โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คุยกับเจ้าของ ‘Medis” ตู้ยาอัตโนมัติ 24 ชม. มีเภสัชกรออนไลน์ เตรียมขยายสู่พันตู้

TODAY

อัพเดต 20 ต.ค. 2566 เวลา 18.11 น. • เผยแพร่ 20 ต.ค. 2566 เวลา 10.45 น. • workpointTODAY

ในยุคที่เทคโนโลยีมาแรงแซงโค้ง หลายธุรกิจเดินหน้าปรับตัวและหาช่องทางใหม่ ๆ ที่ตอบโจทย์และเป็นที่ต้องการของผู้คน โดยเฉพาะตู้อัตโนมัติที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจและตอบโจทย์คนในปัจุบันได้ดี จากความสะดวกสบายและให้บริการตลอด 24 ชม.

บมจ.โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) หรือ JSP เป็นอีกหนึ่งผู้เล่นคนสำคัญในตลาดตู้อัตโนมัติที่น่าจับตามอง กับ ‘Medis’ ตู้ยาอัตโนมัติ ที่มาในคอนเซ็ป “ตู้ยาอุ่นใจใกล้คุณ” ซึ่งทาง TODAY Bizview มีโอกาสได้พูดคุยกับทางผู้บริหาร

‘สิทธิชัย แดงประเสริฐ’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เล่าให้ฟังว่า บริษัท JSP เริ่มต้นมาจากการทำธุรกิจวิจัยและพัฒนาและต่อยอดสู่การเป็นผู้ผลิตในสินค้าเพื่อสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นยา เครื่องสำอาง และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับคนและสัตว์ ทำให้ JSP มีเป้าหมายหลักในต่อยอดธุรกิจไปสู่การเป็นผู้ให้บริการด้านสุขภาพอย่างครบวงจร

โดย JSP ขับเคลื่อนกระบวนการผ่าน บริษัท ซีดีไอพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CDIP ซึ่ง JSP ถือหุ้นอยู่จำนวน 65%

ธุรกิจของ CDIP ถือเป็นธุรกิจด้านการรับจ้างวิจัยเชิงวิชาการในห้องปฏิบัติการ รับจ้าง ทดสอบและวิเคราะห์ผลทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงจัดงานฝึกอบรมและสัมมนา และส่วนงานให้คำปรึกษาการยื่นขอทุนวิจัยด้านการวิจัยและพัฒนา

[ รู้จัก ‘Medis’ ตู้ยาสามัญประจำบ้านอัตโนมัติ 24 ชม. ]

สำหรับธุรกิจตู้ยาสามัญประจำบ้าน หรือที่มีชื่อว่า ‘Medis’ มาในคอนเซ็ป “ตู้ยาอุ่นใจใกล้คุณ” มีจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิดที่ต้องการตลาดที่จะสามารถวางสินค้าและช่วยโปรโมทสินค้าที่ผลิตออกมาได้ ทาง CDIP จึงเข้าไป M&A กับทาง Vending Machine เมื่อช่วงกลางปี 2566 ที่ผ่านและเริ่มทำ Medis ตู้ยาอัตโนมัติขึ้นมา

ตู้ Medis จำหน่ายยาสามัญประจำบ้าน ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ และผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ

ปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 44 ตู้ และวางอยู่ใต้คอนโดมิเนียมเป็นหลัก โดยเฉพาะโครงการของลุมพินี เพื่อเป็นการสำรวจตลาดและความต้องการของคนในแต่ละพื้นที่ว่าสินค้าอะไรขายดีที่สุด และเป็นช่องทางในการนำผลิตภัณฑ์ของลูกค้าไปวางเพื่อช่วยให้สินค้าเข้าถึงคนได้มากขึ้นด้วย

“ผมว่าหลาย ๆ คนอาจจะมองว่ายาสามัญประจำบ้าน เดินไปตามร้านสะดวกซื้อหรือร้านขายยาใกล้บ้านได้ไม่แตกต่างกัน แต่จริง ๆ เป้าหมายหลักของเราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันตู้ถูกวางไว้ตามใต้คอนโดฯ ก็เพื่ออำนวยความสะดวกไม่ต้องเดินไกลและกลางคืนส่วนใหญ่ร้านยาจะปิดหมด รวมถึงการซื้อสินค้าบางอย่างที่อาจจะไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ เช่น ถุงยางอนามัย ในตู้ก็มีวางขายเช่นกันและเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในทุก ๆ ตู้”

[ เป็นมากกว่าตู้ขายยาด้วย Video Conference ปรึกษาเภสัชกร ]

นอกจากเป็นตู้ขายยาสามัญประจำบ้านแบบ 24 ชม. แล้ว ความน่าสนใจของตู้ Medis คือสามารถ Video Conference คุยกับทางเภสัชกรได้ โดยการเสียบบัตรประชาชนเข้าที่ตู้ และยังสามารถวัดความสูง วัดอุณหภูมิร่างกายได้ สิ่งเหล่านี้ตั้งใจทำไว้เพื่อปูทางรออนาคตที่จะนำไปสู่การทำ Telepharmacy หรือเภสัชกรรมทางไกล

และในปัจจุบันยาอันตรายยังคงต้องขายผ่านเภสัชกรเท่านั้น แต่กฏหมายเริ่มผ่อนคลายมากขึ้น จะเห็นได้จากการที่สามารถสั่งยาผ่านแอปพลิเคชั่นจากเภสัชกรให้มาส่งที่บ้านได้ ดังนั้นข้อดีของการมี ‘เภสัชกรออนไลน์’ คือในอนาคตตู้ Medis จะสามารถจำหน่ายยาอันตราย อย่างเช่น ยาคุมกำเนิดหรือฮอร์โมนเพศชายผ่านตู้ได้

[ ยังไม่กำไร แต่กำลังไปต่อ ปี 2567 เร่งขยายเพิ่ม 200 ตู้ ]

ผู้บริหาร พูดถึงแผนในปี 2567 ได้รับการอนุมัติให้เพิ่มจากเดิมที่มี 44 ตู้ เป็น 200 ตู้ภายในหน้า ซึ่งปัจจุบันยังต้องยอมรับว่ายังไม่ได้มีกำไรจากตู้ Medis เพราะยังมีจำนวนตู้ที่น้อยกว่าจำนวนคนในทีมที่มีประมาณ 20 คน

“ดังนั้นตอนนี้จึงเป็นเหมือนการทดลองวางตู้เป็นหลัก และพยายามที่จะค่อย ๆ ให้เป็นการขยายเเบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เร่งรีบ”

ส่วนปีหน้าหากสามารถเพิ่มได้ตามเป้าหมายที่ 200 ตู้ มองว่ากำไรน่าจะเริ่มเสมอตัวมากขึ้น โดย 200 ตู้ที่จะเพิ่มขึ้น มีแหล่งที่ตั้งที่มองไว้อันดับแรกยังคงเป็น ‘คอนโดมิเนียม’

รองลงมาเป็น ‘เรสซิเดนซ์’ ที่มีคนพักจำนวนมาก และสุดท้ายเป็น ‘โรงงานอุตสาหกรรม’ และกระจายออกไปไม่ใช่เฉพาะในกทม.เท่านั้น จึงเริ่มมีการพูดคุยกับตัวแทนตามจังหวัดต่าง ๆ เพื่อที่จะนำตู้ไปวางมากขึ้น

[ วางแผนเข้าระดมทุนขยายตู้จากหลักร้อยสู่หลักพัน ]

ตามแผนที่วางไว้ปีหน้าจะขยายเพิ่มเป็น 200 ตู้ เป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้แน่นอน และหลังจากที่สามารถทำได้ตามเป้าน่าจะเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าจะสามารถไปต่อได้

JSP มีแผนในลำดับถัดไปคือการหาทุนเพิ่มด้วยการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) เป็นตลาดแรกเพื่อสร้างโอกาสและสนับสนุนการเติบโตให้มีทุนขยายเพิ่มไปสู่ 1,000 ตู้และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต รวมถึงตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นลำดับถัดไป

“กล่าวโดยสรุปคือ JSP ตั้งเป้านำ CDIP เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์ (LiVEx) ภายในปี 2568 และในระยะยาวไม่เกิน 5 ปี ตั้งเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาด Mai”

[ เกาะเทรนด์พ่อหมาแม่แมว ตู้ยาอัตโนมัติสัตว์เลี้ยง ]

อย่างไรก็ตาม ด้วยการที่เป็นองค์กรที่ทำการศึกษาและวิจัยเรื่องต่าง ๆ อยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เห็นกระแสธุรกิจ อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอยู่เสมอ และปัจจุบันคงต้องยอมรับว่าตั้งแต่หลังเกิดโควิด-19 ทำให้เกิดเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงไปโดยเฉพาะเรื่องของสัตว์เลี้ยงที่มาแรงมาก ๆ

ดังนั้น ในอนาคตตามคอนโดมิเนียมที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ก็มีโอกาสที่จะเข้าไปทำตลาดตรงส่วนนี้เพิ่มเติม อาจเริ่มต้นด้วยการนำผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยงเข้าไปวางผสมในตู้เดิมก่อนเพื่อดูความต้องการ และหากมีแนวโน้มที่ดีอาจต่อยอดไปสู่การนำตู้เข้าไปตั้งและมีสินค้าภายในทั้งหมดเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลสัตว์เลี้ยง รวมถึงยาบางชนิดที่ไม่ซับซ้อน เพราะคนกลุ่มนี้ค่อนข้างที่จะมีกำลังซื้อที่สูงพอสมควรและเป็นเทรนด์ที่กำลังมาและน่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...