ความแตกต่างระหว่างน้ำตาลอ้อยและน้ำตาลทรายแดงในญี่ปุ่น
น้ำตาลที่มีสีน้ำตาลมีภาพลักษณ์ว่าดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำตาลทรายขาว โดย “น้ำตาลอ้อย” และ “น้ำตาลทรายแดง” เป็นตัวแทนของน้ำตาลที่มีสีน้ำตาลซึ่งมีจำหน่ายอยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น น้ำตาลดังกล่าวมีความแตกต่างกันอย่างไร น้ำตาลชนิดไหนที่นักโภชนาการอาหารชาวญี่ปุ่นแนะนำให้เลือกรับประทาน และมารู้ประโยชน์ของน้ำตาลต่อร่างกายกันค่ะ
ประโยชน์ของน้ำตาลต่อร่างกาย
ปัจจุบันนี้เรามักรับรู้ข้อมูลผ่านสื่อว่าการรับประทานน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินไปอาจเป็นผลเสียต่อร่างกาย แต่หากกังวลจนไม่กล้ารับประทานน้ำตาลเลยก็อาจส่งผลเสียต่อร่างกายได้เช่นกัน เพราะน้ำตาลมีประโยชน์ต่อร่างกายโดยเป็นแหล่งพลังงานของร่างกาย น้ำตาลที่รับประทานเข้าไปจะเปลี่ยนเป็นกลูโคสซึ่งเป็นอาหารของสมองและเป็นแหล่งพลังงานให้แก่เซลล์ต่าง ๆ ทั่วร่างกาย อีกทั้งน้ำตาลยังมีผลในการส่งเสริมการผลิตฮอร์โมนซีโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้อารมณ์มั่นคง และฮอร์โมนโดปามีน (Dopamine) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้คนเรามีความสุขและเสริมสร้างแรงบันดาลใจ
ความแตกต่างของน้ำตาลอ้อยและน้ำตาลทรายแดง
น้ำตาลอ้อย เป็นน้ำตาลที่ไม่ผ่านกระบวนการขจัดเอาโมลาสหรือกากน้ำตาลออกทำให้มีแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น โพแทสเซียม แคลเซียม และแมกนีเซียมหลงเหลืออยู่ และเนื่องจากไม่มีการขัดขาวจึงทำให้น้ำตาลอ้อยมีสีน้ำตาล
ในขณะที่ น้ำตาลทรายแดง มีขั้นตอนการผลิตคล้ายกับน้ำตาลทรายขาวแต่มีการต้มเคี่ยวที่นานกว่าเพื่อให้เกิดเป็นสีคาราเมล ทั้งนี้การเคี่ยวเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้สีของน้ำตาลที่ได้สม่ำเสมอกัน ในกระบวนกการผลิตจึงมักเติมสีคาราเมลลงไปเพื่อทำให้สีของน้ำตาลทรายแดงมีความสม่ำเสมอกัน
แล้วรับประทานน้ำตาลชนิดไหนดีกว่ากัน?
แม้น้ำตาลทรายแดงจะมีรสหวานเข้มข้นแต่แทบไม่หลงเหลือแร่ธาตุใด ๆ อยู่เลย อีกทั้งบางผลิตภัณฑ์มีการเติมสีเพื่อทำให้เกิดสีคาราเมลที่อาจเป็นสารก่อมะเร็ง ดังนั้นเมื่อเลือกซื้อน้ำตาลทรายแดงให้อ่านส่วนผสมที่ถุงบรรจุภัณฑ์ด้วยความระมัดระวัง ในทางกลับกันน้ำตาลออ้อยไม่มีส่วนผสมของสารก่อมะเร็งจึงมีความปลอดภัยในการนำมาใช้เป็นประจำทุกวัน น้ำตาลอ้อยมีรสชาติที่เข้มข้นมากกว่าน้ำตาลทรายแดง คนญี่ปุ่นจึงนิยมใช้น้ำตาลอ้อยเพื่อปรุงรสเมนูอาหารต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูต้มตุ๋นและเทริยากิ เป็นต้น
การรับประทานน้ำตาลในปริมาณที่พอเหมาะจะมีผลดีต่อร่างกาย น้ำตาลอ้อยและน้ำตาลทรายแดงมีความแตกต่างกันและมีขั้นตอนการผลิตที่แตกต่างกัน เพื่อรับคุณค่าสารอาหารจากแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย นักกำหนดอาหารชาวญี่ปุ่นแนะนำให้ใช้น้ำตาลอ้อยเป็นตัวเลือกในการปรุงอาหาร ส่วนเมืองไทยก็มีตัวเลือกมากมายจากน้ำตาลมะพร้าว น้ำตาลโตนด และน้ำตาลจากค่ะ
สรุปเนื้อหาจาก: yogajournal.jp