โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เตือนภัย มุขใหม่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์

INN News

เผยแพร่ 13 ส.ค. 2566 เวลา 06.12 น. • INN News

มุขใหม่ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงแบบใหม่ !หลอก นักศึกษาสาว ให้ขังตัวเอง ก่อนออกอุบายให้ข่มขู่แม่เหยื่อโอนเงินค่าไถ่ 2 ล้าน

ตำรวจ PCT เร่งติดตามตัวผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง โดย พฤติการณ์เมื่อวันที่ 7 ส.ค.66 เวลาประมาณ 9.00 น. คนร้าย คอลเซ็นเตอร์โทรหาผู้เสียหาย คือ นางสาว ก. นามสมมติ นักศึกษาชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยชื่อดัง ย่านบางเขน กรุงเทพฯ อ้างว่าเป็น เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์ไทย สาขาสงขลา แจ้งว่า พบสมุดบัญชีของผู้เสียหายในกล่องพัสดุที่ถูกอายัด เนื่องจากพัสดุดังกล่าวมีความเกี่ยวพันกับขบวนการฟอกเงิน โดยแจ้งว่าภายในกล่องพัสดุมีพาสปอร์ตของชาวเมียนมาร์ 12 เล่ม ,บัตร ATM 9 ใบ ,สมุดบัญชี 8 เล่ม และมีสมุดบัญชี 1 เล่มปรากฏชื่อของผู้เสียหาย ต่อมาคนร้ายจึงได้หลอกถามเลขบัญชีธนาคารของผู้เสียหายว่าตรงกับสมุดบัญชีในกล่องพัสดุดังกล่าวหรือไม่ และได้แนะนำให้ผู้เสียหายแจ้งตำรวจ สภ.เมืองสงขลา โดยทางคนร้ายที่อ้างตัวเป็นไปรษณีย์ไทยจึงอาสาประสานติดต่อตำรวจให้เพื่อแจ้งความ

ต่อมาคนร้ายได้โอนสายไปยังคนร้ายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสงขลา และได้สอบถามกับผู้เสียหายว่า ช่วงนี้มียอดเงินแปลกๆเข้ามายังบัญชีของผู้เสียหายหรือ ผู้เสียหายจึงตรวจสอบบัญชีดูพบว่า มียอดการโอนเงินเข้ามาในบัญชีของผู้เสียหายจริงประมาณ 13,000 บาท ตอนเวลาประมาณ 2.00 น. ของวันที่ 7 ส.ค.66 จึงได้แจ้งกับคนร้ายว่า มียอดเงินแปลกๆ โอนเข้ามาจริง ทางคนร้ายที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งว่าผู้เสียหายเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฟอกเงิน และคนร้ายได้แจ้งผู้เสียหายให้ติดต่อกันโดยผ่าน LINE โดยใช้ชื่อ "สภ.เมืองสงขลา" เพื่อวีดิโอคอล โดยคนร้ายได้อ้างเป็น ผกก.สภ.เมืองสงขลา และแต่งกายในชุดเครื่องแบบตำรวจ และได้ส่งเอกสารราชการปลอมซึ่งระบุชื่อและเลขบัตรประจำตัวประชาชนของผู้เสียหาย โดยมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน เพื่อที่จะให้ผู้เสียโอนเงินเข้าบัญชีคนร้ายเพื่อตรวจสอบ ผู้เสียหายจึงได้โอนเงินทั้งหมดในบัญชีรวมถึงยอด 13,000 บาท ไปให้กับคนร้าย
ต่อมาคนร้ายได้แจ้งกับผู้เสียหายว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการสืบสวนคดีนี้ซึ่งเป็นคดีลับ จึงขอให้เก็บเป็นความลับและห้ามไม่ให้ผู้อื่นทราบ

ต่อมาคนร้ายจึงได้แนะนำให้ไปเช่าห้องพักแถวรังสิตต.คูคต อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี โดยแจ้งกับผู้เสียหายว่าบริเวณรีสอร์ทดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบคอยดูแลอยู่ตลอดเวลา โดยเมื่อถึงที่พักคนร้ายให้ผู้เสียหายเปลี่ยนซิมโทรศัพท์ เพื่อที่จะไม่ให้มีผู้ใดสามารถติดต่อผู้เสียหายได้ และได้แจ้งให้ผู้เสียหายสมัคร LINE ใหม่ผ่าน IPAD และให้ผู้เสียหายแอด LINE ชื่อ "หน่วยงาน ปปง.พิเศษ" และได้วีดิโอคอลกับคนร้ายที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงาน ปปง.พิเศษ ซึ่งต่อมาได้แจ้งให้ผู้เสียหายลบแอพพลิเคชั่นที่สามารถติดต่อกับผู้อื่นทั้งภายในโทรศัพท์มือถือและ IPAD อย่าง LINE ,Facebook ,Instragram และ Messenger โดยให้เหลือไว้เฉพาะแอพพลิเคชั่น LINE ใน IPAD ไว้แอพเดียว และให้เปิดวีดิโอคอล LINE ใน IPAD คุยกับคนร้ายที่อ้างเป็นหน่วยงาน ปปง.พิเศษ ตลอดเวลา ซึ่งคนร้ายได้คอยเฝ้าดูและควบคุมการกระทำทุกอย่างของผู้เสียหายผ่านวีดิโอคอล และได้หลอกส่ง QR CODE LOGIN LINE มาให้ผู้เสียหายสแกนเพื่อเข้า LINE อันเดิมของผู้เสียหาย ทำให้คนร้ายสามารถควบคุม LINE อันเดิมของผู้เสียหายได้สำเร็จ ซึ่งระหว่างที่อยู่ภายในห้องพัก คนร้ายได้สอบถามว่าที่บ้านประกอบธุรกิจอะไร ผู้เสียหายได้บอกข้อมูล ชื่อ สกุล เบอร์โทรของพ่อ แม่ ต่อมาคนร้ายได้แจ้งกับผู้เสียหายว่าในคดีนี้ จำเป็นต้องใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัวประมาณ 200,000 บาท จึงถามผู้เสียหายว่าจะขอยืมเงินจากใครได้บ้าง และให้ผู้เสียหายทดลองขอยืมเงินโดยให้ผู้เสียหายโทรหาเพื่อน และแม่ของผู้เสียหายเพื่อขอยืมเงิน ซึ่งระหว่างที่โทรไปหาแม่และเพื่อนของผู้เสียหาย คนร้ายได้เฝ้าดูผู้เสียหายผ่านวีดิโอคอลขณะผู้เสียหายกำลังคุยโทรศัพท์ตลอดเวลา ซึ่งต่อมาคนร้ายจึงได้ออกอุบายที่จะช่วยเกี่ยวกับหลักทรัพย์ในการประกันให้กับผู้เสียหายโดยบอกให้ผู้เสียหายทำตามไปซื้อเทปกาว และกรรไกร เพื่อนำมาถ่ายคลิปโดยมัดมือมัดเท้าตนเองส่งให้กับคนร้าย โดยแจ้งว่าคลิปดังกล่าวจะเป็นความลับ ไม่มีการเผยแพร่อย่างแน่นอน เนื่องด้วยความกลัวที่คนร้ายข่มขู่ว่าถ้าไม่ทำตามจะถูกดำเนินคดี และความอยากกลับบ้าน ผู้เสียหายจึงยอมทำตาม

โดยต่อมาคนร้าย ได้ติดต่อและส่งคลิปดังกล่าวให้กับแม่ของผู้เสียหาย ด้วย LINE อันเก่าของผู้เสียหายที่คนร้ายหลอกให้ SCAN QR CODE และได้โทรผ่าน LINE ติดต่อแม่ของผู้เสียหาย ซึ่งคนร้ายได้ส่งบทให้ผู้เสียหายพูดตามว่า "หนูไม่สำคัญกับแม่เลยใช่ไหมค่ะ หนูไม่มีค่าสำหรับแม่เลยใช่ไหม ถ้าแม่ไม่ช่วยหนู หนูคงไม่มีโอกาสได้กลับบ้านอีกแล้วนะ" จึงทำให้แม่เชื่อว่าผู้เสียหายอยู่กับคนร้าย และตกอยู่ในอันตราย โดยคนร้ายขู่ว่าผู้เสียหายจะเป็นอันตราย ถ้าแม่ของผู้เสียหายไม่โอนเงิน จำนวน 2 ล้านบาทเข้าบัญชีของผู้เสียหาย ต่อมาแม่ของผู้เสียหาย จึงได้แจ้งขอความช่วยเหลือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด PCT 1

ต่อมาจากการสืบสวนทราบว่าผู้เสียหายเข้าพักอยู่ ณ รีสอร์ท แห่งหนึ่ง ใน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จว.ปทุมธานี ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงได้ดำเนินการเข้าตรวจสอบณ รีสอร์ทดังกล่าว ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบพบว่า นางสาว ก. นามสมมติผู้เสียหาย อยู่ภายในห้องเพียงคนเดียว โดยคนร้ายรีบตัดสายสนทนาทิ้งทันที โดยจากการสืบสวนพบว่าคนร้ายทั้งหมดได้กระทำความผิดอยู่ที่ ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมาร์ โดยใช้การโทรศัพท์ และควบคุมเหยื่อด้วยการวีดีโอคอล

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...