เปิดความสัมพันธ์ "ป้าดา" กับครอบครัว "นายเฮียง" พิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม
วันนี้ (13 ส.ค.2569) ความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หลังเมื่อวันที่ 10 ส.ค.ที่ผ่านมา มีกลุ่มคนนำท่อปูนซีเมนต์มาปิดกั้นบริเวณทางเข้า-ออกวัด จนพระครูอดุลสารนิเทศ อายุ 72 ปี เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม เข้าแจ้งความกับตำรวจเพื่อดำเนินคดี
พ.ต.อ.ยศวัจน์ แก้วสืบธัญนิจ ผู้กำกับการ สภ.เมืองขอนแก่น เปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนออกหมายเรียกป้าดา หรือ นางดารุณี และเจ้าของรถตู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว 3 คน ส่วนรถปูนที่นำปูนมาเทบริเวณหน้าวัด อยู่ระหว่างตรวจสอบทะเบียนเพื่อหาผู้ครอบครอง
ขณะนี้ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และสอบปากคำฝ่ายวัดให้ครบถ้วน ก่อนเรียกคู่กรณีมาสอบสวน และพิจารณาดำเนินการตามพยานหลักฐานและคำให้การต่อไป
"ป้าดา" ญาติฝั่งภรรยา "นายเฮียง"
สำหรับประเด็นที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงความเกี่ยวข้องของ ป้าดา กับ นายเฮียง พิมพ์ศรี เจ้าของที่ดินเดิม ทีมข่าวได้ข้อมูลจากนางบัวเรียน บุตรคนที่ 3 ของนายเฮียงและนางนาง พิมพ์ศรี
นางบัวเรียน เล่าว่า เดิมนายเฮียงมีที่ดินประมาณ 42 ไร่ แบ่งให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น 10 ไร่ ส่วนพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับวัดมีประมาณ 21 ไร่เศษ และพื้นที่หัวไร่ปลายนาอีกประมาณ 5-6 ไร่ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ป่า
ต่อมามีแม่ชีเข้ามาสร้างกุฏิ และมีพระเข้ามาปฏิบัติธรรม นายเฮียงเกิดความเลื่อมใสศรัทธา จึงมีเจตนารมณ์ที่จะใช้พื้นที่ดังกล่าวสร้างวัด
อย่างไรก็ตาม นางบัวเรียนยืนยันว่า นายเฮียงไม่ได้โอนหรือยกกรรมสิทธิ์ที่ดินให้วัด หลังจากเปลี่ยนเอกสาร ส.ค.1 เป็นโฉนด นายเฮียงเพียงนำโฉนดไปแสดงในงานทอดผ้าป่า เพื่อให้ชาวบ้านรับทราบถึงเจตนารมณ์ที่จะสร้างวัดบนที่ดินผืนนี้
หลังนายเฮียงเสียชีวิต ครอบครัวซึ่งมีบุตรทั้งหมด 9 คน มีการพูดคุยเรื่องการจัดการมรดก โดยตั้งใจให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของบิดา แต่เมื่อข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ครอบครัวไม่มีทุนทรัพย์เพียงพอที่จะดำเนินการต่อ
"ป้าดา" รับช่วงดำเนินการแทนครอบครัว
นางบัวเรียน ระบุว่า นางดารุณี หรือ ป้าดา เป็นญาติทางฝั่งภรรยาของนายเฮียง โดยยายของ ป้าดา เป็นน้องสาวของนางนาง พิมพ์ศรี ทำให้ ป้าดา มีศักดิ์เป็นหลาน และเรียกนายเฮียงกับนางนางว่า "ตา" และ "ยาย"
เมื่อครอบครัวไม่มีกำลังดำเนินการเรื่องที่ดินต่อ ป้าดา ซึ่งทำงานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์และมีความรู้ด้านเอกสาร จึงอาสาเข้ามาดำเนินการแทน โดยได้รับความไว้วางใจจากญาติ
ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับป้าดา ซึ่งให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับทีมข่าวว่า ได้รับมอบหมายจากทายาทของนายเฮียง โดยเฉพาะนางบัวไข บุตรคนที่ 4 และผู้จัดการมรดกตามกฎหมาย ให้เข้ามาดำเนินการเรื่องที่ดิน
ทั้งนี้ ป้าดา ไม่ใช่ทายาทโดยตรงของนายเฮียง แต่เป็นญาติทางฝั่งภรรยา และเข้ามาดำเนินการเรื่องที่ดินในฐานะผู้ที่ได้รับมอบหมายจากฝ่ายทายาท
"ป้าดา" จี้ตรวจสอบที่มาวัด ยืนยันไม่ได้ต้องการทำลายวัด
ป้าดา ยังตั้งคำถามถึงที่มาของการก่อสร้างวัด โดยต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบว่า การได้มาซึ่งที่ดินและการก่อสร้างวัดดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่
โดยครอบครัวระบุว่า โฉนดที่ดินยังคงมีชื่อนายเฮียงเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ แม้นายเฮียงจะเสียชีวิตไปแล้ว และข้อพิพาทเรื่องที่ดินเริ่มมีปัญหามาตั้งแต่ปี 2534
ป้าดาจึงตั้งคำถามว่า หากการก่อสร้างวัดดำเนินการอย่างถูกต้อง เหตุใดเอกสารสิทธิ์ในที่ดินจึงยังคงเป็นชื่อของนายเฮียง และการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างภายในวัดมีการขออนุญาตและใช้เอกสารสิทธิ์ประกอบอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ป้าดายืนยันว่า ครอบครัวไม่ได้ต้องการทำลายวัดหรือขับไล่พระออกจากพื้นที่ แต่ต้องการให้ตรวจสอบเรื่องกรรมสิทธิ์ในที่ดิน และขั้นตอนการก่อสร้างให้เกิดความชัดเจน
ขณะที่คดีการนำท่อปูนมาปิดทางเข้า-ออกวัด ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนผู้เกี่ยวข้อง โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใดในขณะนี้ ส่วนข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินยังต้องพิจารณาตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
อ่านข่าว :
ทายาทแจงปมปิดทางวัดป่าอดุลยาราม ขัดแย้งกรรมสิทธิ์ที่ดิน ชี้ต้องพิสูจน์สิทธิ์ตามกฎหมาย
ย้อนเส้นทางข้อพิพาททายาทเจ้าของที่ดิน กับวัดอดุลยาราม จ.ขอนแก่น
เปิดปมพิพาทที่ดิน “วัดป่าอดุลยาราม” ยาวนานกว่า 30 ปี ทายาทปิดทาง-เจ้าอาวาสยันรับมาถูกต้อง