โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

แพทย์รามาฯ มุ่งใช้ ‘หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด’ เพิ่มโอกาสรอดผู้ป่วยพร้อมช่วยลดเจ็บปวด

แนวหน้า

เผยแพร่ 20 ก.ย 2566 เวลา 17.00 น.

“หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด หรือ Robotic surgery” ถือเป็นเทคโนโลยีที่น่าจับตามองและยังเป็นเทรนด์ที่อยู่ในกระแสมาตั้งแต่ช่วงปี 2560 ซึ่งระบบของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่ถือว่าประสบความสำเร็จมากที่สุด ได้รับการรับรองทางการแพทย์ และมีการนำเข้ามาใช้งานจริงในโรงพยาบาลชั้นนำของไทยคือหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่มีชื่อว่า “ดาวินชี (da Vinci Xi)” ถูกนำมาใช้ในการผ่าตัดผู้ป่วยของโรงพยาบาลรามาธิบดีในหลายโรคด้วยกัน เช่น มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งไต มะเร็งกระเพาะปัสสาวะมะเร็งตับอ่อน โรคทางเดินน้ำดีอุดตันจากนิ่ว มะเร็งทางเดินน้ำดี โดยเฉพาะผู้ป่วยภาวะอ้วน รวมถึงกลุ่มผู้ป่วยสูงวัยที่มีโรคซับซ้อน โดยมีคุณสมบัติในการเข้าถึงอวัยวะขนาดเล็กภายในเพื่อทำการผ่าตัดและเย็บแผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว แม่นยำ ช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย พร้อมช่วยลดความเจ็บปวดและระยะเวลาพักฟื้น ปัจจุบันมีทั้งหมด 14 เครื่องหนึ่งในนั้นตั้งอยู่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีมาแล้วเป็นเวลากว่า10 ปี

ผศ.นพ.พงศธร ตั้งทวี (ศัลยศาสตร์ตับ ตับอ่อนและทางเดินน้ำดี) เผยว่า “แต่เดิมและจนถึงปัจจุบันการผ่าตัดผู้ป่วยในกลุ่มอวัยวะที่อยู่ลึกในช่องท้อง เช่น ตับอ่อน, ถุงน้ำดี,ต่อมลูกหมาก เป็นต้น แพทย์จะใช้วิธีการที่เรียกว่า การผ่าตัดส่องกล้องช่องท้อง (Laparoscopic Surgery) ซึ่งแพทย์ต้องเจาะแผลหน้าท้องผู้ป่วยเพื่อสอดกล้องขนาดเล็กและเครื่องมือเข้าไปตรวจดูอวัยวะภายในขณะทำการผ่าตัด ซึ่งเวลาเฉลี่ยในการผ่าตัดในบางอวัยวะจะใช้เวลานาน ด้วยรูปแบบนี้จะใช้เวลา 8-10 ชั่วโมง และในการผ่าตัดแต่ละครั้งต้องใช้บุคลากรทางการแพทย์จำนวนมาก รวมถึงตัวกล้องเองที่มีลักษณะตรงก็มีข้อจำกัดในการเข้าถึงซอกหรือมุมในอวัยวะบางส่วนของผู้ป่วยแต่เมื่อมีวิวัฒนาการของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชีเข้ามาก็ทำให้ช่วยลดระยะเวลาการผ่าตัดลงได้ลดการใช้บุคลากรทางการแพทย์ในการผ่าตัดแต่ละครั้ง รวมถึงตัวแขนกลของเครื่องมีลักษณะเป็นปลายข้อมือที่หมุนได้เหมือนข้อมือมนุษย์ ทำให้สามารถเข้าถึงอวัยวะที่อยู่ลึกให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นโดยทำให้ผู้ป่วยเกิดแผลขนาดเล็กซึ่งผู้ป่วยเองก็เจ็บตัวน้อยลงลดอัตราการเกิดภาวะแทรกซ้อนโดยเฉพาะในอวัยวะที่มีเส้นประสาทอยู่เยอะเช่นในต่อมลูกหมากและลดระยะเวลาในการพักฟื้นลงได้ทำให้โรงพยาบาลมีพื้นที่ในการสามารถรองรับผู้ป่วยรายใหม่ได้มากขึ้นและผู้ป่วยเองก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็วยิ่งขึ้น”

ด้าน ศ.นพ.กิตติณัฐ กิจวิกัย (อาจารย์ประจำสาขาวิชาศัลยศาสตร์ระบบปัสสาวะ) อีกหนึ่งศัลยแพทย์ที่ใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัดเล่าถึงแง่มุมการทำงานว่า “ในบทบาทของการเป็นแพทย์ด้านระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งมีขอบเขตการดูแลอวัยวะในส่วนของไต, ท่อไต, กระเพาะปัสสาวะและต่อมลูกหมากนั้นในการผ่าตัดที่มีความซับซ้อนโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็ง เมื่อย้อนกลับไปกว่า 10 ปีที่แล้วการผ่าตัดเคสแบบนี้ต้องมีแพทย์จำเป็นต้องทำให้ผู้ป่วยมีแผลเปิดซึ่งทำให้ผู้ป่วยเกิดความเจ็บปวด เสียเลือดเยอะและใช้เวลาในการฟื้นตัวช้าวิวัฒนาการผ่าตัดต่อมาจะเป็นการผ่าตัดผ่านกล้องซึ่งที่รามาธิบดีก็มีทีมแพทย์หลายท่านที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ แต่การผ่าตัดผ่านกล้องเองก็มีความท้าทายเช่นกันเพราะแพทย์ผู้ผ่าตัดจะต้องมีความแม่นยำรวดเร็วเพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาต้องมีความละเอียด และด้วยลักษณะการผ่าตัดแบบนี้ที่ต้องเจาะรูหน้าท้องเพื่อสอดกล้องเข้าไปในอวัยวะภายใน ทำให้แพทย์เองก็มีข้อจำกัดในด้านมุมมองเช่นกัน จากอุปสรรคตรงนี้จึงเป็นที่มาของการนำหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชีเข้ามาเพื่อช่วยสนับสนุนการทำงานของแพทย์ให้มีความสะดวกในการผ่าตัดมากขึ้นซึ่งตัวเลนส์กล้องของหุ่นยนต์ที่สามารถขยายได้ก็ช่วยให้แพทย์มีวิสัยทัศน์ในการมองภาพอวัยวะภายในที่มีความซับซ้อนได้ดีขึ้นอีกด้วยอีกทั้งยังดีต่อตัวผู้ป่วยเองทั้งในแง่ของขนาดแผล เพิ่มอัตราการรอดชีวิต เพราะลดการเสียเลือด การฟื้นตัวใช้เวลาน้อยลง และทีมศัลยแพทย์ในการผ่าตัดก็ลดลงไปกว่าครึ่งเลยทีเดียว ซึ่งปัจจุบันในกลุ่มโรคที่พิจารณาแล้วว่ามีความเหมาะสมในการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด แพทย์ก็มักจะแนะนำวิธีนี้ แต่ปัจจัยสำคัญคือเรื่องของค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ที่จะเพิ่มมากขึ้นเฉลี่ยกว่าหลักแสนบาท”

“เพราะในการใช้งานหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดในแต่ละครั้งจะต้องมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น ผู้ป่วยหลายคนจึงไม่สามารถเข้าถึงโอกาสนี้ได้ แต่ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีเรามีมูลนิธิรามาธิบดีฯที่คอยให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้ป่วยยากไร้ในเคสที่จำเป็นต้องใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วยผ่าตัดเพราะมีความซับซ้อนของโรค เช่น ในกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับกระเพาะปัสสาวะจะมีค่าเฉลี่ยของเวลาในการผ่าตัดแต่ละครั้งอยู่ที่ 8-9 ชั่วโมง และแพทย์ในประเทศไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ก็มีจำนวนจำกัดเช่นกัน แต่หากมีหุ่นยนต์ผ่าตัดเข้ามาก็จะช่วยลดเวลาในการผ่าตัดลงเหลือที่ประมาณ 5-6 ชั่วโมง ผู้ป่วยเองก็มีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นเช่นกัน”

ทั้งนี้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชี (da Vinci Xi) ที่โรงพยาบาลรามาธิบดีมีอยู่ในตอนนี้ถือเป็นรุ่นที่มีการใช้งานมาแล้วมากกว่า 10 ปี และในขณะนี้มูลนิธิรามาธิบดีฯมีการจัด “โครงการระดมทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด” เพื่อระดมทุนในการซื้อหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดดาวินชีรุ่นใหม่มูลค่า 130,000,000 บาท โดยเล็งเห็นประโยชน์ว่าหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่ทันสมัยนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและวิจัยให้ได้องค์ความรู้นำไปสู่การพัฒนาเป็นศูนย์ฝึกอบรมการผ่าตัดแบบบาดเจ็บรุนแรงน้อย และการผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดที่มีมาตรฐาน ได้รับการยอมรับในระดับประเทศและนานาชาติ ขณะเดียวกันต้องการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีผ่าตัดด้วยหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมากขึ้น จนส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลลดลงเป็นลำดับต่อไป และท้ายที่สุดผู้ป่วยได้รับสิทธิการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลเช่นเดียวกับการรักษาโรคซับซ้อนหลายประเภทที่สามารถเบิกจ่ายได้บางส่วนในปัจจุบัน อาทิ การปลูกถ่ายตับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตรวมถึงโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย

ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ผ่านมูลนิธิรามาธิบดีฯชื่อบัญชี มูลนิธิรามาธิบดี โครงการระดมทุนเพื่อจัดซื้อเครื่องหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด ธนาคารกสิกรไทย เลขที่ 879-2-00448-3 ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 026-3-05216-3 ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 090-3-50015-5 บริจาคออนไลน์ https://www.ramafoundation.or.th สอบถามโทร.02-2011111 ตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...