โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

'ปีบ' ไม้ดอกหอมไทย ทางเลือกใหม่ของ 'คนเลิกเหล้า'

มติชนสุดสัปดาห์

เผยแพร่ 29 ก.ย 2561 เวลา 05.52 น.

โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งตนเอง
มูลนิธิสุขภาพไทย www.thaiof.org (เผยแพร่ครั้งแรก 
พ.ย. 2559)

 

หลังวันออกพรรษาสิ้นกฐินกาลแล้ว โครงการรณรงค์เลิกเหล้าเข้าพรรษาคงต้องหากิจกรรมอื่นต่อไปเพื่อรณรงค์ให้คนไทยเลิกเหล้าอย่างต่อเนื่อง 365 วัน เพราะวันนี้เมืองไทยยังติดอันดับ 5 ของโลกประเทศขี้เหล้า

ซึ่งขัดแย้งกับภาพลักษณ์ของสังคมที่สมาทานศีลข้อ 5 ที่ให้งดเว้นการดื่มสุรายาเมา

แต่ก็ต้องขอปรบมือให้กับทุกคนที่สามารถงดเหล้าช่วงเข้าพรรษามาได้ตลอด 3 เดือนเต็ม

และขอให้รักษาสุราวิรัติต่อไปเพื่อความผาสุกของครอบครัวและสุขภาพของตัวท่านเอง

อันที่จริงคนที่เลิกเหล้าได้ต้องถือว่าเป็นวีรกรรมที่ยอมเสียสละความสุขส่วนตัวทางอารมณ์ เพราะอันว่าสุรานั้นเมื่อกรึ๊บเข้าไปก๊งแรก (ราว 50 ซีซี) ก็จะเริ่มรำวงสนุกสนานครื้นเครง เนื่องจากระดับแอลกอฮอล์ในเลือดประมาณ 15-30 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์จะออกฤทธิ์กระตุ้นสมองให้หลั่งสารโอปิออยด์ (Opioids) ซึ่งเป็นสารคล้ายยาเสพติด เช่น เอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ทำให้ร่างกายสดชื่นอารมณ์ดี

แต่ถ้าเหล้าเข้าปากเป็นก๊งที่ 3 ปีศาจสุราจะเริ่มเข้าสิง อารมณ์ดีก็จะแปรเป็นอารมณ์ร้าย ผู้ดื่มเริ่มสูญเสียการควบคุมตัวเอง

และถ้าดื่มเข้าไปเป็นแก้ว (250 ซีซี) หรือเป็นแบน (300 ซีซี) ซึ่งมีระดับแอลกอฮอล์ 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ขึ้นไป

เหล้าจะเริ่มออกฤทธิ์กดประสาทให้เซื่องซึม สลบไสลหรืออาจหยุดหายใจถึงตายได้

ยิ่งคนที่เป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง การเลิกเหล้าเป็นสิ่งที่ทำได้ยากเพราะอาจเกิดอาการลงแดง เช่น มือสั่น ใจสั่น เหงื่อออกมาก คลื่นไส้ อาเจียน จนถึงขั้นตาค้างนอนไม่หลับ ประสาทหลอน และเกิดอาการชักได้ เนื่องจากเกิดภาวะเลือดคั่งในสมอง

เพราะฉะนั้น การให้คนเลิกเหล้าจึงต้องมีสิ่งทดแทนเพื่อแก้อาการลงแดงหรืออาการไม่พึงประสงค์ต่างๆ ทางเลือกหนึ่งคือ การใช้สมุนไพรบำบัดในกระบวนการเลิกเหล้า

ซึ่งมีสมุนไพรหลายชนิด

หนึ่งในนั้นก็คือ ปีบ ไม้ไทยมีดอกรูปทรงแตรจิ๋ว สีขาวนวล กลิ่นหอมชื่นใจ ที่คนไทยทุกภาครู้จักกันดี

 

ปีบ ชื่อวิทยาศาสตร์ Millingtonia hortensis L.f. หรือก้องกลางดงในชื่อเรียกภาคกลาง ก็คือชื่อ กาสะลองหรือกาดสะลองของภาคเหนือ และชื่อ กางของ ในภาคอีสาน

สรรพคุณของปีบที่หมอไทยทุกภาครู้จักกันดีก็คือ ดอกปีบนำมาตากแห้งประมาณ 10 ดอก แล้วมวนเป็นบุหรี่แก้หืดหอบ รักษาริดสีดวงจมูกและไซนัสอักเสบได้ผลดีเป็นที่ประจักษ์มาช้านาน

ก่อนที่จะมีการพบว่าในดอกปีบมีสารหอมระเหย “ฮีสไปดูลิน (Hispidulin)” ที่มีฤทธิ์ขยายหลอดลมได้ดีกว่า “ยาอะมิโนฟิลลีน (Aminophyllin)” ซึ่งเป็นยาแผนปัจจุบันที่ใช้รักษาโรคหืด

และข้อดีอีกประการหนึ่งก็คือ สารสำคัญในดอกปีบไม่พบความเป็นพิษเลย

แต่เรื่องที่หมอยาชาวไทยน้อยอย่างเราๆ ยังไม่ค่อยรู้ แต่หมอชาวไทยใหญ่และหมอชาวล้านนารู้จักกันดีก็คือ ฤทธิ์ยับยั้งการดื่มสุราของ “กาสะลอง” และด้วยเคล็ดวิชา “กาสะลอง” นี่เองช่วยให้ชาวเหนือสนุกสนานรื่นเริงตามประเพณีได้โดยไม่เมาจนหัวทิ่มบ่อ

ภูมิปัญญาง่ายๆ ของหมอชาวไทยใหญ่ก็คือใช้สมุนไพรกาสะลองเพียงตัวเดียว

โดยนำกิ่งแก่หรือแก่นต้นสดมาสับให้ป่นเท่าที่ทำได้ ตากแห้งแล้วตำเป็นผงเก็บไว้กินกับกระสายน้ำผึ้ง ครั้งละ 1 ช้อนชา วันละ 1-2 ครั้ง หรือจะปั้นเป็นลูกกลอนกินเป็นประจำครั้งละ 5 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ภายใน 7 วัน รับรองว่าอาการอยากเหล้าจะคลายไปเองโดยไม่มีอาการลงแดง มือสั่น ใจสั่น

แถมยังช่วยลดความดันโลหิตสูงอีกด้วย

ถ้าไม่ทำเป็นผงหรือลูกกลอนก็อาจนำแก่นแห้งมาต้มกินก็ได้

 

ตั้งแต่ออกพรรษามาจนบัดนี้ ต้นปีบ-กาสะลองยังออกดอกสะพรั่งและร่วงหล่นเกลื่อนพื้นดินหอมฟุ้งขจรขจาย แต่ปีบ-กาสะลอง ไม่ใช่มีดีเพียงแค่เป็นไม้ประดับดอกหอมเท่านั้น บ้านไหนถิ่นไหนมีต้นปีบ-กาสะลองก็น่าจะเก็บเอาดอกมาใช้ทำยาแก้หืดหอบ ไซนัส หรือริดสีดวงจมูก

ที่สำคัญคือคุณแม่บ้านน่าจะลองใช้เคล็ดวิชาของชาวไทยใหญ่โดยนำต้นปีบ-กาสะลองมาเป็นยาเลิกเหล้าสำหรับสามีขี้เมา

หรือเดี๋ยวนี้สลับกันเห็นสตรีชนแก้วดื่มเหล้าไม่แพ้ชายก็ปรุงยาให้หญิงหน่ายสุราบ้างก็ได้

ถ้าไม่มีเวลาทำยาผงหรือลูกกลอน ก็สามารถนำแก่นแห้งมาต้มให้เจ้าประคุณสามีหรือภรรยาที่ชอบน้ำเมาดื่มเป็นน้ำสมุนไพรปีบ-กาสะลองแทนเหล้ารับรองได้ผลดีแน่

ที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง เชียงราย มีดอยสูงชื่อดอยแม่สลอง ซึ่งมีความหมายว่า “ดอยสันติภาพ” ถ้าหากคำว่า “กาสะลอง” สื่อถึงความหมายสันติภาพด้วยเช่นกัน ก็จะเป็นนิมิตหมายที่ดีว่าฤทธิ์แอนตี้แอลกอฮอล์ของปีบ-กาสะลอง จะมีส่วนช่วยให้สังคมไทยปลอดเหล้า ปลอดความรุนแรง เป็นสังคมที่สงบสุขที่ทุกคนปรารถนา

เข้าพรรษา ออกพรรษา ชวนกันงดเหล้าได้ทั้งปีจร้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...