เปิดประโยชน์ ‘โรงไฟฟ้าชีวมวล’ พัฒนาชุมชน หนุนเศรษฐกิจท้องถิ่น
The Bangkok Insight
อัพเดต 17 ธ.ค. 2564 เวลา 04.14 น. • เผยแพร่ 17 ธ.ค. 2564 เวลา 04.14 น. • The Bangkok Insightเปิดเวทีสัมมนา "โรงไฟฟ้าชีวมวล กับการอยู่ร่วมกับชุมชน" จังหวัดพิษณุโลก ผู้เชี่ยวชาญ-นักวิชาการ สร้างความมั่นใจ "โรงไฟฟ้าชีวมวล" อยู่ร่วมกับชุมชนได้ เอื้อประโยชน์ด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต และขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ดีขึ้น ตัวแทนชาวบ้านเชื่อช่วยจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรได้ ช่วยเพิ่มรายได้ชุมชน แต่ยังกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม
งานสัมมนา โครงการ ไฟฟ้าสีเขียว GREEN STATION สร้างความรู้ สร้างเครือข่าย เพื่อการเติบโตของพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน จัดโดย สำนักข่าว The Bangkok Insight จัดเป็นครั้งที่ 3 ที่จังหวัดพิษณุโลก โดยมีตัวแทนจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) นักวิชาการ ผู้ประกอบการ ผู้นำชุมชน และชาวบ้านร่วมงานสัมมนากว่า 200 คน เพื่อทำความเข้าใจกับผู้คนในพื้นที่ ถึงศักยภาพของโรงไฟฟ้าชีวมวล และเพื่อให้ภาคประชาคม ได้สะท้อนความคิดเห็นในเรื่องนี้
ในงานสัมมนาครั้งนี้ ได้มีการนำเสนอมุมมอง และแนวทางการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าชีวมวล ทั้งเรื่องการบริหารจัดการ การมีส่วนร่วมของชุมชน รู้จักการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ที่ปัจจุบันถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์
นางสาวกิตติยา กล่อมเกลี้ยง ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) ประจำเขต 2 (พิษณุโลก) ประธานเปิดงานสัมมนา กล่าวว่า โครงการ ไฟฟ้าสีเขียว GREEN STATION สร้างความรู้ สร้างเครือข่ายเพื่อการเติบโตของพลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน เป็นหนึ่งใน 26 โครงการ ผู้รับทุนสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเพื่อกิจการตามมาตรา 97 (5) ปีงบประมาณ 2563
โดยทั้ง 26 โครงการจะขับเคลื่อนการสื่อสารภายใต้แนวคิด CLEAN ENERGY FOR LIFE: ใช้พลังงานสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน ตามเป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืน ในเป้าหมายที่ 7 Affordable and Clean Energy พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ (SDG#7) ของสหประชาชาติ สำหรับโครงการ ไฟฟ้าสีเขียว GREEN STATION ได้สื่อสารหัวข้อ พลังงานสะอาดจากชีวมวล หรือ Biomass Power
สำหรับ กองทุนพัฒนาไฟฟ้า จัดตั้งขึ้นภายใต้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงานกกพ.) ตาม พระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 โดยมี คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เป็นผู้กำกับดูแลภายใต้กรอบนโยบายของ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ซึ่งมีภารกิจสำคัญอย่างหนึ่ง คือ ส่งเสริมสังคม และประชาชนให้มีความรู้ ความตระหนัก และมีส่วนร่วมทางด้านไฟฟ้า
โดย โครงการไฟฟ้าสีเขียว จะมีส่วนช่วยให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจในข้อมูลข้อเท็จจริงเรื่องพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวล การดำเนินงานโรงไฟฟ้าชีวมวลที่ถูกต้อง เหมาะสม รวมถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการร่วมกันสอดส่องดูแลโรงไฟฟ้าในพื้นที่ของตนเอง ซึ่งเวทีนี้ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญต่อการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าจากชีวมวลได้อย่างมีนัยสำคัญ จากภาคนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ภายใต้การกำกับดูแลที่ดีของ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ให้เป็นไปตามหนึ่งใน ยุทธศาสตร์การกำกับกิจการพลังงาน (พ.ศ. 2561-2564) คือ พัฒนาการมีส่วนร่วม และสื่อสารอย่างเข้าถึง และเข้าใจ
การสัมมนาไฟฟ้าสีเขียวที่จังหวัดพิษณุโลก ถือเป็นเวทีที่สาม โดยเวทีแรกจัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมา และเวทีที่สองจังหวัดสุพรรณบุรี ทั้งนี้ สำนักงาน กกพ. และ สำนักข่าว The Bangkok Insight มีกำหนดที่จะเดินหน้าร่วมกันสื่อสาร สร้างความรู้ ความเข้าใจ และสร้างการมีส่วนร่วมผ่านเครือข่ายภาคประชาชน กระจายไปยังจังหวัดต่าง ๆ
นางสาวกิตติยา กล่าวถึงการจัดเวทีสัมมนาในวันนี้ว่า มีเป้าหมายสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่องการจะมีโรงไฟฟ้า โดยระบุว่าจริง ๆ วันนี้ที่พิษณุโลกไม่ได้มีเป้าหมายที่จะมีโรงไฟฟ้า แต่จะมาพูดว่าการมีโรงไฟฟ้าชุมชน จะได้ประโยชน์อะไรมากกว่า สำหรับบทบาทในส่วนของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ถ้าเป็นโครงการที่ก่อนจะมีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้น ก็จะต้องทำความเข้าใจ มีเวทีรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ ให้ประชาชนในพื้นที่ได้มีส่วนร่วม
ถ้าเกิดว่ามีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้น จะเน้นเรื่องของการจัดตั้งกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในพื้นที่ ซึ่งกลไกตัวนี้จะมีภาคประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการเป็นผู้รับประโยชน์ คณะกรรมการก็จะมาจากสัดส่วนของภาคประชาชน ก็จะมีการคัดเลือกคนในพื้นที่ที่โรงไฟฟ้าตั้งอยู่ เพราะถือว่าเมื่อมีโรงไฟฟ้าเกิดขึ้นในพื้นที่ ผู้ที่ได้รับผลกระทบก็คือชาวบ้านในพื้นที่ ในส่วนนี้จะมีกลไกเข้ามาสนับสนุน ในการนำเงินกองทุนไปใช้ประโยชน์ โดยจะมีหน่วยตรวจสอบเพราะถือว่าเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้าเป็นเงินภาษีจากประชาชน
"วันนี้เป็นการฉายภาพให้ดูในเรื่องโรงไฟฟ้าสีเขียว เป็นการให้ข้อมูลกับประชาชนในพื้นที่ จะมีอาจารย์ มีนักวิชาการจากมหาวิทยาลัย มาให้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงไฟฟ้าชีวมวลคืออะไร บางทีชุมชนอาจจะยังไม่มีความเข้าใจ การมีความกังวลนับเป็นเรื่องปกติ แต่สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานในฐานะผู้กำกับดูแล จะมีเครื่องมือต่าง ๆ ที่นำมาใช้ ตั้งแต่กระบวนการรับฟังความเห็น จะออกประกาศ ออกระเบียบ เชิญผู้เกี่ยวข้อง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เข้ามารับฟัง ให้ความเห็น เป็นเรื่องปกติของความกังวล ทุกวันนี้ประเทศไทย ก็พึ่งพาการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศอยู่แล้ว"
นักวิชาการย้ำโรงไฟฟ้าชีวมวลเกิดได้ต้องสร้างความเข้าใจ
โดยบนเวทีสัมมนาในหัวข้อ โรงไฟฟ้าชีวมวล กับการอยู่ร่วมกับชุมชน ผศ.ดร.พิสิษฏ์ มณีโชติ นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานไฟฟ้า วิทยาลัยพลังงานทดแทนและสมาร์ตกริดเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า โรงไฟฟ้าชีวมวล กับการอยู่ร่วมกับชุมชนนั้น ยังมีปัญหาการขับเคลื่อนอยู่ในทุกมิติ ทั้งชุมชนขาดความเข้าใจในเรื่องโรงไฟฟ้าชีวมวล ขาดโอกาส และขาดงบประมาณ ส่วนภาครัฐก็มีข้อขัดข้องใหญ่ ๆ อยู่จำนวนหนึ่ง รวมถึงเรื่องนโยบายไม่นิ่ง และการติดขัดในเรื่องระเบียบกฎเกณฑ์
“แน่นอนว่าสิ่งแรกที่ต้องทำ เพื่อให้โรงไฟฟ้าชีวมวล อยู่ร่วมกับชุมชนได้ คือ การแก้ไขปัญหาดังกล่าว ให้ความรู้ ความเข้าใจ และภาครัฐต้องทำให้ประชาชนเชื่อใจให้ได้ เพื่อสร้างทัศนคติที่ดี เป็นเรื่องที่ต้องหาทางออกร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนในเรื่องของโครงการเหล่านี้”
ผศ.ดร.พิสิษฏ์ บอกด้วยว่า โรงไฟฟ้าชีวมวลเป็นการผลิตพลังงานที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม และในบางสถานการณ์ ยังถือเป็นการแก้ปัญหาด้วยซ้ำ เช่น คนทำการเกษตร ก็มีปัญหาเกี่ยวกับวัสดุทางการเกษตรเหลือใช้ หากมีการติดตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล และนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรมาเป็นเชื้อเพลิง ก็สามารถช่วยแก้ปัญหาเศษวัสดุเหลือทิ้งหรือของเสียจากภาคการเกษตรได้
นางสาวกิตติยา กล่าวว่า หากมีโรงไฟฟ้าชีวมวลเกิดขึ้น ก็จะเข้ามาช่วยในเรื่องของเศรษฐกิจ ในเรื่องของการรับซื้อ โดย กกพ. มีกองทุนชื่อว่า กองทุนพัฒนาไฟฟ้า ซึ่งเงินจากกองทุนนี้ จะนำมาใช้ประโยชน์กับประชาชน ที่อยู่ในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า เพราะถือว่าเป็นผู้เสียสละ ให้มีโรงไฟฟ้าตั้งอยู่ ในบริเวณใกล้บ้าน จะเป็นเงินชดเชย เยียวยา ให้กับผู้ที่อาจจะได้รับผลกระทบกับการดำเนินงานของโรงไฟฟ้า
ซึ่ง สำนักงาน กกพ. ก็เข้ามาดูแลในเรื่องนี้อยู่ ประชาชนในพื้นที่ก็สามารถใช้ประโยขน์ จากกองทุนพัฒนาไฟฟ้าในส่วนนี้ เพื่อพัฒนาชุมชน ก็จะมีเงื่อนไข ของการใช้จ่ายเงินของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าอยู่ ซึ่งสามารถเติมเต็มในส่วนของ การพัฒนาโครงสร้างขั้นพื้นฐาน ด้านการศึกษา ด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ
3 ส่วนสำคัญ ที่โรงไฟฟ้าอยู่ร่วมกับชุมชนได้
นายศุภชัย คำเทวา ผู้จัดการฝ่ายผลิตไฟฟ้า บริษัท ทิพย์กำแพงเพชร ไบโอเอนเนอยี่ จำกัด แสดงความเห็นว่า การจัดตั้งโรงไฟฟ้าหรือโรงงานสักที่หนึ่ง จะมีระยะเวลาอย่างน้อย 20-30 ปี ถึงอย่างไรก็ต้องอยู่ร่วมกันกับชุมชน
"ผมก็มองสามส่วนที่โรงไฟฟ้าต้องทำร่วมกับชุมชน ส่วนแรกคือการจ้างงานประมาณ 70-80 % ที่เราจ้างแรงงานในพื้นที่ ส่วนที่สองเป็นการพัฒนาชุมชนไปด้วยกัน สนับสนุนในส่วนของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ส่วนที่สาม คือ การจัด CSRที่มีส่วนร่วมกับชุมชน นับตั้งแต่ที่เราอยู่ร่วมกับชุมชนมา ก็มีเสียงตอบรับที่ดีจากผู้นำชุมชน และชาวบ้านโดยรอบ"
นายศุภชัย ยังได้ยกตัวอย่างถึงการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าชีวมวลของบริษัท ในแง่ของการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนว่า ทางบริษัทได้รับซื้ออ้อยมาจากเกษตรกร เมื่อหีบสกัดน้ำอ้อยออกมาแล้ว ก็จะมีส่วนที่เหลือทิ้งคือกากอ้อย ก็จะเข้าสู่กระบวนการผลิตไฟฟ้าอีกที นำกากอ้อยไปเป็นเชื้อเพลิงในการต้มน้ำ เพื่อสร้างแรงดันสูงขับเคลื่อนการทำงานของกังหันในน้ำ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า
นอกจากนี้ ยังมีการรับซื้อใบอ้อย ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมของชาวไร่ ดีขึ้น มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการขายใบอ้อย 1 ตัน ประมาณ 700 บาท ส่วนโรงงานก็เป็นการสนับสนุนเพื่อลดการเกิดมลพิษทางอากาศ
นายศุภชัย บอกว่าโรงไฟฟ้าชีวมวลของเราจะอยู่ร่วมกันกับชุมชนได้ เพราะเรามี 3 ส่วน หลัก ๆ ส่วนแรกคือ การทำกิจกรรม CSR ส่วนที่ 2 คือ การส่งเงินเข้ากองทุนพัฒนาไฟฟ้า เพื่อพัฒนาชุมชนในโครงการต่างๆ ตามที่ชุมชนเสนอมา และส่วนที่ 3 คือ การจ้างแรงงานในพื้นที่ จากประสบการณ์ที่อยู่ตั้งแต่สร้างโรงงาน จนถึงปัจจุบันประมาณ 9 ปี เราก็ทำงานลักษณะเชิงรุก เช่น ถ้าโรงไฟฟ้าเกิดขัดข้องในส่วนงาน Operate เช่น งานหม้อไอน้ำ เราก็จะมีการแจ้งชุมชน แก้ไขหน้างาน โดยการลดโหลด เพื่อไม่ให้ฝุ่นเยอะ มีกลุ่ม Line ที่ใช้สื่อสารกับหัวหน้าชุมชน อย่างช่วงนี้ มี Covid ก็จะมีกลุ่ม Line ไว้คอยส่งข้อมูลข่าวสาร และมีการพบปะ พูดคุยประชุมกันทุก ๆ เดือน มีการเข้าร่วมรับฟังข้อคิดเห็นเพื่อนำมาปรับปรุง สิ่งที่เราต้องแก้ไขก็ไม่ติดปัญหาที่ร้ายแรง
ตัวแทนชุมชนเสนอ 6 ข้อ สร้างการอยู่ร่วมกับชุมชน
นายอุทัย อัตถาพร ผู้แทนภาคประชาสังคม กล่าวว่า โรงไฟฟ้ากับชุมชน จะอยู่ร่วมกันได้ ต้องมี 6 ข้อ ด้วยกัน คือ
1. ต้องสร้างความรู้-ความเข้าใจกับชาวบ้าน ชาวบ้านต้องรู้ก่อนว่าชีวมวลคืออะไร ผลิตจากอะไร
2. ผู้ประกอบการกับภาครัฐ ต้องมีความจริงใจที่จะดำเนินงาน จากข้อกังวลใจของชาวบ้าน เรื่องของมลพิษ เช่น กลิ่นควัน เรื่องผลกระทบ ที่จะส่งผลกระทบต่อชุมชน และสิ่งแวดล้อม จะต้องมีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา มีปัญหาก็บอกตรง ๆ ว่ามีปัญหา แล้วถ้ามีปัญหาจะแก้ไขผลกระทบอย่างไร
3. เทคโนโลยีเป็นอย่างไร ดีขึ้นกว่าเดิมไหม
4. ชาวบ้านต้องมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นในการเข้าไปตรวจสอบ ต้องได้รับประโยชน์จากโรงไฟฟ้า เช่น ในชุมชนที่อยู่รอบโรงไฟฟ้า เป็นไปได้ไหมที่จะใช้ไฟฟ้าในราคาถูกลง ไฟฟ้าที่ผลิตไป เสียค่าไฟถูกลงได้ไหม
5. ประโยชน์ที่ชุมชนจะได้รับ มีกองทุนพัฒนาชุมชนได้ไหม ต้องผลิตไฟฟ้าได้มากน้อยเท่าใด ถึงจะจัดตั้งกองทุนพัฒนาอาชีพของชาวบ้านได้ ขายวัตถุดิบได้ไหม นำไปขายที่โรงไฟฟ้าได้ไหม
6. ในขั้นตอนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการตรงนี้ได้มากน้อยแค่ไหน
"ถ้าจะมีโรงไฟฟ้าชุมชน ชุมชนควรจะได้รับประโยชน์ ถือว่ามาแต่งงานกัน ผู้ประกอบการเป็นชายหนุ่ม มาสู่ขอ มาจีบ สาวก็คือชุมชน ที่อยู่ในพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้า มาหมั้นหมาย กระบวนการหมั้นหมาย ก็คือกระบวนการทำ COP หรือกระบวนการศึกษาความเป็นไปได้"
"ถ้าตกลงปลงใจอยู่ร่วมกัน แต่งงานอยู่ร่วมกันได้ อันนี้คือโรงไฟฟ้าในฝันเลย ก็คือ 6 ข้อนี้ ถ้าทำ 6 ข้อ นี้ผ่าน สาวก็อนุญาตให้แต่งงานได้"
นายอุทัย บอกด้วยว่า การดำเนินงานโรงไฟฟ้าจะอยู่ได้หรือไม่ได้ ที่สำคัญที่สุดคือ ชุมชน ชาวบ้านในพื้นที่ ควรจะได้รับประโยชน์จากโรงไฟฟ้า ซึ่งจากตัวอย่างของ ทิพย์กำแพงเพชร ไบโอเอนเนอยี่ ที่กำแพงเพชร ถือว่าเป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่ดี เป้าหมายผู้ประกอบการคือ ได้กำไรสูงสุดอยู่แล้ว จากการประกอบการ แต่ผลจากการได้ผลประกอบการสูงสุดได้มีการแบ่งปันไปสู่ชุมชน หรือชาวบ้านในพื้นที่ด้วย
แต่หากว่า โรงไฟฟ้าเกิดขึ้นแล้ว กำไรสูงสุดอยู่ที่ผู้ประกอบการอย่างเดียว ชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย อันนี้ก็อยู่ยาก โรงไฟฟ้าถ้าอยู่กับชุมชนแล้ว อย่างน้อยต้องช่วยเหลือเกื้อกูลกันบ้าง อย่างที่เปรียบเทียบไว้ เมื่อแต่งกันแล้ว สร้างครอบครัวด้วยกัน อยู่ร่วมกันได้อย่างสร้างสรรค์ ถ้าไม่เป็นไปตามนี้ ก็ขอหย่า
การสัมมนาครั้งนี้ ยังได้เปิดเวทีให้ตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ มาจากภาคส่วนต่าง ๆ ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น และถาม-ตอบในประเด็นต่าง ๆ โดยเฉพาะประเด็นข้อกังวลของชาวบ้าน ต่อการตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวล และประโยชน์ที่จะได้รับจากโรงไฟฟ้าในพื้นที่
ชาวบ้านหนุนโรงไฟฟ้าชีวมวล เครื่องมือจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร
นายโชคดี สายนำพามีลาภ ประธานกรรมการสหกรณ์นิคมพันชาลี จำกัด อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ที่ปรึกษาประธานกรรมาธิการที่ดิน และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร มองว่า โรงไฟฟ้าชีวมวล ถือเป็นโครงการที่ดี สำหรับพลังงานทางเลือก สามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ที่เคยต้องทิ้งไปอย่างเสียเปล่า มาทำให้เกิดประโยชน์ กลับเป็นตัวเงินสร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้
"ผมยังเห็นความสำคัญของพลังงานทางเลือก ที่เป็นพลังงานที่แปลงจากสิ่งที่เกษตรกรจะต้องทิ้ง กลับเป็นตัวเงินสร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชน ถ้า 1 ครอบครัว มีรายได้จากการขายเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร 10,000 บาท แต่ละครอบครัวจะมีรายได้เพิ่ม 10,000 บาท ระบบเศรษฐกิจในชุมชนหรือจังหวัดก็โตขึ้น แต่ปัจจุบันเรายังไม่เห็นภาพนั้น เราก็ทิ้งไป รวมทั้งเก็บไปเผา ทุกปีเราจะเก็บเหง้ามันไปเผาทิ้งข้างไร่ กับการที่เรานำเข้าโรงงานผลิตไฟฟ้าชีวมวล จะเกิดรายได้ ลูกหลานเกิดอาชีพ"
"วันนี้จะมีน้อง ๆ นักศึกษาที่เรียน อาชีวะ เรียนเทคนิค เข้ามา น้อง ๆ กลุ่มนี้ก็จะมาเรียนรู้ ว่าเมื่อกลับไปบ้าน เห็นพ่อแม่ทำการเกษตร สิ่งเหลือใช้ทางการเกษตรที่ได้ทิ้งไป เขาจะได้มีแนวคิดที่ว่าจะต้องนำกลับมา สร้างประโยชน์จริง ๆ จะเป็นทางเลือกให้ได้เรียนรู้ และรับทราบว่าพ่อแม่เขาสามารถมีรายได้เพิ่มเติมได้"
อีกส่วนในอนาคตโรงไฟฟ้า ถ้ามีไฟฟ้าราคาถูก เกษตรกรใช้โดรนต้องใช้แบตเตอรี่ในการชาร์จ ณ เวลานี้เขาซื้อเครื่องชาร์จราคาแพงมาก ต่อโดรน 1 ลำ ราคา 3-4 แสนบาท แต่ถ้ามีโรงไฟฟ้าแล้ว ไฟฟ้าราคาถูก แล้วมีกระบวนการชาร์จให้เร็วขึ้น อันนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกร เราหนีไม่พ้นแน่ ๆ ไฟฟ้าที่ใช้ในด้านการเกษตร ฝากให้ช่วยศึกษาด้วย
นอกจากนี้ นายสิทธิพงษ์ พุ่มจันทร์ ภาคประชาชนจังหวัดพิษณุโลก แสดงความเป็นห่วง โดยระบุว่าสิ่งที่ประชาชนเป็นห่วง จากที่ได้รับทราบข้อมูลมา หลังจากลงพื้นที่ประมาณ 30 ชุมชน ทั่วภาคเหนือ และภาคอีสาน เห็นว่ารถไฟฟ้า ต้องใช้พลังงานทั้งหมด 100,000 เมกะวัตต์ แต่ตัวเลขโรงไฟฟ้าชีวมวลจาก 225 แห่ง ผลิตไฟฟ้าได้ทั้งหมด 1,776 เมกะวัตต์ เท่ากับค่าเฉลี่ยต่อโรงไฟฟ้าประมาณ 76 เมกะวัตต์
ถ้าเอาตัวเลขไปคูณเท่ากับต้องมีโรงไฟฟ้าชีวมวลประมาณ 12,886 แห่ง ในขณะที่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อบต. เทศบาล ประมาณ 7,850 แห่ง บ้านท่านจะมีโรงไฟฟ้าหรือไม่
อีกข้อที่เป็นห่วง คือ การสัญญากับ โรงไฟฟ้าเขาไม้แก้ว กว่าจะสัญญากันได้ 11 ปี ตกลงกันดี ๆ ให้เกิดโรงไฟฟ้าชีวมวลในบ้านแล้ว สิ่งที่ประชาชนเป็นห่วงส่วนใหญ่คือ "สุขภาพ" โรงไฟฟ้าชีวมวลมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย แต่ไม่ใช่ว่าไม่มี
เรื่องทรัพยากรน้ำ ได้แก่น้ำสะอาดที่ต้องนำไปใช้ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ยิ่งโรงไฟฟ้าชีวมวลใหญ่เท่าไรยิ่งต้องใช้น้ำมาก ยิ่งมีน้ำอยู่เท่าไร โดนไปให้ชีวมวลมากเท่านั้น น้ำใต้ดินที่จะต้องแห้ง ผลกระทบเชิงการเกษตร รวมถึงเรื่องการผูกขาดของกลุ่มทุน 90% เป็นของประชาชน 10% ที่ประชาชนถือหุ้นทำไมไม่เป็น 50% ถ้าบอกว่าอยากให้ประชาชนมีส่วนร่วม เช่น จำนวน 2,000 หุ้น หุ้นละ 500 บาท ทำไม่ได้หรืออย่างไร
ผศ.ดร.พิสิษฏ์ อธิบายว่า เรื่องที่พูดถึง มีความเป็นไปได้ ในมุมมอง มุมสะท้อนปัญหา ไม่ผิดทั้งคู่ เป็นสิ่งที่ต้องเลือก ปัญหาจริง ๆ เราคิดถึงปัญหาก่อน รถไฟฟ้า 1 ล้านคัน* เราต้องการ 100,000 เมกะวัตต์** ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวน สิ่งหนึ่งที่สำคัญ คือ เรื่องของการจัดการ ขึ้นอยู่กับความพอใจ ทรัพยากรบุคคล มีสมการบังคับอยู่แล้วว่ามากกว่านี้ไม่ได้ น้อยกว่านี้ไม่ได้ เดี๋ยวจะมีระบบจัดการของมันเอง ส่วนที่ว่าถือหุ้น 50 % ในอดีตชาวบ้านบริหารแล้วพัง เพราะไม่มีประสบการณ์ แต่เราต้องให้ความรู้ ต้องเรียนรู้ธุรกิจ โลกต้องปรับตัว ชาวบ้านต้องปรับตัว เราต้องออกแบบ เราจะอยู่กับมันอย่างไร
หมายเหตุ: ประมาณการถยนต์ไฟฟ้า 2 ล้านคัน (BEV และ BHEV) มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด 10,960 เมกะวัตต์ (กรณีที่เป็นไปได้ Probable case) 22,540 เมกะวัตต์ (กรณีขยายตัวเกินความคาดหมาย Extreme case) ภายในปี 2573
อ้างอิง: การศึกษาการพัฒนาของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า และผลกระทบที่เกิดขึ้นสำหรับประเทศไทย จัดทำโดยมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) 8 ก.พ. 2558
สิ่งแวดล้อมข้อกังวลผลกระทบชาวบ้าน
นายอนุชา แหสมุทร เกษตรกร และนักพัฒนา แสดงความเห็นว่า พอพูดถึงการสร้างโรงไฟฟ้า ถ้าทำแล้วชุมชนมีส่วนร่วม จะมีเศรษฐกิจที่ดี เพราะเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ถูกนำเข้ามาใช้ในกระบวนผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าชีวมวล แต่มีข้อเป็นน่าห่วง คือเรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะไม่ค่อยได้ยินเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ เพราะในกระบวนการผลิตอาจจะมีฝุ่นขนาดเล็ก มีผลกระทบกับปอด และหัวใจ
"ผมเชื่อว่าทุกคนต้องการใช้พลังงานไฟฟ้า แต่ในกระบวนการผลิตไฟฟ้า เราควรจะมีกระบวนการในการติดตาม ประเมินผล ต้องมีมาตรการในการจัดการ เพื่อสร้างความมั่นใจ ต้องให้ชุมชนยอมรับ ต้องพูดความจริง เรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคงด้านพลังงาน ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และเรื่องสุขภาพ"
"กระบวนการหาข้อมูล การเก็บข้อมูล ชุมชนจะเข้ามามีส่วนร่วมอย่างไร หรือหน่วยงานอื่น ๆ จะมีส่วนร่วมอย่างไร อาจจะต้องไปเกี่ยวข้องกับสาธารณสุขไหม ซึ่งตรงนี้น่าจะเข้ามาดูแล หรือ จัดทำแผน ได้แล้ว"
นางสาวกิตติยา ให้ความมั่นใจว่า การที่จะเปิดโรงไฟฟ้าขึ้นมาได้ เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข กรมโรงงานอุตสาหกรรม ท้องถิ่น ทั้งยังมี พ.ร.บ. ที่คอยกำกับดูแล อย่างเรื่องสุขภาพ ในตัวของโรงงานเองก็มีความห่วงใย ในเรื่องของสุขภาพของคนที่อยู่รอบโรงงาน หรือผู้ปฏิบัติงาน คนในโรงงานเอง ก็จะต้องมีการตรวจสุขภาพ เป็นไปตามมาตรฐานของชีวอนามัยอยู่แล้ว
ในเรื่องของการกำกับดูแลของหน่วยงาน ในส่วนของ สำนักงาน กกพ. เอง จะมีมาตรการต่าง ๆ ในเรื่องนี้ มีค่ามาตรฐานที่ทางโรงไฟฟ้าต้องทำรายงานส่งมา ทั้งยังมีเจ้าหน้าคอยติดตามให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขต่าง ๆ ด้วย
นายศุภชัย ยกตัวอย่างว่า ในส่วนของสุขภาพของพนักงานโรงไฟฟ้า โรงน้ำตาล จะมีการตรวจสุขภาพประจำปี 1 ครั้ง ส่วนไม้ ก็มีการใช้เหมือนกันในการสตาร์ทบอยเลอร์ เราใช้ไม้ฟืนเป็นจุดเริ่ม ปีหนึ่งก็ใช้ประมาณ 10 กว่าตัน เป็นท่อนความยาว 1.20 เมตร
นายเทวานนท์ จรัสศรีมณี นักวิชาการอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก ถามว่า อยากจะทราบว่าของเสียจากการผลิตไฟฟ้า เช่น ขี้เถ้า จากการเผา เวลาจะจัดการจะจัดการอย่างไร
นายศุภชัย บอกว่า กากของเสียเราจะมี 2 ส่วน คือ น้ำเสียและขี้เถ้า ที่เกิดจากการเผาไหม้ในกระบวนการ หม้อไอน้ำ ของเสียก็คือน้ำ ส่วนของโรงไฟฟ้าหรือโรงน้ำตาลก็จะมีการกำจัดโดยไม่ปล่อยออกสู่ชุมชน มีการบำบัดในแต่ละส่วน โดยสามารถนำน้ำกลับมาใช้งานต่อได้ เช่น การรดน้ำต้นไม้ การรดถนน เพื่อป้องกันฝุ่น
ส่วนขี้เถ้า เมื่อตรวจสอบค่าต่าง ๆ อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน จะให้เกษตรกรนำไปใช้ปรับปรุงดิน เราไม่ได้ขาย ถ้าเกิดมีรถแมคโครมาตักเอง เราให้ฟรี
นายไพรัตน์ สุทธิธรรม ประธานนาแปลงใหญ่ข้าวปลอดภัยพันชาลี อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก ถามว่า การเผา ชาวนาต้องเผาเกือบทุกราย ปัจจัยก็คือ ชาวนาไม่มีอุปกรณ์ในการเก็บฟาง จึงจำเป็นต้องเผา ไม่มีน้ำที่จะดับไฟ อันนี้ เป็นปัญหาที่ต้องเจอ
สิ่งสำคัญ คือ ไม่มีเครื่องมือเก็บ เกษตรกรส่วนใหญ่เป็นชาวนา ชาวไร่อ้อย ตอนนี้เป็นโอกาสดี พวกเราไม่อยากเผา แต่มีหน่วยงานรัฐหน่วยงานไหนบ้าง ที่มาสนับสนุนเรื่องเครื่องมือ ลูกหลานเกษตรกรไม่อยากทำนา ไม่มีใครเอา นี่คือความช้ำใจ อยากจะฝากว่า สิ่งที่นำเสนอมา อยากจะบอกว่าใช่ ถูกต้องทุกข้อ แต่ทำไม่ได้ ด้วยปัจจัยมันไม่มี เราอยากจะบอกว่า อยากให้เราทำอะไร ขอให้บอกเราจะทำให้
เรื่องนี้ ผศ.ดร.พิสิษฏ์ ระบุว่า ภาครัฐจำเป็นต้องมีรถอัดก้อนไปช่วยชุมชน ไปช่วยเกษตรกร ประเด็นนี้ต้องตีแผ่ ถ้าพวกเราพูดกันหมด แล้วเราส่งสัญญาณไป ว่าเราต้องการความช่วยเหลือ พูดดัง ๆ พูดตั้งแต่ผู้นำชุมชน หาคนที่เป็นผู้นำขับเคลื่อน สุดท้ายแล้วต้องจัดการได้
นายปุณณเมธ อ้นอารี ที่ปรึกษาประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร ให้มุมมองว่า ในโลกของสังคมประชาธิปไตย ไม่สามารถปฏิเสธการพัฒนาควบคู่ไปกับคุณภาพชีวิตของประชาชนได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดของกลุ่มทุนที่จะเข้าไป คือ ต้องมีกระบวนการ ให้ประชาชนได้เข้าใจกลไกจริง ๆ
แน่นอนว่า ในอดีตไม่สามารถเชื่อใจประสิทธิภาพของเทคโนโลยีได้มากเท่าสมัยนี้ สิ่งที่มีอยู่สามารถมีการควบคุม และหน่วยงานรัฐก็เข้ามาตรวจสอบ แต่ถ้าหน่วยงานหละหลวม กฎหมายหละหลวม พี่น้องประชาชน จะเกิดปัญหาที่ร้ายแรงมาก
การที่โรงไฟฟ้าเจริญเติบโต เป็นเรื่องที่ดี จะไม่เกิดการผูกขาด แต่พอกระจายไปหลายที่ หรือหลายท้องถิ่น ราคาจะถูกในระยะสั้น แล้วในระยะยาวจะแพงไหม ถ้าขาดการดูแลและเกื้อหนุนของชุมชนร่วมกัน เพราะไม่มีความเชื่อใจ สิ่งสำคัญอยากจะให้ไว้ใจ เชื่อใจ พัฒนาจริง ๆ อย่าผูกขาด คนใดคนหนึ่ง เอื้อประโยชน์ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
ผศ.ดร.พิสิษฏ์ ชี้แจงว่า ถ้าอยากให้ชาวบ้านเป็นเจ้าของจริง ต้องมีความรู้ ทุกอย่างมีข้อดี-ข้อเสีย ความรู้คือหัวใจของการพัฒนา ต้องมีการออกแบบ สุดท้ายชุมชนจะเลือกเอง
จากการเสวนาในครั้งนี้ มีเสียงตอบรับที่ดีจากชาวบ้านในจังหวัดพิษณุโลก ถึงความสำคัญของโรงไฟฟ้าชีวมวล ให้เกิดขึ้นในพื้นที่ เพื่อช่วยจัดการเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร ที่ยังหาวิธีการจัดการไม่ได้ ส่วนใหญ่ก็เป็นการเผาทิ้งแบบสูญเปล่า
หากมีการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลเกิดขึ้น น่าจะช่วยจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ เสริมความมั่นคงด้านไฟฟ้า ที่สำคัญช่วยสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในพื้นที่ได้ แต่ชาวบ้านยังห่วงเรื่องผลกระทบจากสิ่งแวดล้อม จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องจัดการเรื่องเหล่านี้ด้วยเพื่อให้ชุมชนอยู่ร่วมกับโรงไฟฟ้าชีวมวลได้
This slideshow requires JavaScript.
อ่านข่าวเพิ่มเติม