โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บุกจับเจ๊สุ! เจ้าแม่แก๊งกำถั่วต้มตุ๋น หลอกผู้เสียหายขายบ้านเล่นพนัน-ก่อเหตุทั่วไทยอื้อ

แนวหน้า

เผยแพร่ 29 ต.ค. 2568 เวลา 17.00 น.

ตำรวจชุดสืบ ภ.9 บุกอีสานใต้จับเจ้าแม่แก๊งควาย เช็กประวัติมี2หมายจับ ก่อเหตุมาแล้วทั่วประเทศไม่ต่ำกว่า 15 คดี หลังหลอกเหยื่อที่จังหวัดสงขลา คนล่าสุดต้นเดือน ก.ย. สูญเงินกว่า 2 แสนบาท พบบางรายสูญเสียทรัพย์สิน 20-30 ล้านบาท

พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รองผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 พร้อม พ.ต.ท.ปิยพล แป้นแก้ว รองผู้กำกับการสืบสวนปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 นำกำลังตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 ประสานงานกับตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี สกัดจับนางสุจิรา ยอดยิ่ง อายุ 62 ปี ชาวตำบลโมคลาน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งริมถนนชยางกูร ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี

หลังจากช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา มีผู้เสียหายแจ้งความที่ สภ.คอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า ถูกนางสุจิรา ร่วมกับเพื่อนร่วมขบวนการหลอกว่าจะซื้อบ้านที่ประขายในราคา 3.5 ล้านบาท ก่อนพานายผู้เสียหายไปยังรีสอร์ตแห่งหนึ่ง แล้วหลอกชักชวนให้เล่นพนันกำถั่ว จนผู้เสียหายหลงกลเชื่อ ทำให้สูญเสียเงินและทองคำรูปพรรณ รวมมูลค่า 200,000 บาท

ซึ่งตำรวจพบว่า นางสุจิรา มีหมายจับ 2 หมาย ของศาลจังหวัดเพชรบุรี ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2564 ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ และหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2664 ข้อหา “ซ่องโจร และร่วมกันฉ้อโกง” และจากการตรวจสอบเชิงลึกพบว่า นางสุจิรา ตระเวนก่อเหตุลักษณะดังกล่าวทั่วประเทศ มากกว่า 15 คดี จากนั้นนำตัวไปสอบสวนที่ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี

นางสุจิรา ยอมรับ ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ร่วมกับพวกที่ยังหลบหนีหลอกผู้เสียหายไปเล่นพนันกำถั่วจริง โดยทำหน้าที่ เป็นเจ๊ ร่วมกับเพื่อนร่วมขบวนการที่เรียกกันในวงการว่า คนจูงหมู หรือ คนคัดเลือกเหยื่อและเสี่ย ที่วางตัวเป็นคนมีเงิน แล้วไปนัดพบกันที่รีสอร์ต ก่อนชักชวนกันเล่นพนันกำถั่ว โดยที่เหยื่อเล่นพนันไม่เป็น แล้วออกอุบายให้เหยื่อเป็นเจ้ามือ ก่อนจะมีการพูดจาดูถูก ถากถาง ให้เหยื่อเกิดความโกรธ แล้วเล่นพนันกำถั่นจนเสียเงิน จากนั้นก็พูดหว่านล้อมให้เหยื่อหาเงิน ไปเล่นพนันอีก เพื่อเอาเงินคืน พร้อมชักชวนให้ร่วมหุ้นกัน รวมเงินนำไปเล่นพนันเพื่อเอาเงินที่เสียไปคืนมา แล้วพาเหยื่อไปกดเงินสดกับนำทองรูปพรรณไปจำนำ แล้วนำกลับไปเล่นและยังมีการนำเอกสารมาให้เหยื่อเซ็นยอมรับเป็นหนี้จากการเล่นพนันแต่เหยื่อไหว้ตัวทัน หลังสอบสวนเบื้องต้น ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรภาค 9 ควบคุมตัวนางสุจิรา ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ชะอำ ดำเนินคดีตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์”

ขณะที่ผู้เสียหาย หญิง อายุ 42 ปี ชาวอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดใจกับทีมข่าว ว่าก่อนหน้านี้ตนประกาศขายบ้านหลังหนึ่งในอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง ในราคา 3.5 ล้านบาท จากนั้นวันที่ 5 กันยายน มีชายคนหนึ่งชื่อนายพัฒ โทรศัพท์มาหาสอบถามรายละเอียดของบ้าน พร้อมบอกว่าจะติดต่อซื้อให้นายทุน และเย็นวันเดียวกันก็นัดพบกับตนที่โรงแรมแห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่เพื่อพูดคุย พร้อมบอกว่าขอค่านายหน้า 3 เปอร์เซ็น วันถัดไป วันที่ 6 กันยายน นายพัฒ ได้โทรศัพท์มาบอกว่า นายทุนสนใจบ้านที่ขายและขอนัดพบต่อรองราคา

จากนั้นก็นัดพบกับตนที่ห้างสรรพสินค้าปลีกแห่งหนึ่งในตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ แล้วนายพัฒ ก็ชักชวนให้ตนนั่งรถไปพบนายทุนที่รีสอร์ตแห่งหนึ่งในตำบลน้ำน้อย อำเภอหาดใหญ่ โดยระหว่างนั้น ก็แนะนำให้รู้จักหับหญิงสูงอายุคนหนึ่ง อ้างว่าเป็นเจ๊ ซึ่งทราบภายหลังว่าชื่อ นางสุจิรา แล้วทั้ง 2 คน ก็เกลี้ยกล่อมให้ตนนั่งรถไปด้วยกัน ซึ่งตนก็ยอมนั่งรถไปด้วย และระหว่างทางก็มีโทรศัพท์มาหาเจ๊ ซึ่งอ้างว่าเป็นหุ้นส่วนและเจ๊ก็เรียกว่าเสี่ย จากนั้นก็นัดไปพบกันที่รีสอร์ต และนายพัฒ ยังแนะนำให้รู้จักชายคนหนึ่งชื่อนายวิท อ้างว่าเป็นเพื่อนกัน ไม่ได้เจอกันมานาน

และระหว่างที่รอเสี่ยอยู่ที่รีสอร์ต เจ๊ก็บอกว่า เสี่ยไปเล่นพนันกำถั่ว เสียเงินจำนวน 2.9 ล้านบาท และนายวิท บอกว่ามีแต่คนรวยเล่นกัน จากนั้นทั้งหมดก็พูดโน้มน้าวเหยื่อและถามเหยื่อว่า เล่นพนันเป็นไหม ซึ่งเหยื่อก็ปฏิเสธว่าเล่นไม่เป็น แต่นายวิท ก็คะยั้นคะยอ จะสอนเล่นพนันกำถั่ว จากไม่นานคนที่อ้างตัวเป็นเสี่ย ก็เดินทางมาถึงห้องพักในรีสอร์ตพร้อมกระเป๋า 1 ใบ อ้างว่าเงินในกระเป๋ามีจำนวน 6 ล้านบาท ที่จะนำไปเล่นพนันกำถั่วเพื่อแก้มือ พร้อมกับเปิดกระเป๋าให้ดูก็เห็นเงินเรียงกันประมาณ 5 พับ แล้วเสี่ยก็เจรจา ต่อรองซื้อขายบ้านจากราคา 3.5 ล้านบาท เหลือ 3.3 ล้านบาท ซึ่งเหยื่อก็ถามจะมัดจำอย่างไร แต่เสี่ยคนนี้ก็ขอให้เหยื่อใจเย็นๆ และยังพูดถากถางดูถูกด่าทอ ว่าตนไม่รู้เรื่องเล่นพนันเกมกำถั่ว พร้อมท้าทาย ก่อนจะทำที ไล่ตนออกจากห้องพัก แล้วเจ๊ผู้หญิงพร้อมนายพัฒ และนายวิท ก็มาปรึกษาว่าจะหลอกเล่นพนันให้เสี่ยหมดตัว เพราะดูถูกพวกตน แต่ก็ไม่มีเงินถึงจำนวน 6 ล้านบาท โดยคนที่อ้างว่าเป็นเจ๊ บอกว่าจะออกเงินให้ 2.5 ล้านบาท ส่วนนายพัฒ จะออกให้ 3 แสนบาท และนายวิท ออกเงินให้ 2.4 ล้านบาท เมื่อหันมาหา ก็ขอให้ตนช่วยออกเงินอีก 200,000 บาท ซึ่งนายวิท กับนายพัฒ ออกคนอุบาย ให้ตนนำสร้อยข้อมือทองคำไปจำนำก่อน

หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันไปหาเงิน โดยเหยื่อส่วนตนก็นั่งรถยนต์ไปกับนายพัฒ นำสร้อยข้อมือ 2 บาท ไปจำนำที่ห้างสรรพสินค้าที่จอดรถไว้ โดยตอนเบิกเงิน 150,000 บาท มีเงินสดติดตัว 10,000 บาท และเงินที่ได้จากจำนำสร้อยข้อมืออีก 40,000 บาท รวมเป็น 200,000 บาท จากนั้นก็นำเงินทั้งหมดไปให้เจ๊ที่รีสอร์ต ซึ่งก็เข้าใจแค่ว่าเอาเงินจำนวน 6 ล้านบาท ไปยืนยันกับเสี่ยเพื่อลบคำดูถูกไม่ได้คิดว่าจะมีการเล่นพนันกันจริงๆ และเสี่ยก็เดินเข้ามาขอโทษที่ใช้คำพูดไม่ดี จากนั้นก็ก็เล่นพนันกัน โดยให้ตนเป็นคนกำถั่วเอง แต่ตนก็ปฏิเสธ แต่เสี่ยคะยั้นคะยอ ซึ่งช่วงแรก เสี่ยแพ้ตลอด และมีการเพิ่มจำนวนเงินการพนันครั้งละมากๆ กระทั่งถึงครั้งที่ 7 เสี่ยชนะ และเมื่อเล่นครบ 10 ครั้ง เสี่ยชนะ 7.5 ล้านบาท แต่เงินกองกลางมีแค่ 6 ล้านบาท เท่ากับว่าตน นายพัฒ นายวิท และเจ๊ เป็นหนี้เสี่ยจำนวน 1.5 ล้านบาท ซึ่งนายวิท เขียนในแผ่นกระดาษให้เซ็นเป็นพยานและบังคับให้ตนเซ็นเป็นเจ้ามือ พร้อมหนี้สินจำนวน 1.5 ล้านบาท พร้อมกับแสดงความเสียใจจนตนหลงเชื่อคิดว่าเป็นการพนันจริงๆ แล้วแยกย้ายกันกลับ โดยที่นายพัฒ ขับรถไปส่งตนที่ห้างสรรพสินค้า จากนั้นตนก็ได้ปรึกษากับผู้ใหญ่ เพราะมีการนัดกันว่าต้องนำเงิน 1.5 ล้านบาท ในวันรุ่งขึ้น แต่ผู้ใหญ่หลายคนห้ามตนไว้ ก่อนจะแจ้งความที่ สถ.คอหงส์ เมื่อวันที่ 10 กันยายน

ด้าน พ.ต.อ.สมพงษ์ สุวรรณวงศ์ รองผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า เมื่อ 10 ปีก่อน ตนนำกำลังตำรวจไปจับกุม นางสุจิรา ขณะก่อเหตุลักษณะดังกล่าวอยู่พื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต หลังจากนั้นก็ถูกดำเนินคดี จึงทำให้แก๊งควายหายไปจากสังคมมาระยะหนึ่ง และมิจฉาชีพก็เปลี่ยนรูปแบบไปเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ แต่ล่าสุดเมื่อพ้นโทษ แก๊งควายก็ออกอาละวาดในหลายพื้นที่ ซึ่งมีคนร่วมขบวนการหลายคน ประกอบด้วย คนชี้เป้าเหยื่อ ที่เป็นคนใกล้ตัวเหยื่อ อาจจะได้ส่วนแบ่ง 5 เปอร์เซ็นต์ , คนจูงหมู ทำหน้าที่พูดคุย ตีสนิทกับเหยื่อ แล้วนำไปพบเพื่อนร่วมขบวนการ ,ผู้จัดการ , พระอาจารย์ ทำหน้าที่หว่านล้อม และสอนเล่นพนัน และเสี่ย แต่ละคนจะได้ส่วนแบ่งประมาณคนละ 18 เปอร์เซ็น

เมื่อเล่นการพนันเสี่ยก็จะยอมแพ้ในช่วงแรกๆ และถึงครั้งสุดท้าย อาจจะครั้งที่ 10 เสี่ยก็จะชนะ ทำให้เหยื่อต้องยอมเสียเงิน และนัดกันเล่นพนันกำถั่วอีกในวันถัดไป ซึ่งหากตั้งหลักไม่ทัน ก็จะถูกหลอกจนเสียเงิน หรือ บางคนถึงขั้นเสียบ้าน เสียทรัพย์สินจำนวนมาก บางรายเสียมากกว่า 20-30 บ้านบาท ซึ่งขณะนี้แก๊งควาย ยังมีอาละวาดอยู่ประเทศไทย ซึ่งผู้เสียหายบางคนไม่กล้าแจ้งความ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ ผู้เสียหาย ที่ถูกมิจฉาชีพ ที่มีพฤติกรรมแบบนี้หลอกลวง ให้เข้าแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน และขอให้อย่าหลงมิจฉาชีพที่ใช้ความโลภหลอกล่อ.

012

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...