โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กทม. ออกเช็กลิสต์เข้ม 5 มาตรการ คุมความปลอดภัย Data Center

Thai PBS

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

ลุยตรวจสอบเข้มข้นต่อเนื่อง พร้อมสั่งชะลอโครงการใหม่ เพื่อรอหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนจาก บอร์ด Data Center เผยความคืบหน้าตรวจสอบ “คราบน้ำมัน” ในท่อระบายน้ำคลองเตย ชี้ ไม่เกี่ยวข้องกับ Data Center

เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2569 ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ระบุถึงความคืบหน้าการตรวจสอบ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเผยว่า จากการสำรวจภาพรวมเบื้องต้นพบว่า พื้นที่กรุงเทพฯ มี Data Center แบ่งเป็น กลุ่มที่ตั้งอยู่ในอาคารทั่วไป เช่น อาคารสำนักงาน ธนาคาร และหน่วยงานราชการ รวม 43 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นขนาดเล็กที่มีการใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 2 เมกะวัตต์ และเปิดดำเนินการมานานแล้ว

ขณะที่อีกกลุ่มเป็น Stand Alone มีจำนวน 6 แห่ง ซึ่งเปิดดำเนินการแล้ว 3 แห่ง ส่วนอีก 3 แห่งยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ซึ่งปัจจุบันได้สั่งการชะลอการพิจารณาใบอนุญาตแล้ว

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ในประเด็นการการสะสมน้ำมันเชื้อเพลิงในจำนวนสถานประกอบการ 43 แห่ง มี 31 แห่งที่ใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าขนาดเล็ก จึงไม่ต้องขอใบอนุญาตสะสมน้ำมัน ส่วนอีก 12 แห่งมีการสะสมน้ำมันเกิน 15,000 ลิตร ซึ่งได้ขอใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากกรมธุรกิจพลังงานแล้ว

ชัชชาติ ยังชี้ว่า Data Center ในพื้นที่กรุงเทพฯ ไม่ได้มีลักษณะเป็น Hyper-scale ที่ใช้กำลังไฟสูงถึง 200–300 เมกะวัตต์เหมือนในต่างจังหวัด โดยปัจจุบันการใช้ไฟฟ้าของ Data Center ในกรุงเทพฯ คิดเป็นไม่ถึงร้อยละ 3 ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของกรุงเทพฯ ส่วนการใช้น้ำประปายังอยู่ในระดับที่น้อยกว่าห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่

โดย กทม. มีอำนาจหน้าที่หลักในการกำกับดูแลผ่านการออกใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร กฎหมายผังเมือง และงานสาธารณสุข โดยทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การประปานครหลวง (กปน.) กรมธุรกิจพลังงาน กรมโรงงานอุตสาหกรรม และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) เพื่อให้การควบคุมเป็นไปอย่างครอบคลุม

เช็กลิสต์ 5 มาตรการเข้ม ลุยสุ่มตรวจต่อเนื่อง

ผู้ว่าฯ กทม. เผยอีกว่า กทม. ได้จัดทำ Check-list ตรวจสอบอย่างเข้มงวด 5 ด้าน เพื่อลงพื้นที่สุ่มตรวจอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยหลักตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่

  • มาตรฐานอาคาร ต้องมีใบรับรองมาตรฐานสากล

  • การใช้ทรัพยากร ทั้งการเก็บรักษาน้ำมัน การใช้น้ำและไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามที่กรมธุรกิจพลังงาน การไฟฟ้านครหลวง และการประปานครหลวงกำหนด

  • ผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม ทั้งมลพิษทางน้ำ อากาศ ความเสี่ยงด้านสุขภาพ ผลกระทบด้านความร้อน และมลพิษทางเสียง

  • การป้องกันอัคคีภัย มีการตรวจสอบระบบดับเพลิงให้เป็นไปตามมาตรฐาน

  • การเตรียมความพร้อมและซ้อมอพยพหนีไฟ มีการจัดให้มีการซ้อมอพยพหนีไฟ

“ช่วงที่เรารอมาตรการจากคณะกรรมการชุดใหญ่ รวมถึงเรื่องผังเมือง ก็ต้องมีมาตรการออกมาเช็กลิสต์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบ โดยให้ทางสำนักงาสนเขตลุยตรวจสอบ ซึ่งขณะนี้ได้ตรฝจสอบทุกที่ตั้ง ดูว่ามีความเดือดร้อนกับประชาชนอย่างไรบ้าง”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

ชัชชาติ ระบุว่า รายละเอียดในการตรวจเช็กลิสต์จะครอบคลุมในทุกเรื่อง เพื่อดูแลประชาชนโดยรอบ เช่น สุ่มตรวจคุณภาพน้ำทิ้งเดือนละ 1 ครั้ง , ตรวจวัดค่าฝุ่น PM2.5 และ PM10 แบบ Real-time รวมถึงตรวจหาเชื้อแบคทีเรีย Legionella ในไอน้ำจากคูลลิ่งทาวเวอร์ (Cooling Tower) ปีละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ มีการวัดอุณหภูมิและความชื้นบริเวณจุดกำเนิดและชุมชนรอบข้างในรัศมี 500 เมตร โดยกำหนดให้ผลต่างอุณหภูมิในรอบ 24 ชั่วโมงต้องไม่เกิน 2 องศาเซลเซียส

ชัชชาติ ยังกล่าวว่า สำหรับการอนุมัติโครงการใหม่ กทม. ได้สั่งชะลอการพิจารณาใบอนุญาตไว้ก่อน เพื่อรอการกำหนดนิยามและแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนจากคณะกรรมการนโยบายการประกอบกิจการดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ นอกจากนี้ สำนักงานเขตในพื้นที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดตั้ง Data Center ทั้งหมดแล้ว ซึ่งยังไม่พบเหตุเดือดร้อนรำคาญ อย่างไรก็ตาม กทม. พร้อมเปิดรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนผ่านระบบ Traffy Fondue ตลอด 24 ชั่วโมง

“กทม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราพยายามดำเนินการทุกอย่างเต็มกำลังภายใต้กรอบอำนาจตามกฎหมายที่มี หากประชาชนพบปัญหาหรือได้รับผลกระทบ สามารถแจ้งเรื่องเข้ามาได้ทันที กทม. พร้อมเข้าไปดูแลและแก้ปัญหาให้ประชาชนในระหว่างรอรายละเอียดเกณฑ์ปฏิบัติเพิ่มเติม”

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

คราบน้ำมันท่อระบายน้ำคลองเตย ไม่เชื่อมโยงดาต้าเซนเตอร์

ชัชชาติ ได้เปิดเผยความคืบหน้า กรณีตรวจพบน้ำมันในท่อระบายน้ำบริเวณถนนพระราม 3 เขตคลองเตย ว่า พบน้ำมันในท่อระบายน้ำมาประมาณ 1 สัปดาห์ โดยได้ดูดน้ำและน้ำมันขึ้นมาแล้วประมาณ 20,000 ลิตร ในจำนวนนี้เป็นน้ำมันประมาณ 20% หรือราว 4,000 ลิตร จากการตรวจสอบเบื้องต้นร่วมกับกระทรวงพลังงาน กรมธุรกิจพลังงาน และบริษัทน้ำมัน ได้ขุดเปิดตรวจสอบท่อส่งน้ำมันแรงดันสูงที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เป็นท่อขนาด 14 นิ้ว จำนวน 2 ท่อ มีอัตราการไหลประมาณ 400,000 ลิตรต่อชั่วโมง โดยบริษัทฯ ยืนยันว่าไม่พบรอยรั่วบริเวณท่อส่งน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ช่วงเวลา 04.30 น. วันนี้ ยังพบคราบน้ำมันซึมออกมาบริเวณผิวน้ำ คาดว่าอาจเกิดจากฝนที่ตกลงมา ทำให้น้ำมันเก่าที่สะสมอยู่ในโพรงใต้ดินถูกดันออกมาสู่ท่อระบายน้ำ ซึ่งยังต้องตรวจสอบและพิสูจน์เพิ่มเติม

สำหรับการดำเนินงานต่อจากนี้ เมื่อพบว่าปริมาณน้ำมันไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่เจ้าหน้าที่เฝ้าระวังไอระเหยอย่างต่อเนื่อง โดยช่วงเช้าวันนี้จะประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมนำตัวอย่างน้ำมันที่พบส่งตรวจพิสูจน์ชนิด เพื่อวิเคราะห์แหล่งที่มาและหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป ทั้งนี้ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวว่า เบื้องต้นเชื่อว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับ Data Center เนื่องจากอยู่คนละพื้นที่กัน

ส่วนกรณีที่มีข่าวพบคราบน้ำมันในพื้นที่เขตบางกะปิ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับรายงาน และจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หากประชาชนพบเหตุลักษณะเดียวกัน สามารถแจ้งเบาะแสผ่าน Traffy Fondue เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

แจงปม ‘เหมืองโปแตชอุดรฯ’ ปนเปื้อน-ชาวบ้าน จี้ รัฐตรวจสอบทุนจีนเข้าพื้นที่ หวั่นผลกระทบ

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กกต.ยันอิสระ ส่งฟ้องไร้ชื่อ “อนุทิน-เนวิน”เหตุไร้พยานหลักฐาน (15 ก.ย.69) I ตรงประเด็น

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มองกรณี ผช.พยาบาล ตัดนิ้ว “น้องยูฟ่า” ค้นหาจุดอ่อนระบบ วิเคราะห์ปัจจัยปิดความเสี่ยงไม่ปลอดภัย

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ท่าทีพรรคการเมือง หลัง กกต.สั่งฟ้องคดีฮั้ว สว. (15 ก.ย.69) ตรงประเด็น

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ธุรกิจ-เศรษฐกิจ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...