โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 11.20 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 11.20 น. • Kawebook
เส้นทางการต่อสู้เพื่อเกียรติยศทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายและก้าวเข้าสู่การเป็นใหญ่ในดินแดนจักรพรรดิมังกร!

ข้อมูลเบื้องต้น

ประพันธ์โดย : 独孤求醉 (Dúgū qiú zuì)
แปลและเรียบเรียงโดย : ดุษฎี อมรวศินกุล , กษรฤญ อมรวศินกุล
เจ้าของลิขสิทธิ์ต้นฉบับ : Nanjing Popular Netbools Cultrue Co.,Ltd (逐浪)
ลิขสิทธิ์ฉบับภาษาไทยถูกต้องโดย : Glory Forever Pubic Co.,LTD

ในช่วงเวลาคับขันของชีวิตมักทำให้ได้พบกับสมบัติล้ำค่าที่ซ่อนไว้อยู่เสมอ ในชีวิตของ ‘หลงเยียน’ ผู้ไร้พลังวิญญาณ
ก็เช่นกัน การพลัดตกลงเหวลึกทำให้เขาค้นพบกับซากอสูรมังกรสิ้นชีพ โดยพลังจากชิ้นส่วนวิญญาณมังกรเพียง
เสี้ยวเดียวก็สามารถทำให้เขามีพลังวิญญาณยุทธขึ้นมาได้ มันจึงเป็นที่มาของการก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการพิสูจน์ตัว
ตนโดยมีตำแหน่งจอมยุทธ์ผู้ไร้เทียมทานเป็นเดิมพัน!

.
.

เขาต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในการรวมรวมลูกแก้วแห่งมังกรหกลูกที่กระจายอยู่บนโลกอันกว้างใหญ่ หากเขา
สามารถรวบรวบพลังวิญญาณมังกรทั้งหมดไว้ได้ หนทางสู่การเป็นผู้แข็งแกร่งแห่งดินแดนจักรพรรดิมังกรก็คงอยู่ไม่
ไกลเกินเอื้อม!

----------------------------------

.

แนะนำนิยายสนุก ‘สุดมันส์’อยากอ่านเรื่องไหน กดที่รูปได้เลย

หลงเหยียน

ณ ภูเขาหยุนอู่ บนยอดเขาสูงที่รายล้อมไปด้วยเมฆหมอก ในเส้นทางคดเคี้ยวกลางป่า ท่ามกลางเนินเขาที่สูงชันและอันตรายมาก

ชายหนุ่มอายุประมาณสิบห้าถึงสิบหกปีกำลังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว เขาสวมเสื้อคลุมหนังเสือ ด้านหลังแบกขวานขนาดใหญ่ที่หนักถึงห้าสิบกิโลกรัม เขากำลังวิ่งผ่านเส้นทางกลางป่า ขณะที่กำลังวิ่งอยู่นั้น จู่ๆ เขาก็ยันมือขวาลงพื้น ออกแรงดีดให้ร่างกายตีลังกาข้ามผ่านเหวลึก ทำให้หินที่อยู่รอบๆ สั่นสะเทือนแล้วร่วงหล่นอย่างต่อเนื่อง

“อ๊าก!”

ชายหนุ่มชูขวานในมือขึ้นพลางยืดตัวตรง ทันใดนั้น แรงมหาศาลถูกส่งออกมาจากช่วงท้อง เพียงชั่วพริบตาขวานก็ถูกเหวี่ยงออกไปแล้ว

“ตูม!”

ขวานในมือพุ่งตรงไปข้างหน้า ลอยฝ่าอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว โครม เมื่อลอยออกไปไกลหลายสิบเมตร มันก็ร่วงลงบนพื้น แม้เสือชีตาห์ตัวหนึ่งจะหนีไปได้ด้วยความโชคดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็สร้างความหวาดผวาแก่มันมากเช่นกัน มันรีบเร่งความเร็วเพื่อหนีเอาชีวิตรอด แล้วพุ่งลงไปจากผาหินชัน

ชายหนุ่มหรี่ตาลงจนกลายเป็นเส้นโค้งเล็กๆ ฟันที่แข็งแรงขบกัดแน่น ใบหน้าที่เย็นยะเยือกก็พลันเปลี่ยนเป็นโมโห ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะกระโดดตามลงไป จู่ๆ ก็มีมือใหญ่ของใครบางคนพุ่งมาคว้าร่างของเขาอย่างรีบเร่ง

“ท่านพ่อ รีบปล่อยข้าเร็ว” ชายหนุ่มเงยหน้ามองไปยังหลงอีผู้เป็นบิดา ซึ่งมีร่างใหญ่กำยำ เขามีคิ้วเข้มตาโต ใบหน้าเย็นชา เปี่ยมไปด้วยรังสีที่น่าเกรงขาม สายตาคู่นั้นช่างเยือกเย็น คมคิ้วแฝงไปความดุดันและบารมีที่ไม่ได้เกิดจากโทสะ

เขาก็คือหลงอี ผู้นำคนปัจจุบันของตระกูลหลงอู่ มีพลังอยู่ในระดับชีพมังกรขั้นที่แปด

“เหยียนเอ๋อ เจ้าทำได้ไม่เลวแล้ว” หลังจากพูดจบ แววตาของชายวัยกลางคนก็เปลี่ยนไป ฟิ้ว… หินก้อนหนึ่งลอยออกไปจากปลายนิ้วอย่างกะทันหัน

หินที่เต็มไปด้วยพลังปราณลอยออกไปไกลหลายร้อยเมตร ตูม… ก้อนหินลอยทะลุโขดหินที่ขวางไว้ แล้วพุ่งเข้าไปที่กลางหน้าผากของเสือชีตาห์ด้วยความแม่นยำ

ไม่ว่าเสือชีตาห์ตัวนั้นจะวิ่งด้วยความเร็วเพียงใด ท้ายที่สุดก็ยากจะหนีความตายพ้นอยู่ดี ร่างไร้วิญญาณของมันกลิ้งหล่นลงไปในร่องที่ลึกกว่าร้อยเมตร

หลงอีมองไปยังบุตรชาย แล้วพูดด้วยเสียงทุ้ม “เหยียนเอ๋อมีพรสวรรค์ดีมาก แต่เหตุใดร่างกายเจ้าถึงไม่สามารถรวบรวมพลังวิญญาณได้เลยแม้แต่น้อย? หรือว่า…” เขาไม่กล้าคิดต่อ

หลงเหยียนอายุสิบหกปี เขาเกิดในเมืองมังกร ที่นี่คือโลกที่บูชาพลัง ระดับพลังเป็นตัวแทนของทุกสิ่ง ผู้ที่ไร้วิญญาณยุทธ์จะไม่สามารถฝึกวิชาใดอื่นได้เลย เพราะต้องประสานวิญญาณยุทธ์และพลังวิญญาณเข้าด้วยกันถึงจะบรรลุวิชาต่างๆ และควบคุมพลังวิญญาณของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ในตอนนั้นจึงจะรวบรวมพลังปราณและแสดงพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาได้

หลงเหยียนอยู่ในวัยที่ต้องเข้ารับการทดสอบวิญญาณยุทธ์แล้ว ซึ่งวันพรุ่งนี้จะเป็นวันรวมตัวครั้งใหญ่ของตระกูลหลงอู่ แม้แต่เด็กเพียงสี่หรือห้าขวบในตระกูลหลงอู่ก็เริ่มสัมผัสพลังวิญญาณภายในร่างกายได้บ้างแล้ว ทว่าเขาที่มีอายุถึงสิบหกปี แต่กลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณใดๆ หลายปีมานี้เขาถูกคนวัยเดียวกันในตระกูลมองว่าไม่เอาไหนมาโดยตลอด

พลังวิญญาณคือสิ่งหล่อเลี้ยงและเลื่อนระดับขั้นของวิญญาณยุทธ์ ผู้คนสามารถเลื่อนระดับวิญญาณยุทธ์ของตัวเองโดยฝึกฝนพลังวิญญาณ

รวมปราณ หลอมพลัง ถ่ายพลัง ผนึกพลัง ฝึกจิต บ่มพลัง บ่มกาย ควบคุมพลัง และผสานพลัง ทั้งเก้าระดับนี้เป็นขั้นตอนการหลอมกาย ซึ่งเป็นพื้นฐานของการฝึกร่างกาย ตอนนี้หลงเหยียนหยุดอยู่ที่ขั้นบ่มกาย ไม่อาจเลื่อนขึ้นไปถึงระดับควบคุมพลังและผสานพลังได้ ย่อมไม่มีทางก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับพลังชีพมังกรขั้นที่หนึ่งได้เป็นธรรมดา

“เชิญท่านพ่อกลับไปเถอะ ข้ายังอยากฝึกต่ออีกหน่อย” ภายใต้สีหน้าที่เยือกเย็น กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว และสิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือสายตาคู่นั้นของเขาที่เปล่งประกายและมีพลังเป็นอย่างมาก

หลงเหยียนนั่งขัดสมาธิ วางมือทั้งสองข้างลงบนจุดรวมปราณ จากนั้นก็ค่อยๆ ปรับลมปราณ ทำให้ลมหายใจสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันก็เริ่มหลอมพลังในร่างกาย เขากำหมัดทั้งสองข้างแน่น และชกออกไปกลางอากาศอย่างกะทันหัน

“ผนึกพลัง ฝึกจิต บ่มพลัง”

เขาระเบิดเสียงคำราม จากนั้นก็ส่งหมัดออกไปด้วยความเร็วอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้ร่างกายของเขาอยู่ในระดับบ่มกาย ซึ่งถือเป็นระดับที่แข็งแกร่งมาก

หลงเหยียนตั้งสมาธิเพื่อรับรู้ถึงพลังที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย แต่ภายในร่างกายกลับไม่มีพลังปราณเลยแม้แต่น้อย จึงไม่สามารถก้าวข้ามไปยังระดับควบคุมพลังและผสานพลังได้ และไม่สามารถสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณแม้เพียงเสี้ยวเดียว

“อ๊าก… เพราะอะไรข้าถึงได้ล้มเหลวอีกแล้ว!” หลงเหยียนแหงนหน้าคำราม

หลงเหยียนพยายามกี่ครั้งต่อกี่หน แต่ก็ยังล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้สึกว้าวุ่นและหงุดหงิดใจมาก “หรือข้าจะไร้วิญญาณยุทธ์อย่างที่เขาว่ากันจริงๆ เพราะอะไรข้าถึงฝึกไม่สำเร็จ! ข้าไม่อยากกลายเป็นตัวตลกของคนในตระกูล…”

หลงอีถอนหายใจพลางส่ายหน้าเบาๆ ฟิ้ว… อินทรีวายุตัวหนึ่งพุ่งผ่านท้องฟ้าไปอย่างรวดเร็ว หลงอียื่นมือข้างหนึ่งไปจับหลงเหยียนแล้วทะยานขึ้นบนหลังอินทรีวายุเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองมังกร อินทรีวายุบินด้วยความเร็วไม่ต่างไปจากพายุที่พัดผ่านไป มีเพียงมหาอำนาจอย่างตระกูลหลงอู่เท่านั้นที่สามารถเลี้ยงมันได้

ในเมืองมังกรมีสามมหาอำนาจ ได้แก่ ตระกูลหลง ตระกูลเซียว และกลุ่มที่รวมตัวกันแล้วตั้งตนว่าเป็นสำนักบงกชมาร

ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงเดินทางมาจากต่างถิ่น อาศัยพรสวรรค์ทางด้านวรยุทธ์ของตัวเอง บุกเบิกและก่อตั้งตระกูลหลงที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ต่อมามีการขยายกิ่งก้านแตกแขนงออกไป กลายเป็นตระกูลหลงในปัจจุบัน ดูจากภายนอกแล้ว ตระกูลหลงและตระกูลเซียวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่กลับแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอย่างลับๆ สุดท้ายแล้วทั้งสามมหาอำนาจต่างก็ถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน

ณ อาคารที่โอ่อ่าและยิ่งใหญ่ ประตูที่สูงตระหง่าน หอคอยที่ประการตาและทรงพลัง รวมไปถึงศาลาทรงแปดเหลี่ยมที่งดงาม ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งและทรงอำนาจของตระกูลหลงอู่อย่างชัดเจน

วันรุ่งขึ้นมาถึงอย่างรวดเร็ว หลงเหยียนและบิดาจับมือกันก้าวเข้าสู่ตำหนักหลงอู่ รูปปั้นมังกรบินที่กำลังบินทะยานอย่างทรงพลังถูกตั้งไว้ในจุดต่างๆ ตามตำหนัก แลดูยิ่งใหญ่และสมจริง

ชายชราผมขาวซึ่งมีแววตาดุดันนั่งอยู่กลางตำหนักกว้าง ความน่าเกรงขามของเขาทำให้ทุกคนที่อยู่ในตำหนักแห่งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาเลยสักคน

รังสีที่ดุดันและทรงอำนาจแผ่กระจายไปทั่ว ระดับพลังของเขาทั้งแข็งแกร่งและน่าหวาดผวาจนมิอาจพรรณนา

ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงลุกขึ้นยืน เขากวาดสายตามองลงไปด้านล่าง จนหยุดลงบนตัวหลงเหยียน

“เหยียนเอ๋อ ขึ้นมานี่!” เสียงทรงพลังดังสนั่นไปทั่วตำหนัก

หลงเหยียนออกแรงส่งที่เท้า ฟิ้ว… เขากระโดดออกไปแล้วตีลังกากลางอากาศ ก่อนร่างที่มั่นคงจะปรากฏอยู่ตรงหน้าผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลง ทิ้งไว้เพียงเส้นโค้งที่แสนว่องไวกลางตำหนัก แววตาไร้ซึ่งความหวาดกลัว

ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงยื่นมือไปจับตัวหลงเหยียน จากนั้นจึงยกเขาขึ้นเหนือหัวด้วยความรวดเร็ว พลันมือทั้งสองข้างก็กระหน่ำโจมตีไปที่ร่างของหลงเหยียน บนฝ่ามือผู้อาวุโสส่งพลังที่รุนแรงออกมาเป็นระลอก แล้วหลงเหยียนก็ถูกวางลง

“เหยียนเอ๋อ นี่เจ้า…” ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสีทันที

หลงเหยียนมองไปยังผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลง คล้ายตื่นตระหนกเล็กน้อย เขากำมือแน่น เพราะออกแรงมากเกินไปทำให้ปลายเล็บแทงลึกลงกลางฝ่ามือ กลายเป็นแผลที่ทำให้หลงเหยียนรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง

“ท่านปู่ วิญญาณยุทธ์ของข้า…?”

พลังของผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงพุ่งเข้าสู่ร่างกายหลงเหยียนผ่านปลายนิ้ว ทว่าพลังระลอกนั้นก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว

ครั้งนี้ ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงมั่นใจแล้วว่าหลงเหยียนไม่มีวิญญาณยุทธ์ เมื่อไม่มีวิญญาณยุทธ์ เขาก็ถูกกำหนดให้เป็นได้แค่คนไร้ประโยชน์คนหนึ่ง ทว่าผู้อาวุโสกลับชื่นชอบผู้ที่มีพรสวรรค์

ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงปัดมือไล่หลงเหยียน “เจ้าลงไปเถอะ” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป แลดูเย็นชาลงมาก

คนวัยเดียวกันในตระกูลหลงมองมาที่หลงเหยียนด้วยความเย็นชา บ้างก็หัวเราะเยาะแล้วมองด้วยสายตาเหยียดหยาม ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อยู่ภายใต้การคาดการณ์ของพวกเขาอยู่แล้ว

หลงอีถอนหายใจด้วยความเสียดาย หลงเหยียนยืนอึ้งอยู่กับที่ คล้ายมีหอกเล่มหนึ่งกำลังทิ่มแทงหัวใจเช่นนั้น จึงทำให้การหายใจของเขาถี่ขึ้น เมื่อมั่นใจแล้วว่าตัวเองไม่มีวิญญาณยุทธ์ หัวใจของเขาก็ดิ่งลงเหวทันที

“คนไร้ประโยชน์แบบนี้ยังควรอยู่ในตระกูลของเราต่ออีกหรือ? ถ้าใครเอาเรื่องนี้ไปพูด เขาต้องสร้างความอับอายให้แก่ตระกูลเราแน่ เพื่อชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล พวกเราควรขับไล่เขาออกไปจึงจะถูก”

“นั่นสิ เขาควรถูกขับไล่ออกไป”

“เราจะเก็บเขาไว้ในตระกูล เพียงเพราะบิดาเขาคือผู้นำตระกูลหลงไม่ได้” เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้านดังสนั่น

หลงเหยียนเงยหน้าขึ้น กวาดสายตาผ่านคนวัยเดียวกันในตระกูลที่หัวเราะเยาะตน แล้วสายตาก็มาหยุดลงบนใบหน้าของหลงเอ้า ซึ่งเป็นบุตรชายของลุงสอง เมื่อครู่ เขาเป็นคนแรกที่เรียกร้องให้ขับไล่หลงเหยียนออกจากตระกูล

“มองข้าทำไม? คนไร้ค่าอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรมามองข้า ข้าล่ะขายหน้าแทนพ่อเจ้าจริงๆ”

หลงเอ้ามองหลงเหยียนอย่างเยาะเย้ย สีหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม หลงเอ้าอายุมากกว่าหลงเหยียนหนึ่งปี แต่กลับเปิดเส้นพลังในตัวได้ถึงสามเส้นแล้ว ทำให้เขามีระดับพลังอยู่ในขั้นพลังชีพมังกรขั้นที่สาม นับเป็นอัจฉริยะหนุ่มในตระกูลเลยก็ว่าได้

“อย่ามองข้าด้วยสายตาขุ่นเคืองเลย คนไร้ค่าอย่างเจ้า ถ้าไม่ออกไปจากตระกูล ข้าคงเคลือบแคลงใจไม่หาย” ขณะที่พูดเขาก็เดินไปยืนตรงหน้าหลงเหยียน แล้วชกไปที่ท้องน้อยของหลงเหยียนอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

หลงเหยียนส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดแล้วล้มลงบนพื้น

“นี่เจ้าทำอะไร?” หลงอีผู้เป็นหัวหน้าแห่งตระกูลและยังเป็นบิดาของหลงเหยียนอีก แต่เพื่อส่วนรวมจึงจำต้องฝืนทน ฝ่ามือขนาดใหญ่สั่นเทาเล็กน้อย แต่โชคยังดีที่มีแขนเสื้อบังไว้ มิเช่นนั้นคนอื่นคงสังเกตเห็นแล้ว

เวลานี้ลุงสอง หลงจ้านก็เดินเข้ามาใกล้ เขาชิงชังที่ตอนนั้นผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงมอบตำแหน่งผู้ปกครองแห่งตระกูลให้หลงอีที่เป็นน้องสาม ไม่ใช่เขา บัดนี้จึงนำความโกรธแค้นทั้งหมดมาลงบนตัวหลงเหยียน

“คนไร้ประโยชน์อย่างเจ้ายังไม่รีบไสหัวไปอีกหรือ” หลงจ้านกัดฟันกรอด พลางเบิกตาด้วยความโมโห ก่อนจะตบหน้าหลงเหยียนแรงๆ แล้วจ้องเขม็งไปที่หลงเหยียน แรงตบเมื่อครู่รุนแรงจนแม้แต่ฝ่ามือของเขายังรู้สึกเจ็บไปด้วย

ใบหน้าหลงเหยียนถูกประทับด้วยรอยนิ้วมือทั้งห้า เขากัดฟันอดทนไม่โต้ตอบ เช็ดเลือดที่มุมปาก แล้วใช้สายตาที่เกลียดแค้นจ้องไปยังหลงจ้านและบุตรชาย สาเหตุที่หลงเหยียนไม่โต้ตอบเป็นเพราะกลัวว่าเหตุการณ์ในวันนี้จะรุนแรงมากกว่าเดิม เช่นนั้นคงไม่เป็นผลดีต่อบิดาของตนเท่าไรนัก

วันนี้ พวกเขาไม่เพียงแค่อยากขับไล่หลงเหยียนออกจากตระกูล แต่ยังอยากหยามศักดิ์ศรีของหลงอีด้วย หลงอีมีพรสวรรค์ล้ำเลิศ แถมยังเป็นคนใจเย็น แต่มาวันนี้เขาแทบทนไม่ไหว เริ่มรวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามืออย่างช้าๆ

“ท่านพ่อ ลูกเป็นคนทำให้ท่านต้องเดือดร้อน ท่านอย่าตอบโต้พวกเขาเลย แค้นนี้ อีกหน่อยข้าจะชำระกับพวกเขาด้วยตัวเอง เหยียนเอ๋อยินดีจะออกไปจากตระกูลหลง”

หลงเหยียนยื่นมือไปจับหลงอีไว้เพื่อห้ามปรามเขา

“ท่านลุง ไม่สิ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าควรเรียกเจ้าว่าหลงจ้าน จงฟังให้ดี อย่าตัดสินคนด้วยเวลาอันสั้น สักวันข้าจะกลับมาและเหยียบเจ้าไว้ใต้แทบเท้า”

หลังจากพูดจบ หลงเหยียนก็พุ่งออกไปพร้อมความโกรธ ทว่าลูกหลานในตระกูลหลงที่อยู่รอบๆ กลับแสดงความดีใจออกมาทางสีหน้า ในที่สุดหลงเหยียนก็ถูกบีบให้ออกจากตระกูลหลงจนได้ เกรงว่าอีกไม่นานตำแหน่งผู้นำของหลงอีก็คงต้องสั่นคลอนด้วยเช่นกัน

ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทว่ากลับแสดงออกเพียงความเฉยชา ไม่พูดไม่จาและไม่ได้ห้ามปรามใดๆ ทว่าเมื่อหันหลังกลับไป นิ้วมือที่ไม่มีใครเห็นกลับสั่นเทาเบาๆ

“เหยียนเอ๋อ เหยียนเอ๋อ” หลงอีมองหลงเหยียนที่เดินจากไปอย่างเงียบๆ พลันไฟโทสะก็ลุกโชน ฟิ้ว! เขาพุ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าหลงจ้าน ดวงตาจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่ายอย่างเคียดแค้น รวบรวมพลังปราณที่ฝ่ามือแล้วเพิ่มพลังขึ้นอย่างรวดเร็ว

“พอได้แล้ว!” ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงแผ่รังสีอำนาจออกไปพร้อมคำรามเสียงดัง ทันใดนั้น ห้วงอากาศก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เขาทะยานไปยืนคั่นกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคน รังสีที่น่าเกรงขามและทรงพลังผลักให้คนทั้งสองถอยห่างจากกัน

“ล้วนเป็นสายเลือดเดียวกัน เหตุใดต้องเข่นฆ่ากันเองด้วย เรื่องนี้จบลงเพียงเท่านี้ ตามข้ากลับไปทดสอบวิญญาณยุทธ์กันต่อ” รังสีอันทรงพลังที่น่าเกรงขามทำให้ทุกคนในที่แห่งนี้สะดุ้งตกใจไปตามๆ กัน

กลางดึก หลงอีมายืนอยู่ตรงหน้าผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลง

“ท่านพ่อ”

“อีเอ๋อ ข้าเห็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้หมดแล้ว ด้วยนิสัยของเหยียนเอ๋อ เจ้าคิดว่าถ้าเขารู้ว่าตัวเองไม่มีวิญญาณยุทธ์ ต้องกลายเป็นคนไร้ประโยชน์ไปชั่วชีวิต เขาจะยังอยากอยู่ในตระกูลต่ออีกหรือ อยู่เพื่อเป็นตัวตลกของคนอื่นหรืออย่างไร”

หลงอีส่ายหน้า

“เจ้าก็เห็นอยู่แล้ว อยู่ในตระกูลหลงต่อไปก็มีแต่จะถูกรังแก การจากไปคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว วางใจเถอะ ข้าส่งยอดฝีมือในตระกูลออกไปปกป้องเขาอย่างลับๆ แล้ว ด้วยนิสัยของเหยียนเอ๋อ เขาอาจเหมาะกับการใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกมากกว่าก็ได้”

“ที่แท้ท่านพ่อก็เตรียมการทั้งหมดไว้ตั้งแต่แรกแล้วงั้นหรือ”

ความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับใครของหลงเหยียน ทำให้ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงชื่นชอบเป็นอย่างมาก แต่ว่า…

ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงจ้องหลงอีด้วยสายตาดุดัน พลางพูดรำพึง “แต่วันนี้พวกเจ้ากลับสู้กันในตำหนัก เจ้าเป็นถึงผู้นำตระกูล หากขาดสติเพราะเหยียนเอ๋อแค่คนเดียว จะทำให้ตระกูลของเราถูกทำลายได้ง่ายๆ เจ้ารู้หรือไม่? มันอาจกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้มหาอำนาจอีกสองกลุ่มฉวยโอกาสโจมตีตระกูลหลงก็ได้”

เวลานี้ หลงอีก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด มีหรือที่เขาจะไม่เข้าใจความหมายของผู้อาวุโส!

----------------------------------

เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร

กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _

.

.

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

.

แนะนำนิยายสนุก ‘สุดมันส์’อยากอ่านเรื่องไหน กดที่รูปได้เลย

วิญญาณยุทธ์

ดวงจันทร์กลมเกลี้ยง ดวงดาวส่องแสงระยิบระยับทั่วฟ้า หลงเหยียนพุ่งออกมาจากตระกูลหลง เขาหยุดอยู่บนยอดเขาหยุนอู่ที่สูงชัน ความเหน็บหนาวซึมลึกเข้าไปในกระดูกหลงเหยียน เงาที่เดียวดายเต็มไปด้วยความว้าวุ่นใจ สภาพเขาในตอนนี้เหมือนคนสูญเสียจิตวิญญาณไปแล้วเช่นนั้น

“เพราะอะไร เพราะอะไรพวกเขาต้องทำแบบนี้กับข้าด้วย… วิญญาณยุทธ์ หากข้ามีวิญญาณยุทธ์ ถ้าเส้นพลังในตัวข้าเปิด ถึงตอนนั้นข้าต้องกลับมาเอาคืนแน่!”

“หลงเอ้าอวี ลุงสอง หลงจ้าน ฝากไว้ก่อนเถอะ ยังไงสักวันหนึ่งข้าต้องทำให้พวกเจ้าคุกเข่าอ้อนวอนข้าให้ได้” เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่ตนถูกทดสอบวิญญาณยุทธ์ในวันนี้แล้ว หลงเหยียนก็แหงนหน้าคำรามขึ้นฟ้า แววตาเปล่งประกาย

หลงเอ้าอวีก้าวขึ้นไปถึงระดับชีพมังกรที่สาม ส่วนตนนั้นยังอยู่ในระดับเพาะกายขั้นพื้นฐาน หลายปีมานี้ หลงเหยียนจดจำสายตาที่เหยียดหยามและรอยยิ้มเยาะเย้ยของพวกเขาไว้ในใจ ถ้าวันหนึ่งสวรรค์มีตา ชะตาของเขาเปลี่ยน หลงเหยียนจะทำให้พวกคนที่ชอบเหยียดหยามคนอื่นต้องตายไม่มีที่ฝังให้ได้

กล่าวโดยสรุปแล้วชีพมังกรก็คือเส้นพลังทั้งเก้าในร่างกาย เมื่อเส้นพลังทั้งเก้าเส้นผสานกัน ร่างกายจะหลอมได้ถึงขั้นสูงสุด สามารถสัมผัสถึงการเคลื่อนไหวในใต้หล้า ดูดซับธาตุพลัง รวบรวมพลังปราณ ยิ่งวิญญาณยุทธ์แกร่งมากเท่าไร รวมกับพรสวรรค์ที่สูงขึ้น จะทำให้กลายเป็นยอดฝีมือระดับสูงที่ไร้เทียมทาน และนี่ก็คือความหมายของชีพมังกรทั้งเก้า

เล่ากันว่า ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงอยู่ในระดับชีพมังกรขั้นที่เก้า นับเป็นหนึ่งในยอดฝีมือที่สูงสุดในเมืองมังกร

“ท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านมาก…” ไม่มีใครสามารถรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดในใจเขาได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาน้ำตาคลอเบ้า สิบกว่าปีแล้ว หลงเหยียนยังอยู่ในระดับบ่มกาย ผ่านการฝึกฝนและทดลองนับหมื่นนับพันครั้ง ทว่าสุดท้ายก็ล้มเหลว

“หรือข้าต้องใช้ชีวิตที่เรียบง่ายแบบนี้ไปจนตาย?” เขาก้มมองไปยังใต้เหวลึกที่ลึกจนมืดสนิท ทันใดนั้น เท้าของหลงเหยียนก็ลื่นไถลลงไป

“อ๊าก… ข้ายังไม่อยากตาย…”

แผ่นดินศักดิ์สิทธิ์มีประชากรเป็นล้านๆ คน มียอดฝีมือมากมาย เมื่อไรที่พวกเขาเดินมาถึงทางตันของชีวิต บางครั้งอาจซ่อนสมบัติล้ำค่าทั้งหมดที่มีในชีวิตไว้ที่ใดที่หนึ่ง หลายคนที่ได้รับพรจากสวรรค์ พวกเขามักพบสมบัติอย่างน่าประหลาดใจ

หลงเหยียนร่วงลงไปในเหว ตกเข้าไปในถ้ำโดยไม่รู้ตัว ไม่แน่ว่าผู้แข็งแกร่งคนต่อไปอาจปรากฏ เพียงแต่โอกาสแบบนี้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก ซึ่งความหวังนั้นก็มีน้อยนิด

เขาลงไปยังมุมมืดด้วยความเร็วสูง หลงเหยียนรู้สึกเหมือนพลังที่ร้อนระอุกำลังปะทุขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เมื่อร่างกายเขาหล่นลงไปจนถึงระดับหนึ่งแล้ว พลังนั้นกลับทำให้ร่างกายเขาลอยอยู่กลางอากาศ

นี่…

หลงเหยียนลืมตาขึ้น รู้สึกประหลาดใจมาก เมื่อมั่นใจว่าตนกำลังลอย จู่ๆ ก็รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายโบราณที่น่าเกรงขามระลอกหนึ่ง ถูกถ่ายทอดออกมาจากเบื้องล่าง ยิ่งไปกว่านั้น มันยังมาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่รุนแรง

หลงเหยียนตื่นตระหนกเหมือนมีอะไรจุกอยู่กลางอก จ้องจนตาเกือบถลน หัวใจเต้นเร็วมากที่สุดในชีวิต นี่มันเกิดอะไรขึ้น?

กลิ่นอายที่ทะลุทะลวงรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกิดความกลัวในใจ กลิ่นอายโบราณที่สัมผัสได้ทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากคุกเข่าคารวะ กลิ่นคาวเลือดทำให้ดวงตาแดงก่ำ มันคือเส้นทางการเข่นฆ่าที่เขายังไม่เคยสัมผัสมาก่อน

เวลานี้ ท่ามกลางความมืดมิดที่ไร้ที่สิ้นสุด ห้วงอากาศกลับสั่นสะเทือน ไร้คลื่นลม ห้วงอากาศสั่นสะเทือนอย่างไม่ทราบสาเหตุ หินรอบๆ ร่วงกราว เสียงดังสนั่นไปทั่ว คล้ายฟ้าดินสั่นคลอนในพริบตาเดียว แล้วระลอกพลังที่ร้อนระอุก็เพิ่มความรุนแรงมากขึ้น

ในมุมมืดที่ลึกลงไป คล้ายมีบางสิ่งกำลังกลิ้งตัวอยู่เบื้องล่าง

“โฮก!” เสียงมังกรคำราม

มันคือเสียงคำรามที่น่าหวาดผวา จากนั้นเงาสีเขียวก็พุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่าง นั่นต้องคืออสูรร่างใหญ่ที่น่ากลัว และหลงเหยียนต้องไม่เคยเจอมาก่อนเป็นแน่

มันมีเขาคล้ายกวาง มีหัวคล้ายอัลปากา ดวงตาคล้ายกระต่าย ช่วงท้องคล้ายมังกร เกล็ดคล้ายปลา กรงเล็บคล้ายอินทรี ฝ่ามือคล้ายเสือ ใบหูคล้ายวัว ข้างปากไว้หนวดยาว ใต้คางมีไข่มุกส่องประกาย ต่ำกว่าคอมีเกล็ดย้อน ใบหน้าสีขาวเงิน มีร่างกายคล้ายสีเขียวทั่วตัว

นั่นต้องไม่ใช่อสูรที่ใต้หล้านี้ควรมีแน่ มันมาพร้อมสายลมที่เย็นยะเยือก รังสีทรงพลัง ให้ความรู้สึกคล้ายเป็นสิ่งมีชีวิตระดับสูง

หลังจากนั้นมันก็กวาดตามองรอบๆ ด้วยความโกรธเคือง เมื่อเห็นหลงเหยียนแล้ว ลูกตาทั้งสองก็เบิกโต จ้องมองมาที่เขา

หลงเหยียนตื่นตระหนกมาก ตกใจจนขาอ่อนยวบ การหายใจของเขาถี่ขึ้นมาก เพียงกลิ่นอายที่น่ากลัวเล็กน้อยจากเงาของอสูรตนนั้น ยังสามารถทำให้การหายใจของเขาลำบากมากขึ้น

อสูรร่างใหญ่วนรอบตัวหลงเหยียน จู่ๆ ก็พุ่งลงไปยังเบื้องล่างลึก แล้วกลิ่นคาวเลือดที่มากกว่าเดิมก็กระจายไปทั่วอากาศ

หลงเหยียนไม่อาจควบคุมร่างกายของตนได้ คล้ายถูกดูดเข้าไปในหลุมลึกที่ไม่มีวันสิ้นสุด เบื้องหน้าปรากฏภาพมายามากมาย…

ด้วยความตกใจ หลงเหยียนปัสสาวะออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ลืมตาท่ามกลางความหวาดกลัว จึงพบว่าร่างกายตนมาถึงพื้นของหลุมลึกแล้ว ที่นี่เปรียบเสมือนถ้ำสวรรค์ การมองเห็นของเขากลับมาอีกครั้ง ในนี้ต่างจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง

กลิ่นดอกไม้หอมอบอวลไปทั่ว มีลำธารสายเล็กๆ ไหลออกไปไกล ที่นี่คล้ายกับแดนสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น ด้านหน้าปรากฏกระท่อมหลังหนึ่ง หลงเหยียนใจดีสู้เสือ “บัดซบ ไหนๆ ก็มาแล้ว อสูรตนนั้นพาข้ามาแต่ก็ไม่ได้ทำร้ายข้า งั้นก็ไปดูหน่อยสิว่าในกระท่อมมีอะไรบ้าง?” หลังพูดจบหลงเหยียนก็เดินตรงไปที่กระท่อม

“นั่นมันอะไรกัน?”

ทันทีที่เข้าไป หลงเหยียนก็เห็นแสงสว่างมาจากมุมหนึ่ง ในใจเกิดความสงสัย ทันใดนั้นก็วิ่งเข้าไปหาแสงสว่างทันที มันคือของสิ่งหนึ่งคล้ายหยกใส หลงเหยียนยื่นมือไปหยิบมันขึ้นมา ของชิ้นนั้นมีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ เขามองภาพบนนั้นอย่างละเอียด ซึ่งมันคล้ายอสูรร่างใหญ่ที่เจอเมื่อครู่ไม่มีผิด

“มันคงเป็นหยกที่แสดงสัญลักษณ์บางอย่างกระมัง”

ทันใดนั้น หลงเหยียนก็เงยหน้าขึ้นและพบภาพวาดทั้งสามบนเสาตั้งตรง มังกรสองตัวในภาพวาดคล้ายมีชีวิตจริง สีสันบนภาพวาดสดใสและงดงามมาก มันสมจริงอย่างถึงที่สุด ไม่ต่างไปจากรายละเอียดภาพวาดมังกรในตำหนักตระกูลหลงเลย และนั่นก็ทำให้หลงเหยียนตกใจมาก

เมื่อเห็นภาพนี้แล้ว หลงเหยียนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “หรือว่าอสูรร่างใหญ่ที่ข้าเจอเมื่อครู่จะเป็นเทพมังกรในตำนาน จะเป็นไปได้อย่างไร?”

ภาพแรก มังกรสองตัวกำลังกลิ้งตัวอยู่กลางเมฆหมอก ตัวหนึ่งมองมาด้วยความโกรธ ส่วนอีกตัวก็กำลังฟาดฟันกรงเล็บ เห็นได้ชัดว่านี่ต้องเป็นการต่อสู้ระหว่างมังกรทั้งสองตัวนี้แน่นอน

ภาพที่สอง มังกรทั้งสองตัวกอดรัดฟัดเหวี่ยงกัน รังสีสังหารแผ่กระจายไปทั่ว หนึ่งตัวในนั้นพ่นเพลิงออกมา

ภาพที่สาม ภาพวาดนี้ยาวมาก มีมังกรจำนวนมากปรากฏตัว มังกรหนึ่งในนั้นบาดเจ็บ มันส่งเสียงคำราม ร่างกายระเบิดกลางเมฆหมอก ศพแตกกระจายหล่นลงในโลกมนุษย์ ทันใดนั้นก็ปรากฏเทพมังกรหกตัว เทพมังกรทั้งหกแปลงกายเป็นไข่มุกระยิบระยับหล่นลงไปพร้อมกัน

หลงเหยียนมองภาพเหล่านั้นด้วยความตกใจ จู่ๆ ก็คล้ายมีบางสิ่งมุดเข้ามาในสมอง พริบตาเดียวก็รู้สึกเหมือนตนลอยอยู่กลางหมอก หมอกเหล่านั้นเคลื่อนไหวไม่หยุด เสียงสายลมพัดผ่านข้างหู

หลงเหยียนยังไม่ทันตั้งตัว ขณะที่กำลังชะงักไปนั้น หยกมังกรในมือก็ทะยานขึ้นฟ้า แปลงกายเป็นร่างมังกรขนาดใหญ่ โฮก! กลิ่นคาวเลือดที่ผสานไปด้วยกลิ่นอายโบราณระลอกหนึ่งแทรกเข้าไปในร่างกายหลงเหยียน

“แกรก!”

“แกรก!”

วินาทีนี้ ร่างกายหลงเหยียนเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ โดยเฉพาะการได้ยินนั้นชัดเจนขึ้นมากโข เสียงกระพือปีกของนกที่อยู่ไกลออกไป หลงเหยียนได้ยินและจดจำเอาไว้ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นทำให้หลงเหยียนตกใจเป็นอย่างมาก

“หรือว่าข้าโชคดีได้รับสิ่งพิเศษที่นี่จริงๆ?”

จากนั้นหลงเหยียนก็นั่งขัดสมาธิ ใช้จิตตัวเองสัมผัสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในร่างกาย

“อะไรนะ?” จากเดิมหลงเหลียนอยู่ในขั้นบ่มกาย ทว่าเวลานี้ เขาก้าวกระโดดข้ามขั้นควบคุมพลังและผสานพลังแล้ว วิญญาณยุทธ์… หรือตนมีวิญญาณยุทธ์แล้ว?

หลงเหยียนไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เจอในวันนี้ เกิดความรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขากัดริมฝีปาก กัดแรงจนเลือดหยดลง ความเจ็บปวดนั้นทำให้หลงเหยียนมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ทั้งหมดที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง

หยกมังกรหายเข้าไปในตัวหลงเหยียน หลอมเข้ากับร่างกายอย่างสมบูรณ์ ภายใต้ความดีใจ เขาเริ่มใช้จิตสัมผัสไปเรื่อยๆ วางมือทั้งสองข้างไว้ที่จุดรวมปราณ ระลอกอุ่นๆ พรั่งพรูออกมา ทำให้หลงเหยียนสบายตัวอย่างหาที่เปรียบมิได้

“นี่… หรือนี่จะเป็นพลังปราณ?” หลงเหยียนดีใจมาก หากจะรวบรวมพลังปราณผ่านพลังวิญญาณ จำเป็นต้องผ่านการหลอมกายทั้งเก้าขั้นอย่างสมบูรณ์แล้วเท่านั้น

พลังปราณจำนวนมหาศาลกระจายไปทั่วร่างกาย ไม่นานก็เติมเต็มไปทั่วร่างหลงเหยียน ซึ่งปริมาณนั้นมากเกินกว่าที่เขาจะรับได้ เส้นพลังทั้งเก้าในร่างกายเริ่มเปิดผสานกันแล้ว

ระลอกอุ่นๆ ไหลเข้าสู่จุดรวมปราณ พลังนั้นทะลุทะลวงมาก หลงเหยียนกัดฟันแน่น คล้ายร่างแทบระเบิด พลังปริมาณมากเช่นนี้ ร่างกายหลงเหยียนแทบทนไม่ไหว อ๊าก…หลงเหยียนคำรามเสียงดัง หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าร่างกายของตนต้องระเบิดแน่

“อ๊าก… ข้าเจ็บเหลือเกิน หรือพอข้าเพิ่งได้วิญญาณยุทธ์ ก็ต้องมาตายแล้วหรือ? ข้าไม่ยอม ข้าไม่ยอม”

สูงขึ้นไป จู่ๆ ชายชราผมสีเงินก็ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน เขาลูบหนวดเคราของตนแล้วพูด “พ่อหนุ่ม เจ้าโลภเกินไปแล้ว ตอนนี้ร่างกายเจ้ายังรับพลังปราณจำนวนมหาศาลไม่ได้”

ขณะที่พูดนั้น ชายชราก็ยื่นมือข้างหนึ่งไปจับศีรษะของหลงเหยียน แล้วดูดพลังปราณครึ่งหนึ่งกลับไป

พริบตาเดียวหลงเหยียนก็รู้สึกสบายตัวอย่างอธิบายมิได้ เขาจ้องไปทางชายชราแล้วถาม “ท่านปู่ ท่านเป็นใครหรือขอรับ?”

“ข้าหรือ? ฮ่าๆๆ …” ชายชราหัวเราะเสียงดัง ทว่ากลับไม่ได้ตอบคำถาม ก่อนจะกระโดดลอยขึ้นไป แปลงกายกลับเป็นมังกร ม้วนตัวอยู่เหนือหัวหลงเหยียน

เสียงคำรามดังมาจากท้องนภา “เมื่อไม่มีวิญญาณยุทธ์ เจ้าก็ไม่ต่างกับคนไร้ประโยชน์ กลายเป็นตัวตลกของคนอื่น ตอนนี้ภายในตัวเจ้ามีวิญญาณยุทธ์ที่แข็งแกร่ง สามารถทำให้เจ้ากลายเป็นยอดฝีมืออันดับหนึ่งในใต้หล้า”

“พละกำลังคือทุกสิ่ง ขอแค่เจ้าแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เจ้าจะได้รับความเคารพจากผู้อื่น มิเช่นนั้นเจ้าจะไร้ตัวตน นี่เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของวิญญาณมังกรเท่านั้น หากเจ้าต้องการแข็งแกร่งขึ้นอีก เจ้าต้องไปรวบรวมเศษเสี้ยววิญญาณมังกรที่เหลือทั้งหมดให้ครบ”

“ราชามังกรในตัวเจ้าสามารถสัมผัสกับเสี้ยววิญญาณอื่นได้ เจ้าไปเถอะ ข้าจะรอการกลับมาของเจ้าในแดนจักรพรรดิมังกร” หลังจากพูดจบ เงาร่างใหญ่ของมังกรก็หายไป

หลงเหยียนมองมังกรร่างใหญ่จากไป แล้วชะงักอยู่กับที่!

ทันใดนั้น ก้อนหินรอบๆ เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หินเหล่านั้นร่วงลงมาพร้อมกัน มันมากจนปกคลุมไปทั่วฟ้า ราวกับผืนดินกำลังจะถล่มเช่นนั้น ความเจ็บปวดที่มาจากการบิดเบือนของห้วงอากาศ หลงเหยียนถูกแรงมหาศาลกดทับ ในป่ามีเสียงคำรามดังไปทั่วทุกสารทิศ เขาพยายามลืมตาขึ้น

แสงส่องลงมาลอดผ่านนิ้วมือที่เรียวทั้งห้านิ้ว ทำให้เขาไม่อาจลืมตาขึ้นได้ เมื่อหรี่ตาขึ้นเล็กน้อยก็พบว่าตนเองยังคงอยู่บนยอดเขาสูงชัน

“หา… นี่ข้าฝันไปหรือเนี่ย วิญญาณมังกร ฮึๆ มันก็เป็นแค่เรื่องเล่าเท่านั้นแหละ!” เมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ หลงเหยียนก็ส่ายหน้าพลางยิ้มเจื่อน

“ไม่สิ” เพียงไม่นานหลงเหยียนก็พบพลังปราณที่ถูกส่งมาจากภายในกาย ยิ่งไปกว่านั้น เขาก้าวข้ามขั้นควบคุมพลังและผสานพลังแล้ว ส่วนความฝันเมื่อครู่ก็เหมือนจริงมาก หยกมังกรงั้นหรือ?

ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดของชายชรายังดังก้องในสมองของหลงเหลียนอย่างชัดเจน รวบรวมเสี้ยววิญญาณมังกรให้ครบ แล้วเจ้าจะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น หรือว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเรื่องจริง

“ข้าแค่ไม่เข้าใจว่าสามภาพนั้นกำลังจะสื่อถึงอะไร? แล้วชายชราท่านนั้นรู้ได้อย่างไรว่าข้าไม่มีวิญญาณยุทธ์? เหมือนทั้งหมดถูกเตรียมเอาไว้แล้ว ช่างเถอะ ในเมื่อเขามอบวิญญาณยุทธ์ให้ข้า งั้นสักวันข้าก็ต้องตามหาให้เจอว่าใครเป็นคนอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้”

“แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็ถึงเวลาที่ข้าต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว หลงจ้าน พวกเจ้าสองพ่อลูก ถ้าพวกเจ้ารู้ว่าตอนนี้ข้ามีวิญญาณยุทธ์แล้ว แถมยังเป็นวิญญาณมังกรอีก ไม่รู้จริงๆ ว่าพวกเจ้าจะทำหน้าอย่างไร รอก่อนเถอะ อีกไม่นานข้าจะกลับไปยังตระกูลหลงอีกครั้ง”

หลงเหยียนในตอนนี้ แววตาเต็มไปด้วยพลังวิญญาณที่มีชีวิตชีวา แถมยังมีความดุร้ายเล็กน้อย จากนั้นเขาก็พุ่งลงจากหุบเขาชันอย่างรวดเร็ว

เมื่อพลังปราณแทรกซึมเข้าไปในกระดูก กล้ามเนื้อทุกส่วนบนร่างกายก็เกิดการเปลี่ยนแปลง กระดูกในตัวก็กำลังดูดซับพลังอย่างต่อเนื่อง

----------------------------------

เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร

กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _

.

.

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

.

แนะนำนิยายสนุก ‘สุดมันส์’อยากอ่านเรื่องไหน กดที่รูปได้เลย

หมัดทะลวงพิภพ

หลงเหยียนหลับตาลง เขาอยู่ระหว่างการทำสมาธิเพื่อให้บรรลุถึงพลัง ฝืนควบคุมพลังปราณครึ่งหนึ่งในตัวได้ พลังอุ่นๆ ถูกหล่อเลี้ยงในจุดรวมปราณอย่างต่อเนื่อง หลงเหยียนสามารถสัมผัสถึงพลังวิญญาณจากสิ่งมีชีวิตรอบๆ ตัวชัดเจนมากขึ้น

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ คาดว่าข้าคงลองได้แล้วว่าจะทะลุขั้นชีพมังกรที่หนึ่งได้หรือยัง พลังปราณมหาศาลเช่นนี้คงมากเพียงพอ” หลงเหยียนกัดฟัน แล้วร่างกายก็สั่นอย่างรุนแรง

“ข้าต้องสำเร็จแน่”

หลงเหยียนควบคุมพลังปราณ เริ่มส่งพลังปราณจากจุดรวมปราณไปยังชีพมังกรขั้นที่หนึ่ง ชีพจรมังกรในร่างกายถูกเติมเต็มไปด้วยพลังปราณ ร่างหลงเหยียนเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาแหงนหน้าคำราม “ครั้งแรกยังเจ็บถึงเพียงนี้ ขอแค่ข้าทนข้ามผ่านไปให้ได้ ข้าต้องสำเร็จแน่”

ทันใดนั้น ชีพจรบนตัวหลงเหยียนก็นูนขึ้นมา เริ่มถูกเติมเต็มด้วยพลังปราณ คล้ายภายในร่างเกิดคลื่นพายุลูกใหญ่ พลังปราณทั้งหมดพุ่งเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว ขณะที่กำลังพุ่งเข้าไปนั้น ชีพจรของหลงเหยียนก็ถูกฉีกอย่างต่อเนื่อง

“ทนไว้ ข้าต้องทนให้ได้” เมื่อนึกถึงคนที่คอยหยามตนเองมาตลอด หลงเหยียนก็ไม่กล้าถอดใจ ปล่อยให้พลังปราณบุกเข้าชีพจรอย่างบ้าคลั่ง

“แกรก!”

หลงเหยียนลืมตาขึ้น จากนั้นก็คายไอเสียในร่างกายออกมา ครั้งนี้ คล้ายหลงเหยียนได้ผ่านพ้นความเป็นความตายมาแล้วเช่นนั้น พลังปราณพุ่งเข้าสู่เส้นพลังทั้งหมด ส่วนพลังปราณในเส้นพลังก็เริ่มไหลเวียน ไหลกลับเข้าสู่จุดรวมปราณทั้งหมด เมื่อไหลเวียนทั่วร่างหลายครั้ง ในที่สุดร่างหลงเหยียนก็ทรุดฮวบลงพื้น

ฝึกชีพมังกรเส้นที่หนึ่งสำเร็จ ตอนนี้หลงเหยียนอยู่ในระดับชีพมังกรขั้นที่หนึ่ง เพียงไม่นานหลงเหยียนก็พบว่า พลังปราณที่มากกว่าเดิมในจุดรวมปราณเริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง พลังปราณที่มหาศาลเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

“อะไร? ยังเหลือเยอะปานนี้เลย?” คล้ายมันเป็นพลังปราณที่ไม่มีวันหมด

“ได้ งั้นเราก็มาเริ่มกันต่อเลย ข้าจะใช้โอกาสนี้ลองฝึกขั้นที่สองดู” เมื่อมีประสบการณ์จากครั้งก่อน หลงเหยียนก็หลับตาลงอีกครั้ง เริ่มใช้จิตควบคุมพลังปราณ ควบคุมการไหลเวียนของพวกมัน เมื่อฝึกขั้นที่หนึ่งสำเร็จ ครั้งนี้หลงเหยียนจำเป็นต้องใช้พลังปราณที่มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ถึงกระนั้น หลงเหยียนก็รู้ดีว่าการฝึกยุทธ์จำเป็นต้องเคร่งครัดในระเบียบวินัยจึงจะสำเร็จ เขาไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ถึงแม้เขาจะมีประสบการณ์จากครั้งแรก แต่ก็ต้องควบคุมให้อยู่ในระดับที่พอดี ไม่อยากคิดเลยว่ามันจะเป็นการฝึกที่ยากขนาดไหน

ณ เมืองมังกร เพื่อเลื่อนระดับพลัง ผู้แข็งแกร่งทุกคนใช้ทรัพยากรไปมาก หลายปีผ่านไปถึงเลื่อนระดับขึ้นได้หนึ่งขั้น แค่นี้หลงเหยียนก็ทำได้ดีมากแล้ว

พลังปราณเสมือนเสือที่หลุดจากป่า เป็นพลังที่น่ากลัวมาก หลงเหยียนทะลุเส้นพลังขั้นที่สองสำเร็จ อ๊าก! เสียงดังก้องในตัว ครั้งนี้นับว่าเขาสามารถข้ามผ่านไปได้ด้วยดี ทว่าพลังปราณก็ยากจะเดินหน้า มันก้าวหน้าไปแค่นิดเดียวเท่านั้น เมื่อนึกถึงคนที่เคยรังแกตน หลงเหยียนฝืนทนความเจ็บปวด น้ำตาคลอเบ้า

“ไม่ ข้าไม่มีทางยอมแพ้หรอก ข้าจะถอดใจไม่ได้เด็ดขาด ข้าต้องกลายเป็นผู้แข็งแกร่งให้ได้” เมื่อความเด็ดเดี่ยวอยู่ตรงหน้า ทุกสิ่งล้วนไม่สำคัญทั้งนั้น สำหรับเขาแล้ว ความเจ็บปวดแค่นี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ความเจ็บปวดที่ต้องทน เปรียบไม่ได้กับตอนที่เขาถูกหยามศักดิ์ศรีเลยสักนิด

“มาเลย เข้ามาเลย ถ้าจะมาก็เข้ามาทีเดียวเลย” หลงเหยียนกัดฟันกรอด เส้นพลังเลื่อนขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้ คล้ายกระดูกในตัวของหลงเหยียนผ่านการชำระล้างมาแล้ว หลงเหยียนรีบหลับตาลง หลงเหยียนสามารถรับรู้ถึงพลังวิญญาณที่มาจากรอบตัวได้ทั้งหมด

“แกรก!”

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ชีพจรเส้นที่สองของเขาถูกเติมเต็มด้วยพลังปราณ พลังปราณทั้งหมดเสมือนน้ำป่าที่กำลังไหลทะลัก พังเขื่อนกั้นน้ำ พุ่งทะลุชีพจรเส้นใหญ่ทั้งสองอย่างต่อเนื่อง พลังปราณกระจายไปทั่วทั้งร่าง เวลานี้หลงเหยียนรู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก

ในที่สุดเขาก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์อีกครั้ง

“อ๊าก!”

หลงเหยียนชกแรงๆ ไปข้างหน้า ห้วงอากาศสั่นสะเทือน ทำให้เกิดระลอกพลัง นี่แหละพลัง พลังที่แท้จริง

“คิดว่าตอนนี้ข้าคงมีพละกำลังมากแล้วสินะ”

“หลงเอ้าอวี เจ้าคงจะนึกไม่ถึง รอข้าก่อนเถอะ เจ้าต้องตกใจมากแน่”

“ไม่เสียแรงที่เป็นถึงวิญญาณมังกร แกร่งมากจริงๆ พลังปราณที่ก่อในตัวข้านั้นพิเศษมาก ข้ารู้สึกได้ว่าสิ่งมีชีวิตเล็กๆ รอบตัวกำลังเคลื่อนไหว พลังการโจมตีที่น้อยนิดของพวกมันไม่มีค่าเมื่อเทียบกับพลังที่ข้ามีในตอนนี้ มันน้อยจนไม่อยากเอ่ย”

ในเมืองมังกร มีเพียงผู้แข็งแกร่งระดับผู้อาวุโสในตระกูลหลงเท่านั้นที่สามารถรับรู้ได้ถึงพลังวิญญาณของคนอื่น

หลงเหยียนเข้าใกล้กระต่ายตัวหนึ่ง โจมตีมันจนตาย ไม่นานนักพลังวิญญาณที่ถูกโจมตีก็ออกจากร่าง หลงเหยียนแผ่พลังปราณออกมาห่อหุ้มพลังวิญญาณไว้

“เก็บ!”

พลังวิญญาณถูกดูดเข้าสู่ร่างกายหลงเหยียน สลายกลายเป็นพลังปราณ ส่วนจุดรวมปราณก็เป็นเหมือนค่ายหลักของพลังปราณ สามารถดูดกลืนพลังวิญญาณจากสิ่งมีชีวิต มีพลังปราณไหลเข้าสู่จุดรวมปราณอย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้เกิดจากวิญญาณมังกรในร่างหลงเหยียน ดูแล้ว ระยะเวลาในการฝึกไม่ได้เร็วธรรมดา ระยะเวลาเพียงหนึ่งวัน เขาก็ทำลายเส้นพลังสองเส้นได้สำเร็จ

เมื่อรวบรวมพลังปราณที่แกร่งกล้า หลงเหยียนกระตุกยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากก่อนจะเดินไปตามทางกลับบ้าน

เขาสัมผัสถึงพลังของฝ่ายตรงข้ามได้เพียงคนที่มีพลังต่ำกว่าตนเท่านั้น พลังวิญญาณแกร่งจนทำให้เขาเลื่อนไปถึงระดับชีพมังกรที่ขั้นสอง พละกำลังสามารถเพิ่มขึ้นได้ผ่านไหวพริบและประสาทการรับรู้ ทำให้ประสาทสัมผัสของหลงเหยียนกว้างขึ้น

หลงเหยียนกลับมาถึงตระกูลหลงแล้ว เขายังคงระมัดระวังตัว ในเมื่อหากเทียบพละกำลังที่ตนมีกับคนอื่นในตระกูลแล้ว พลังที่ตนมีไม่ได้นับว่าสูงหรือแกร่งเลย หลงเหยียนเข้าทางประตูหลัง เมื่อเงยหน้าขึ้นทันทีก็พบว่าผู้อาวุโสตระกูลหลงยืนอยู่ไม่ไกล คล้ายกำลังรอเขาอยู่

“เหยียนเอ๋อ เจ้ามานี่หน่อย” ผู้อาวุโสแห่งตระกูลพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ หลงเหยียนรู้ดี ด้วยพละกำลังของผู้อาวุโส เขาสามารถรับรู้ทุกการเคลื่อนไหวภายในตระกูลหลงได้ การเคลื่อนไหวของทุกคนหนีสายตาเขาไม่พ้น

“ท่านปู่” หลงเหยียนเดินเข้าไปใกล้ เห็นเพียงผู้อาวุโสที่กำลังขมวดคิ้วมุ่น “พลังวิญญาณเจ้าแกร่งมาก เจ้าเจออะไรมาหรือไม่?”

“อ้อ ข้าไปที่ภูเขาหยุนอู่ เก็บผลไม้ได้แล้วกินเข้าไป จากนั้นร่างกายก็เริ่มรู้สึกร้อน…”

“งั้นหรือ…” เรื่องที่หลงเหยียนเล่านั้นมิอาจหลอกผู้อาวุโสได้ แม้แต่เด็กสามขวบยังไม่เชื่อเลยด้วยซ้ำ ทว่าผู้อาวุโสกลับไม่ได้เค้นถาม

ทันใดนั้น หลงเหยียนถูกผู้อาวุโสยกร่างขึ้น ผ่านการทดสอบ พบว่าพลังวิญญาณในร่างกายหลงเหยียนอยู่ในระดับกลาง ทำให้เขาสะดุ้งโหยง แต่กลับไม่ได้ถามถึงสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง

“น่าประหลาด ยอดฝีมือบางส่วนมักใช้วิชาดูดพลังวิญญาณจากปีศาจอสูร ใช้ให้มันกลายวิญญาณอสูร เป็นต้นกำเนิดของพลังในร่างกาย ใช้วิญญาณอสูรหลอมจนกลายเป็นพลังปราณของตน พลังปราณของวิญญาณอสูรดุร้ายมากกว่า การโจมตีแข็งแกร่งมากกว่า อีกทั้งยังมีต้องมีต้นกำเนิดมาจากวิญญาณอสูรอยู่แล้ว แถมต้องผ่านวิธีการควบคุมปีศาจอสูรที่หลากหลาย เขาหยุนอู่ยังมีปีศาจอสูรที่แข็งแกร่งอยู่อีกหรือ หรือเป็นเพราะว่าข้ายังหาไม่เจอ?” ผู้อาวุโสกำลังพูดลองเชิง

“เหยียนเอ๋อ เจ้ากลับมาก็ดีแล้ว ดีมาก ถึงแม้ข้าไม่รู้ว่าวิญญาณยุทธ์ในตัวเจ้ามาได้ยังไง แต่เจ้าต้องระวังตัวด้วย พลังปราณในกายเจ้ามีมาก ต้องมีวิญญาณอสูรเข้าไปแน่ แถมวิญญาณอสูรพวกนั้นต้องแข็งแกร่งจนสามารถดูดวิญญาณอสูรอื่นๆ มาเป็นพื้นฐานการฝึกกาย ใช้ปีศาจอสูรมาเปลี่ยนกายเดิม ระดับพลังจะเลื่อนขึ้นเร็วมาก แต่วิญญาณอสูรที่แข็งแกร่งอาจควบคุมจิตใจคนได้ในตอนสุดท้าย เจ้าต้องระวังให้มากขึ้น อีกอย่าง อย่าดูดกลืนสิ่งที่ไม่ควร ผู้แข็งแกร่งดูดพลังวิญญาณที่แข็งแกร่งมาก เป็นไปได้สูงที่ร่างจะระเบิดตาย”

หลงเหยียนสะดุ้ง เขารู้สึกตกใจมาก จ้องผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงแล้วถาม “ดูเหมือนข้าคงปิดท่านปู่ไม่ได้แล้ว ในตัวข้ามีวิญญาณยุทธ์จริงๆ ซึ่งตัวข้าเองก็ยังไม่เข้าใจ แต่ข้ายังมีข้อสงสัย”

“ถ้าวิญญาณยุทธ์ในตัวข้าคือสิ่งมีชีวิตที่ยิ่งใหญ่มาก เป็นไปได้หรือไม่ หากข้าดูดรับวิญญาณยุทธ์ของมันทั้งหมดเข้าไป แล้วข้าจะกลายเป็นตัวมัน? หรืออาจกลายเป็นตัวแทนของมัน”

ผู้อาวุโสแห่งตระกูลหลงมีนามว่าหลงกงฉู่ หลงกงฉู่ส่ายหน้า “งั้นก็คงต้องดูภายในตัวเจ้าแล้ว ว่าวิญญาณยุทธ์ออกจากร่างมันตอนยังมีชีวิต หรือเข้าสู่ร่างกายเจ้าหลังจากตายแล้ว ส่วนใหญ่แล้ว หากเป็นอสูรที่ผ่านความตาย พวกมันจะสูญเสียความทรงจำ เป็นเพียงวิญญาณตนหนึ่งเท่านั้น ต่อให้จะเข้าสู่ร่างกายคนก็ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง”

“อ๋อ ข้าทราบแล้วท่านปู่” ถ้าเป็นวิญญาณที่ตายแล้ว เช่นนั้นก็นับว่าหลงเหยียนโชคดีอย่างที่สุด

“จริงด้วย เจ้าเพิ่งกลับมา ยังไม่ได้ไปหาพ่อเจ้าเลยสินะ อย่าเก็บเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานมาจำใส่ใจเลย ก่อนประสบความสำเร็จก็ต้องผ่านความตรากตรำทั้งนั้น ทำอะไรต้องใจกว้าง ขอแค่จิตใจผ่าเผย ไม่จำเป็นต้องสนใจว่าใครจะมองเราเช่นไร”

“ยิ่งไม่ต้องรอให้คนอื่นมารังแกแล้วเจ้าค่อยหาวิธีรับมือ ลงมือในเวลาที่เหมาะสม จะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด ยังมีเวลาอีกครึ่งเดือนก่อนจะมีการจัดงานประลองยุทธ์ประจำตระกูล! ถึงตอนนั้น เด็กหนุ่มที่มีพรสวรรค์จากตระกูลจะได้เข้าร่วมงานประลองยุทธ์ครั้งใหญ่” หลังจากพูดจบหลงกงฉู่ก็เดินจากไป

หลังจากหลงกงฉู่จากไปแล้ว แววตาของหลงเหยียนก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ท่านปู่วางใจเถอะ หลานจะจำคำสอนของท่าน ตอนนี้ท่านพ่อต้องอยู่ในหอรวมจิตเป็นแน่ หอรวมจิตเป็นสถานที่รวมตัวของคนในตระกูลหลง ปกติแล้ว ส่วนใหญ่จอมยุทธ์มักเข้ามาเยี่ยมเยือนตระกูลหลงในเวลานี้”

เพิ่งเดินไปไม่กี่ก้าว เวลานี้ก็มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่เขา

หลงเหยียนสามารถรับรู้ได้ด้วยจิตสัมผัส ฟิ้ว… ใบหน้าหลงเหยียนหยุดอยู่ตรงหน้าคนคนนั้น

เขาก็คือหลงเอ้าอวีที่เมื่อวานอยากขับไล่หลงเหยียนออกจากตระกูลเป็นคนแรกนั่นเอง เขาแอบเดินเข้ามาหาหลงเหยียน มองประเมินหลงเหยียนตั้งแต่หัวจรดเท้า

“น่าสนใจจริงๆ เพิ่งไปเมื่อวาน วันนี้คนไร้ค่าอย่างเจ้าก็กล้ากลับเข้ามาทางประตูหลังแล้วงั้นหรือ? นี่เจ้ากลับมาให้คนอื่นซ้อมสินะ” หลังหลงเอ้าอวีพูดจบก็มองซ้ายมองขวา

ก่อนจะพูดคล้ายกำลังเยาะเย้ย “ไม่มีคนอื่น แหะๆ งั้นก็ขอโทษด้วย ข้าต้องทำให้เจ้ารู้ว่าแบบไหนที่เรียกว่าพิการ ไร้ประโยชน์ของจริง”

หลงเหยียนมีพละกำลังแล้ว ตอนนี้ ใบหน้าเขาแสดงถึงความเบื่อหน่าย “ไสหัวไปซะ หลังจากข้าไปพบท่านพ่อแล้ว เจ้าไม่ต้องมาหาข้าหรอก ข้าจะไปหาเจ้าเอง”

“อยากใช้ข้ออ้างนี้หนีไปอีกแล้วสินะ?” หลงเอ้าอวีก้าวมาข้างหน้าเพื่อขวางไม่ให้หลงเหยียนจากไป

หลงเหยียนคือคนที่ไม่ยอมแพ้ให้ใครมาก่อน ครั้งนี้เขาไม่ได้ถอย ยืนเผชิญหน้าหลงเอ้าอวี ทั้งคู่กำลังข่มฝ่ายตรงข้าม

“เจ้าบังคับข้าเองนะ” เสียงดังเล็ดลอดผ่านซอกฟัน

หลงเหยียนถอยหลังไม่กี่ก้าว พลังปราณในมือเริ่มถูกรวบรวม จากนั้นก็ชกโจมตีไปยังหลงเอ้าอวีที่อยู่ตรงหน้า

หลงเอ้าอวีมีพละกำลังขั้นที่สาม สามารถหลบหมัดนี้ได้ด้วยความว่องไว จากนั้นก็หัวเราะเย้ย “สุนัขก็คือสุนัข บีบมันหน่อยก็ทนไม่ได้ เริ่มกัดคนแล้วสินะ ช่างเถอะ วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าเห็นพลังทะลวงฟ้าที่แท้จริง วางใจเถอะไอ้น้อง พี่ชายไม่ซ้อมเจ้าจนตายหรอก มากสุดก็แค่ซ้อมจนพิกลพิการ วันนี้แหละ เจ้าจะได้เป็นสุนัขของจริง”

หมัดพุ่งไปกลางอากาศ หลงเหยียนไม่ได้รู้สึกแย่แต่อย่างใด ต่อให้ตนจะอยู่ในระดับชีพมังกรขั้นที่สอง แต่ก็มีพลังปราณที่มหาศาล แถมยังสามารถสัมผัสได้ถึงพลังการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามด้วย และนี่ก็คือโอกาสที่เขาจะฝึกฝนตนเองด้วยเหมือนกัน

“ถ้าเป็นไปได้ ข้าต้องทำให้เจ้ารู้ว่าการมีเรื่องกับข้า สุดท้ายจะมีจุดจบแบบไหน” หลงเหยียนร่างกะพริบอีกครั้ง พลังปราณรวมอยู่กลางฝ่ามือ หมัดขนาดใหญ่ฟาดไปตรงหน้า

ครั้งนี้หลงเอ้าอวีไม่ขยับ ในเวลาเดียวกัน พลังปราณก็พุ่งออกมาจากฝ่ามือ เขามีพลังระดับชีพมังกรขั้นที่สามมาสามปีแล้ว พลังปราณที่มหาศาลทำให้เขาไม่รู้สึกถึงแรงกดดัน

“หมัดทะลวงฟ้า”

“ตูม!”

หมัดทั้งสองปะทะกัน พลังปราณระเบิด จากนั้นพวกเขาทั้งคู่ก็ถูกแยกออกจากกัน หลงเหยียนเซถอยหลังสองก้าว

เมื่อเห็นหลงเหยียนมีพลังปราณไม่น้อยไปกว่าตน หลงเอ้าอวีรู้สึกประหลาดใจมาก “อะไรกัน นี่เจ้าไม่ล้มเลยเหรอ เจ้าไปเอาพลังปราณมาจากไหน! ไม่เจอกันแค่วันเดียว พละกำลังเจ้าเพิ่มขึ้นมาก แถมยังมีวิญญาณยุทธ์แล้ว มิน่าล่ะ คำพูดคำจาเจ้าจึงต่างไปจากเมื่อก่อนมาก”

พลังปราณของเขารวมกับพลังจากหมัดทะลวงฟ้า พูดได้เลยว่าความน่ากลัวของมันถูกเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทว่ากลับมิอาจล้มหลงเหยียนได้ และนั่นก็ทำให้หลงเอ้าอวีพิโรธ

----------------------------------

เพื่อไม่ให้พลาดทุกการอัปเดตก่อนใคร

กด'ติดตาม'ตรงนี้ไว้ได้เลยย~ _

.

.

ขอให้ทุกท่านสนุกกับการอ่านนิยายนะคะ

.

แนะนำนิยายสนุก ‘สุดมันส์’อยากอ่านเรื่องไหน กดที่รูปได้เลย

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...