โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

“รากถั่วพูต้ม” อาหารพื้นถิ่นราชบุรี หากินยาก 1 ปี มีครั้งเดียว กินฝักก็ดี กินรากก็ได้

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 27 ก.พ. 2567 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 28 ก.พ. 2567 เวลา 01.30 น.

ไหนใครเคยกิน “รากถั่วพูต้ม” ยกมือขึ้น เรียกได้ว่าเป็นเมนูหากินยาก หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้จัก แต่เป็นของดีจังหวัดราชบุรี 1 ปีมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น! มีจำนวนจำกัด บางคนถึงขั้นสั่งจองข้ามปี ของดีของอร่อยใครจะห้ามใจไหว

ฤดูกาลเก็บเกี่ยวรากถั่วพูคือประมาณปลายเดือนมกราคม-มีนาคมของทุกปีทำการตัดแต่งรากถั่วพูก่อนนำไปล้างทำความสะอาด รากถั่วพูที่คัดเกรดและตัดแต่งรากแขนงออกเป็นที่เรียบร้อย พร้อมนำไปล้างน้ำทำความสะอาด

การปลูกถั่วพูกินราก

จัดเป็นถั่วพูพันธุ์หนัก ซึ่งเป็นเฉพาะที่สามารถบริโภครากได้ แต่ไม่ใช่ถั่วพูที่ปลูกกินฝักทั่วไป โดยเกษตรกรจะเก็บเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้เอง โดยเตรียมแปลงก่อนปลูกโดยหว่านเมล็ดปอเทืองเพื่อบำรุงดินให้ร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี เป็นการเพิ่มธาตุอาหารในดินในรูปแบบปุ๋ยพืชสด

เกษตรบางท่านนิยมปลูกถั่วพูกินรากผสมผสานกับข้าวโพด โดยหยอดเมล็ดข้าวโพดไปพร้อมกันกับถั่วพู ทั้งนี้ เพื่อให้ต้นถั่วพูได้เลื้อยเกาะต้นข้าวโพด ช่วยลดต้นทุนและทดแทนการใช้ไม้ไผ่ในการทำค้าง เมื่อข้าวโพดเจริญเติบโตจนให้ผลผลิตก็สามารถเก็บฝักไปขาย และตัดส่วนยอดไปเลี้ยงโคได้อีกด้วย

วิธีการปลูกถั่วพูกินราก

จะเริ่มในเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมของทุกปี เนื่องจากเป็นช่วงต้นฤดูฝน ซึ่งจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการรดน้ำ หลังจากยกร่องดินกว้างประมาณ 1 เมตร และขุดหลุมให้มีระยะห่างกันประมาณ 1 คืบแล้ว หยอดเมล็ดพันธุ์ถั่วพูสายพันธุ์ดั้งเดิม และข้าวโพดลงไปพร้อมกัน

การดูแลรักษา

ช่วงแรกจะต้องรดน้ำเช้าเย็น กระทั่งต้นพืชทั้ง 2 ชนิดโต จึงเว้นระยะการให้น้ำตามสภาพอากาศ หรือประมาณ 2 เดือนครั้ง กระทั่งถึงช่วงปลายเดือนธันวาคมหรือต้นมกราคม จึงจะเริ่มขุดดูว่ารากมีขนาดโตพอที่จะนำมาต้มได้หรือยัง

เมื่อได้ขนาดแล้วก็จะค่อยๆ ทยอยขุดมาต้มจำหน่าย ซึ่งการเพาะปลูกถั่วพูเพื่อเอารากนั้น จะไม่นิยมเก็บฝักไปขายหรือนำมากิน แต่จะทิ้งไว้ให้แก่คาต้น เพื่อนำมาเป็นเมล็ดพันธุ์สำหรับปลูกในฤดูกาลต่อไป

การต้มถั่วพูกินราก

จากนั้นจึงนำรากถั่วพูที่ได้มาตัดแต่ง ล้างทำความสะอาด ก่อนนำไปต้มนานประมาณ 2 ชั่วโมง เมื่อรากเริ่มนิ่มจึงใส่น้ำตาลทรายเพื่อช่วยเพิ่มรสชาติ ต้มต่ออีกประมาณ 1 ชั่วโมง จึงใส่เกลือลงไป ระหว่างนี้จะต้องเพิ่มไฟให้แรงต้มต่ออีกประมาณ 15 นาที เพื่อให้น้ำตาลและเกลือซึมเข้าถึงเนื้อใน ก็จะได้รากถั่วพูต้มรสสัมผัสที่เหนียวนุ่ม รสชาติหวานมัน โดยรากถั่วพูมีสรรพคุณทางยา ช่วยแก้ไอ ขับเสมหะ แน่นหน้าอก อ่อนเพลีย ร้อนใน กระหายน้ำ และไข้กาฬ

หากใครสนใจลิ้มลองรากถั่วพูต้ม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ นายคมสันต์ จันทร์ใหญ่ ประธานกลุ่มแปลงใหญ่ถั่วพู เบอร์โทร. 096-958-8979 และ 032-234-004

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “รากถั่วพูต้ม” อาหารพื้นถิ่นราชบุรี หากินยาก 1 ปี มีครั้งเดียว กินฝักก็ดี กินรากก็ได้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...