วนของคำบรรยายไทยและเสียงพากย์ไทย

ส่วนในตัวเกมนั้น เป็นเกมแนวแอคชั่น RPG ที่ถูกพัฒนาโดย Netmarble ตอนแรกมีกำหนดที่จะวางจำหน่ายภายในปี 2023 ผ่านทาง PC และมือถือ แต่ตอนนี้ยังไม่มีวี่แววความคืบหน้ามาอัพเดท คาดว่าคงต้องดีเลย์ออกไปปีหน้าต่อ ซึ่งตัวเกมจะมีการนำเข้ามาในประเทศไทยให้พวกเราได้เล่นกันมั้ยนั้น น่าจะต้องรอติดตามกันอีกที

ที่มา

โปรโมตรอบพรีเมียร์: https://fb.watch/o_wrprrrba/

A-1 Pictures Studio: https://myanimelist.net/anime/producer/56/A-1_Pictures?q=a-1&cat=company

นิยายและมังงะ ฉบับรูปเล่ม: https://www.phoenixnext.com/book-series/solo-leveling.html

นิยาย ฉบับE-Book: https://www.mebmarket.com/index.php?action=series_detail&series_id=3718&page_no=1

มันฮวา: https://th.kakaowebtoon.com/content/solo_leveling/48?tab=episode

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...