โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บาทหลวง ดร.เอกรัตน์ หนุน! รร.เครือคาทอลิก อยุธยา ใช้ Active Learning จากครูผู้สอนสู่นักเรียน

TOJO NEWS

อัพเดต 29 ม.ค. 2567 เวลา 12.16 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. 2567 เวลา 05.16 น. • Admin_Tojo

โรงเรียนเซนต์แอนโทนีบางปะอิน เริ่มแล้ว! จัดหลักสูตรพัฒนาครู โดยบาทหลวง ดร.เอกรัตน์ - ดร.ศักดิ์ร่วมสนับสนุน การเรียนแบบ Active Learning

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ที่ โรงเรียนเซนต์แอนโทนีบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้จัดหลักสูตรการอบรมเชิงปฏิบัติการ “โครงการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา กลุ่มโรงเรียนในเครือคำทอลิก หัวข้อเรื่อง “เทคนิควิธีการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เน้นการจัดการเรียนการสอนแบบผู้เรียนสร้างความรู้ด้วยตนเอง (Active Learning) ที่ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ (GPAS 5 Steps) มีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 แบบยั่งยืนตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และ Thailand 4.0 ในการร่วมกันพัฒนานวัตกรรมของครูผู้สอนสู่นักเรียนอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้สืบเนื่องจาก สมาคมสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย

โดย บาทหลวง ดร.เอกรัตน์ หอมประทุม เลขาธิการสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย และ สถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.)โดย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว.ได้ลงนามความร่วมมือกันไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 โดยมีเป้าหมายสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือ มุ่งให้ผู้เรียนเกิดผลการเรียนรู้จากการลงมือทำหรือการทำงาน (Task) เป็นผลงาน ผลผลิต และนวัตกรรม ผู้เรียนมีความรู้ระดับความคิดรวบยอดและระดับหลักการ โดยสามารถนำหลักการไปใช้ในทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ด้วยกระบวนการเรียนรู้

บาทหลวง ดร.เอกรัตน์ เลขาธิการสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ดูจากผลสำรวจนักเรียนเมื่อวันเด็กที่ผ่านมา หัวข้อ กิจกรรมใดที่นักเรียนไม่อยากให้มีมากที่สุด พบว่านักเรียนอยากให้ยกเลิกกิจกรรมหน้าเสาธง สมุดบันทึกความดี กิจกรรมค่ายธรรมะ หรือ วิชาพุทธศาสนา หรือวิชาศาสนา กิจกรรมเข้าค่ายลูกเสือ กิจกรรมสวดมนต์ หรืออยากให้ยกเลิกวิชาหน้าที่พลเมือง

ซึ่งเป็นเรื่องที่นักเรียนไม่อยากให้มีในโรงเรียน นั้น พ่อในฐานะเลขาธิการสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการฝ่ายการศึกษาคาทอลิก ตอบแทนได้เลยว่าสิ่งที่นักเรียนขอมาทั้งหมดนี้เราไม่ให้ และไม่อนุญาต ทำไมถึงบอกว่าไม่อนุญาตเพราะว่าทั้งหมดที่เด็กต้องการขัดต่อหลักการของการจัดการศึกษาของคาทอลิก เมื่อขัดกับตัวตนของเรา ถ้าเราให้ เราก็จะไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป เพราะโรงเรียนมีภารกิจอยู่ 2 ประการคือ 1.สร้างพลเมืองที่ดีของชาติ หรือสร้างพลเมืองที่ดีของโลก 2.ทำให้โรงเรียนเป็นพุทธมามกะที่ดี เป็นศาสนิกชนที่ดีตามหลักศาสนาและนี่คือ concept สองประการของการจัดการศึกษาของการก่อตั้งโรงเรียนในเครือคาทอลิก

บาทหลวง ดร.เอกรัตน์ กล่าวต่อไปว่า ทำไมการเรียนแบบ Active Learning จึงมีความสำคัญกับการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งเราทราบกันดีอยู่แล้วว่าที่ผ่านมาเราเรียนแบบ passive learning คือ นักเรียนเป็นผู้รับ ครูเป็นผู้ให้ แต่ปัจจุบันนักเรียนเป็นผู้เสาะแสวงหา Active กระตือรือร้น เพราะรู้ว่าการเรียนมีความสัมพันธ์กับตนเองจะทำยังไงก็ตามให้ความรู้มันหล่อหลอมเป็นตัวตนของเราที่จะเรียกว่า Active Learning ทำให้การเรียนการสอนเป็นตัวตนของเขา เขาเห็นถึงความสำคัญของการเรียนการสอนรู้ว่าสิ่งต่างๆของทุกวิชาจะหล่อหลอมให้เป็นตัวตนในอนาคตว่าเขาจะเป็นอย่างไร ซึ่งนี่ก็คือกระบวนการเรียนรู้แบบ Active Learning จะทำให้ความฝันของเด็กเป็นจริง

“เราทราบกันดีว่าความใฝ่ฝันของประเทศอยากได้เยาวชนเป็นคนที่มีคุณภาพ ประเทศชาติจะพัฒนาได้จะต้องอาศัยเด็กรุ่นใหม่มาพัฒนาประเทศชาติในอนาคต โรงเรียนในเครือคาทอลิก ได้เห็นความสำคัญในเรื่องเหล่านี้ นโยบายของภาครัฐก็เป็นนโยบายของพวกเราเช่นเดียวกัน เราอยากเห็นเด็กในอนาคตเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถและที่สำคัญคือเป็นคนดีนั่นเองนั่นคือเหตุผลที่โรงเรียนในเครือคาทอลิกทั้ง 8 โรงเรียนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพาครูมาอบรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เพื่อทำให้กระบวนการจัดการการศึกษากับความหวังที่บอกว่าเยาวชนคืออนาคตของชาติเป็นจริงไม่ใช่ความฝันอีกต่อไป”เลขาธิการสภาการศึกษาคาทอลิกแห่งประเทศไทย กล่าวและว่า

อย่างไรก็ตาม โรงเรียนในเครือคาทอลิกมีทุกจังหวัดของประเทศไทยกว่า 300 โรงเรียน ดังนั้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถือว่าเป็นการ Kick off หรือจุดเริ่มต้นที่เราอบรมครูและจะขยายผลอบรมครูในแต่ละภูมิภาคต่อไปในอนาคต

ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธานกรรมการบริหาร พว. กล่าวว่า ตอนนี้ผู้บริหารในเครือคาทอลิกพร้อมที่จะขยายอบรมครูไปทั้งระบบเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายกระทรวงศึกษาธิการที่จะพลิกโฉมการศึกษาเปลี่ยนนักเรียนให้เป็นนวัตกรให้ได้ อย่างไรก็ตาม โดยหลักการแล้วเด็กสามารถเข้าถึงนวัตกรรมได้ตั้งแต่ชั้นอนุบาล หรือตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่ง พว.ได้นำกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps มาเป็นพื้นฐานในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

ซึ่งเนื้อหาในหนังสือเรียนก็จะเข้าไปอยู่ในกิจกรรมการเรียนรู้ทั้งหมด ทำให้เด็กเรียนแล้วมีความสุขมาก และจะชื่นชมกับความสำเร็จของเขาขึ้นไปเรื่อย ๆ ตามวัยของเขา ซึ่งตรงนี้แหละที่จะช่วยให้โรงเรียนเป็นแหล่งพัฒนานวัตกร ของประเทศในอนาคต

“ตอนนี้ได้มีการอบรมครูให้จัดการเรียนรู้แบบ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps กระจายทั่วประเทศ ขณะเดียวกันกระทรวงศึกษาธิการก็ได้ทำโรงเรียน 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ ซึ่งมีการขยายไปทุกอำเภอ การพลิกโฉมการศึกษาให้รวดเร็วภายใน 1-3 ปี ก็ต้องนำระบบการเรียนรู้แบบ Active Learning เข้าไปสอนนักเรียนภายใน 3 ปีแรก นักเรียนมีมากว่า 1 ล้านคน ถ้าทำอย่างจริงจังเด็กทุกคนได้เข้าถึงนวัตกรรม เราทำได้ผลสำเร็จแค่ 30% หรือเท่ากับ3ล้านนวัตกรรม ซึ่งในเอเชียไม่มีประเทศไหนทำได้ แต่ประเทศไทยเราทำได้ เพราะเด็กไทยเป็นคนฉลาด อีกทั้งประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม เด็กสามารถเปลี่ยนแปลงผลทางด้านเกษตรกรรมไปสู่การบริโภคที่ตรงกับความต้องการของประเทศหรือทั่วโลกได้ทั่วทุกภูมิภาคซึ่งผมมั่นใจว่าจะประสบความสำเร็จได้แน่นอน”ดร.ศักดิ์สิน กล่าว

นางพะเยาว์ ทองรุจิโรจน์ ผู้รับใบอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนเซนต์แอนโทนีบางปะอิน กล่าวว่า ตนยินดีสนับสนุนให้ครูทั้งโรงเรียนอบรมการจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning เพราะเชื่อว่าการสอนแบบนี้จะทำให้เด็กได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง อีกทั้งเป็นการสอนในยุคที่ใช้AI ซึ่งเด็กจะต้องรู้เท่าทันด้วย

เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...