โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สหรัฐเปิด ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ฟื้นฟูความเป็นผู้นำในภูมิภาค

MATICHON ONLINE

อัพเดต 22 ก.พ. 2565 เวลา 10.22 น. • เผยแพร่ 22 ก.พ. 2565 เวลา 10.22 น.

สหรัฐเปิด ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิก ฟื้นฟูความเป็นผู้นำในภูมิภาค

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย เผยแพร่เอกสารข้อเท็จจริงเกี่ยวกับยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา โดยข้อความระบุว่า

เอกสารข้อเท็จจริง: ยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐอเมริกา

“เรามองเห็นอินโด-แปซิฟิกที่เปิดกว้าง เชื่อมโยง มั่งคั่ง พร้อมรับมือ และมั่นคง และเราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับพวกท่านแต่ละคนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น”

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน
การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก
27 ตุลาคม 2564

รัฐบาลประธานาธิบดีไบเดนและรองประธานาธิบดีแฮร์ริส ได้สร้างความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์เพื่อฟื้นฟูความเป็นผู้นำของอเมริกาในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และปรับบทบาทของรัฐสำหรับศตวรรษที่ 21 ในปีที่แล้ว สหรัฐฯ ได้พัฒนาพันธไมตรีที่มีมาช้านานของเราให้เหมาะสมกับยุคสมัย ตลอดจนเสริมสร้างความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นใหม่ และเชื่อมโยงพันธมิตรของเราด้วยแนวคิดและวิธีการใหม่ ๆ เพื่อให้รับมือกับความท้าทายเร่งด่วน ตั้งแต่การแข่งขันกับประเทศจีนไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและโรคระบาดใหญ่ สหรัฐฯ ดำเนินการดังกล่าวในช่วงเวลาที่พันธมิตรและหุ้นส่วนทั่วโลกกำลังมีส่วนร่วมในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกมากขึ้น และยังเป็นช่วงเวลาที่พรรคการเมืองใหญ่ทั้ง 2 ฝ่ายในรัฐสภาสหรัฐฯ เห็นพ้องกันเป็นวงกว้างว่าจะต้องทำเช่นนี้ ความมุ่งมั่นที่ประเทศต่าง ๆ มีต่อภูมิภาคนี้โดยพร้อมเพรียง ไม่ว่าจะมีมหาสมุทรกางกั้นหรือมีนโยบายทางการเมืองเช่นใดก็ตาม สะท้อนให้เห็นความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า อินโด-แปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก และอนาคตของภูมิภาคนี้ส่งผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก

ความจริงข้อนั้นเป็นพื้นฐานของยุทธศาสตร์อินโด-แปซิฟิกของสหรัฐฯ ยุทธศาสตร์นี้แสดงให้เห็นวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดีไบเดนที่จะให้สหรัฐฯ ยืนหยัดในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกอย่างเต็มภาคภูมิยิ่งขึ้น และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับภูมิภาคนี้ไปพร้อมกัน โดยหัวใจสำคัญคือความร่วมมืออย่างยั่งยืนและสร้างสรรค์กับพันธมิตร หุ้นส่วน และองค์การต่าง ๆ ภายในภูมิภาคและนอกภูมิภาค

สหรัฐฯ จะดำเนินการเพื่อภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่มีลักษณะดังนี้

1. เสรีและเปิดกว้าง

ผลประโยชน์สำคัญของเราและบรรดาพันธมิตรที่ใกล้ชิดที่สุดของเราจะบังเกิดได้ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้าง และภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้างก็จำต้องมีรัฐบาลที่สามารถตัดสินใจได้เองและมีการบริหารปกครองพื้นที่ที่ใช้ร่วมกันตามหลักกฎหมาย ยุทธศาสตร์ของเราเริ่มต้นด้วยการเสริมสร้างความพร้อมรับมือ ทั้งภายในแต่ละประเทศ ดังที่เราทำในสหรัฐฯ และระหว่างประเทศเหล่านั้น เราจะพัฒนาภูมิภาคที่เสรีและเปิดกว้างด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น

– การลงทุนในสถาบันประชาธิปไตย สื่อเสรี และภาคประชาสังคมที่มุ่งมั่นขับเคลื่อน
– การพัฒนาความโปร่งใสด้านการเงินการคลังในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก เพื่อเปิดโปงการทุจริตและขับเคลื่อนการปฏิรูป
– การดูแลให้น่านน้ำและน่านฟ้าของภูมิภาคมีการบริหารปกครองและใช้งานตามกฎหมายระหว่างประเทศ
– การพัฒนาแนวทางร่วมกันในการใช้เทคโนโลยีที่สำคัญและอุบัติใหม่ ตลอดจนอินเทอร์เน็ตและไซเบอร์สเปซ

2. เชื่อมโยง

ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกที่เสรีและเปิดกว้างจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อเราสร้างขีดความสามารถร่วมกันสำหรับยุคใหม่ พันธมิตร องค์กร และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่สหรัฐฯ และหุ้นส่วนได้ร่วมกันสร้างจะต้องปรับตัว เราจะสร้างขีดความสามารถร่วมกันภายในและนอกภูมิภาคด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น

– การกระชับพันธไมตรีในสนธิสัญญาระดับภูมิภาคกับ 5 ประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ฟิลิปปินส์ และไทย
– การกระชับความสัมพันธ์กับหุ้นส่วนชั้นนำระดับภูมิภาค ซึ่งรวมถึงอินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย มองโกเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ไต้หวัน เวียดนาม และหมู่เกาะแปซิฟิก
– การร่วมสร้างพลังและความเป็นปึกแผ่นของอาเซียน
– การเสริมสร้างความเข้มแข็งของกลุ่มภาคี 4 ประเทศ (Quad) และปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา
– การสนับสนุนการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและความเป็นผู้นำระดับภูมิภาคของอินเดีย
– การร่วมมือเพื่อสร้างความพร้อมรับมือในหมู่เกาะแปซิฟิก
– การเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและยูโร-แอตแลนติก
– การยกระดับบทบาททางการทูตของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และหมู่เกาะแปซิฟิก

3. มั่งคั่ง

ความมั่งคั่งของคนอเมริกันทั่วไปเชื่อมโยงกับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการลงทุนเพื่อส่งเสริมนวัตกรรม เสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ สร้างงานที่มีรายได้ดี ฟื้นฟูห่วงโซ่อุปทาน และขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับครอบครัวชนชั้นกลาง เนื่องจากประชาชน 1,500 ล้านคนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกจะกลายเป็นกลุ่มชนชั้นกลางพร้อมกับผู้คนทั่วโลกในทศวรรษนี้ เราจะขับเคลื่อนความมั่งคั่งของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น

– การเสนอกรอบเศรษฐกิจภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ซึ่งจะอำนวยให้เรา
– พัฒนาแนวทางการค้าใหม่ ๆ ที่ได้มาตรฐานสูง ทั้งด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อม
– บริหารจัดการเศรษฐกิจดิจิทัลของเราและกระแสข้อมูลข้ามพรมแดนตามหลักการแบบเปิดกว้าง รวมถึงผ่านกรอบเศรษฐกิจดิจิทัลใหม่
– พัฒนาห่วงโซ่อุปทานที่ยืดหยุ่นและมั่นคง ซึ่งมีความหลากหลาย เปิดกว้าง และคาดเดาได้
– ร่วมลงทุนในการลดคาร์บอนและพลังงานสะอาด

– การส่งเสริมการค้าและการลงทุนที่เสรี เป็นธรรม และเปิดกว้าง ผ่านกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) รวมถึงในปี 2566 ที่สหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพ
– การปิดช่องว่างด้านโครงสร้างพื้นฐานของภูมิภาคผ่านโครงการ Build Back Better World กับพันธมิตรกลุ่มประเทศ G7

4. มั่นคง

เป็นเวลา 75 ปีแล้วที่สหรัฐฯ ดำรงบทบาทด้านความมั่นคงโดยหนักแน่นและสม่ำเสมอ ซึ่งจำเป็นต่อการสนับสนุนสันติภาพ ความมั่นคง เสถียรภาพ และความมั่งคั่งในภูมิภาค เรากำลังขยายและปรับปรุงบทบาทนั้นให้ทันสมัย รวมทั้งเพิ่มความสามารถในการปกป้องผลประโยชน์ของเรา และเพื่อยับยั้งการรุกรานดินแดนของสหรัฐฯ ตลอดจนพันธมิตรและหุ้นส่วนของเรา เราจะสร้างเสริมความมั่นคงของภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยใช้อำนาจทุกรูปแบบที่มี เพื่อยับยั้งการรุกรานและเพื่อตอบโต้การบีบบังคับ ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น

– การยกระดับการป้องปรามแบบบูรณาการ
– การยกระดับความร่วมมือและความสามารถในการปฏิบัติการร่วมกันกับพันธมิตรและหุ้นส่วน
– การรักษาสันติภาพและเสถียรภาพตลอดแนวช่องแคบไต้หวัน
– การสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อดำเนินการในสภาพแวดล้อมที่ภัยคุกคามเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ซึ่งรวมถึงด้านอวกาศ ไซเบอร์สเปซ ตลอดจนเทคโนโลยีที่สำคัญและอุบัติใหม่
– การเสริมสร้างความเข้มแข็งในการป้องปรามและประสานงานที่ครอบคลุมมากขึ้นกับพันธมิตรของเราในสาธารณรัฐเกาหลีและญี่ปุ่น และผลักดันการปลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสมบูรณ์ในคาบสมุทรเกาหลี
– การสานต่อปณิธานของหุ้นส่วนไตรภาคีด้านความมั่นคงระหว่างออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ (AUKUS)
– การขยายบทบาทของหน่วยยามฝั่งสหรัฐฯ และความร่วมมือเพื่อต่อต้านภัยคุกคามข้ามชาติอื่น ๆ
– การทำงานร่วมกับรัฐสภาสหรัฐฯ เพื่อให้ทุนแก่โครงการ Pacific Deterrence Initiative และ Maritime Security Initiative

5. พร้อมรับมือ

ภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเผชิญกับความท้าทายข้ามชาติที่สำคัญหลายประการ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ในขณะที่ธารน้ำแข็งในเอเชียใต้ละลายและหมู่เกาะแปซิฟิกต่อสู้กับปัญหาระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น การระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19ยังคงส่งผลกระทบแสนสาหัสต่อผู้คนและเศรษฐกิจทั่วทั้งภูมิภาค และรัฐบาลของบรรดาชาติอินโด-แปซิฟิกต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติ การขาดแคลนทรัพยากร ความขัดแย้งภายใน และความท้าทายด้านการเมืองการปกครอง หากไม่พึงระวัง ภัยร้ายเหล่านี้เหล่านี้อาจทำลายเสถียรภาพของภูมิภาคได้ เราจะสร้างความพร้อมรับมือในระดับภูมิภาคต่อภัยคุกคามข้ามชาติในศตวรรษที่ 21 ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น

– การทำงานร่วมกับพันธมิตรและหุ้นส่วนเพื่อพัฒนาเป้าหมาย ยุทธศาสตร์ แผนงาน และนโยบายของสำหรับปี 2573 และ 2593 ซึ่งสอดคล้องกับการจำกัดอุณหภูมิโลกไม่ให้เพิ่มขึ้นเกิน 1.5 องศาเซลเซียส
– การลดความเปราะบางในระดับภูมิภาคเพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม
– การยุติการระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 และเสริมสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพโลก

https://th.usembassy.gov/th/fact-sheet-indo-pacific-strategy-of-the-united-states-th/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...