โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไทยขึ้นแท่นตลาดปลาแซลมอนสำคัญในอาเซียนของนอร์เวย์ มูลค่ากว่า 7.5 พันล้านบาท

BTimes

อัพเดต 11 เม.ย. 2567 เวลา 19.37 น. • เผยแพร่ 11 เม.ย. 2567 เวลา 12.37 น. • BTimes.Biz

เคยสงสัยหรือไม่ว่าประเทศใดที่ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์อาหารทะเลคุณภาพสูงและมีความยั่งยืนให้กับทั่วโลก ลองสังเกตดูเวลาไปเลือกซื้ออาหารทะเลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความอร่อยและดีต่อสุขภาพตามเคาน์เตอร์ในซูเปอร์มาร์เก็ต หลายคนอาจจะเคยเห็นแถบสีน้ำเงิน แดง และขาว บนตราสัญลักษณ์Seafood from Norway ที่บ่งบอกถึงอาหารทะเลคุณภาพสูง ที่เพาะเลี้ยงและจับได้ในน้ำทะเลที่เย็นและใสสะอาดของนอร์เวย์

ประเทศแห่งอาหารทะเล
นอร์เวย์เป็นประเทศที่ส่งออกอาหารทะเลรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเป็นประเทศแรกและยังคงเป็นประเทศที่ทำการประมงที่ใหญ่ที่สุดในคาบสมุทรแอตแลนติก สามารถผลิตแซลมอนจากการเลี้ยงภายในฟาร์มตามแนวชายฝั่งที่ยาวกว่า100,000 กิโลเมตร[1] ได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดในโลก ประเทศนอร์เวย์แวดล้อมไปด้วยน้ำทะเลที่เย็นและใสสะอาด เป็นแหล่งกำเนิดของแซลมอนที่สมบูรณ์แบบ เหมาะแก่การเจริญเติบโตเป็นอย่างยิ่ง ประเทศแห่งอาหารทะเลนี้มีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมายาวนานนับศตวรรษ ตั้งอยู่บนรากฐานของผู้คน ธรรมชาติ และความยั่งยืน อาหารทะเลถือเป็นอุตสาหกรรมส่งออกที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งและเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งที่สุดของนอร์เวย์ ในปี2566ประเทศนอร์เวย์ได้ส่งออกอาหารทะเลคิดเป็นมูลค่าประมาณ586 พันล้านบาท นับเป็นสัดส่วน3.33% ของสินค้าและบริการส่งออกโดยรวมของประเทศ

อาหารทะเลถือเป็นแหล่งโปรตีนที่จำเป็นและยังเป็นทางเลือกอาหารที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นใหม่ซึ่งล้วนให้ความสำคัญกับแหล่งที่มาของอาหารและการผลิตที่ใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม ในแต่ละปี นอร์เวย์ผลิตอาหารทะเล เช่น แซลมอน นอร์วีเจียนซาบะ และฟยอร์ดเทราต์ เทียบเท่า40 ล้านมื้อต่อวัน ปริมาณรวมกว่า2.9 ล้านตัน เป็นมูลค่ากว่า510 ล้านบาท เพื่อส่งออกไปยัง150 ประเทศทั่วโลก เมื่อเทียบกับโปรตีนชนิดอื่น ๆ เช่น เนื้อหมูหรือเนื้อวัว อุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หากมีการดำเนินการที่ยั่งยืน จะปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยกว่าถึง10 เท่า อาหารทะเลจากนอร์เวย์จึงไม่เพียงแต่อร่อย และดีต่อสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นมิตรต่อโลกอีกด้วย

คนไทยส่วนใหญ่รู้จักแซลมอนผ่านอาหารญี่ปุ่น เพราะพบได้บ่อยในเมนูอย่างซูชิและซาชิมิตามร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีมากกว่า5,300 แห่งทั่วประเทศ คนไทยมีความคุ้นเคยกับวัฒนธรรมญี่ปุ่นเป็นอย่างดี แต่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เคยสัมผัสกับวัฒนธรรมนอร์เวย์ ด้วยเหตุนี้คนไทยจึงขาดความเชื่อมโยงระหว่างแซลมอนกับประเทศนอร์เวย์ สภาอุตสาหกรรมอาหารทะเลนอร์เวย์(NSC) ซึ่งเป็นสภาเดียวในโลกที่เป็นตัวแทนอุตสาหกรรมอาหารทะเลของประเทศ ได้สร้างแคมเปญทางการตลาดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มการรับรู้ถึงประเทศต้นกำเนิดอย่างนอร์เวย์ ในฐานะประเทศที่ผลิตอาหารทะเลคุณภาพสูง โดยในปี2560 ได้เปิดตัวสัญลักษณ์ใหม่ที่มีความเรียบง่ายและเข้าถึงผู้คนได้ในระดับนานาชาติ การเดินทางของสัญลักษณ์Seafood from Norway จึงได้เริ่มขึ้นตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ปัจจุบันคนไทยจำนวนมากน่าจะได้เคยเห็นสัญลักษณ์Seafood from Norway ที่เคาน์เตอร์อาหารทะเล ซึ่งบ่งบอกถึงอาหารทะเลคุณภาพสูง ที่เพาะเลี้ยงและจับได้ในน้ำทะเลที่เย็นและใสสะอาดจากนอร์เวย์ โดยในปี2566 คนไทยในพื้นที่กรุงเทพฯ กว่า81% คุ้นเคยกับสัญลักษณ์Seafood from Norway ซึ่งเพิ่มขึ้น38% จากปีก่อนหน้า และมากกว่า50% ของผู้บริโภคแซลมอนในกรุงเทพฯ สามารถเจาะจงได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากนอร์เวย์ มีเพียง10% เท่านั้นที่ยังเข้าใจผิดว่าแซลมอนมาจากประเทศญี่ปุ่น

สัญลักษณ์Seafood from Norway ทำให้แบรนด์อาหารทะเลจากนอร์เวย์มีความแข็งแกร่งมากขึ้นในตลาดโลก ปัจจุบันอุตสาหกรรมอาหารทะเลกำลังเติบโตเป็นอย่างมาก ในปี2566 ประเทศไทยนำเข้าแซลมอนและฟยอร์ดเทราต์เป็นปริมาณกว่า23,526 ตัน และแซลมอนและฟยอร์ดเทราต์สดรวมกว่า21,808 ตัน ประเทศไทยกลายเป็นตลาดที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สำหรับผู้ส่งออกอาหารทะเลจากนอร์เวย์ ซึ่งมีมูลค่าตลาดอยู่ที่7.5 พันล้านบาท การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมาอย่างยาวนานนับศตวรรษของประเทศแห่งอาหารทะเลอย่างนอร์เวย์ยังคงเติบโตต่อไป ด้วยการผลิตที่มีความยั่งยืน ความชำนาญด้านอาหารทะเล และธรรมชาติอันบริสุทธิ์ ทำให้นอร์เวย์สามารถผลิตโปรตีนคุณภาพสูงจากท้องทะเลที่เหมาะกับทุกจานอาหาร ในขณะเดียวกันแซลมอนจากนอร์เวย์ก็ได้เดินทางจากการเป็นวัตถุดิบสำหรับซูชิและซาชิมิ มาสู่อาหารไทยอันแสนอร่อยและครองใจคนไทยได้ไม่น้อย เรียกได้ว่าอาหารทะเลจากนอร์เวย์เป็นมื้ออาหารที่เหมาะสำหรับทุกคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...