โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

หยุดกดดันคนรอบข้าง “ฮิคิโคโมริ” อาการหนีสังคม ที่คุณเป็นผู้ส่งเสริมโดยไม่รู้ตัว

TOJO NEWS

เผยแพร่ 20 ม.ค. 2564 เวลา 10.23 น. • pronvalai

แม้ว่าญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว มีมาตราฐานการครองชีพและการพัฒนามนุษย์สูง เป็นประเทศมหาอำนาจ ที่มีแรงงานทักษะสูงและเป็นประเทศที่มีการศึกษาสูงสุด แต่ปัญหาสุขภาพจิต กลับเป็นหนึ่งในปัญหาใหญ่ทางสังคมของชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะกับกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งคาดว่ามีคนที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ทรมานกับอาการฮิคิโคโมริ หรือ ฮิกกี้มากถึง 2 ล้านคน (จากประชากรราว 126 ล้านคน) และมีแนวโน้มที่ตัวเลขจะสูงขึ้นเรื่อยๆ 

ฮิคิโคโมริคืออะไร 

ฮิคิโคโมริ / Hikikomori / ひきこもりเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลว่า “แยกตัวออก” “กำจัด” “ถอย”  แต่จะเรียกสั้น ๆ ว่า “ฮิกกี้” ซึ่งส่วนมากเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น โดยมีมาตั้งแต่ปี 1996 

แต่ต้องขอบอกก่อนว่า ฮิคิโคโมริ ไม่ใช่โรค แต่เป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มวัยรุ่นที่ส่วนใหญ่ ซึ่งจะพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อาศัยอยู่กับครอบครัว ซึ่งจะแสดงพฤติกรรมแยกตัวเองออกจากสังคม ไม่พบปะพูดคุยกับใคร ขังตัวเองไว้ภายในห้อง ทำกิจกรรมเดิมๆ ซ้ำเป็นเวลานาน เช่น เล่นเกม ดูทีวี หรือแม้แต่นั่งเฉยๆ ภายในห้อง ซึ่งส่วนมากจะมีภาวะนี้นานถึง 6 เดือน โดยไม่ออกไปทำอะไร หรือหายไปจากสังคม และฮิคิโคโมริยังไม่แสดงอาการความเจ็บป่วยทางร่างกายใดใด จึงทำให้คนแยกไม่ออกระหว่างผู้เป็นฮิกกี้ กับคนที่ชอบเก็บตัว 

5 สัญญาณสู่การเข้าข่ายฮิคิโคโมริ

  • ตัดขาดจากสังคม
  • เก็บตัวอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหนเป็นเวลานาน อย่างน้อย 6 เดือน 
  • ไม่สุงสิงกับใคร 
  • ทำกิจกรรมอย่างไร้จุดมุ่งหมาย เช่น ดูทีวี อ่านหนังสือ เล่นเกมส์ นอนเฉยๆ ไม่ทำอะไร 

สาเหตุของการเป็นฮิคิโคโมริ

จิตแพทย์ หรือ นักจิตวิทยาได้วิเคราะห์ว่า ผู้ที่เป็นฮิคิโคโมริ ส่วนมากนั้นมาจาก

  • แรงกดดันจากคนรอบข้าง สังคม รวมถึงตัวเอง 
  • ความผิดหวังจากบางอย่างที่ทำให้รู้สึกใจสลาย 
  • การถูกรังแก/บูลลี่ จนรู้สึกว่าตัวเองเป็นตัวประหลาด 
  • ปัญหาครอบครัวที่ส่งผลกระทบต่อจิตใจเป็นอย่างมาก 

จิตแพทย์ญี่ปุ่นวิเคราะห์ว่า ฮิคิโคโมรินั้นเกิดขึ้นได้ในประเทศญี่ปุ่น เป็นส่วนใหญ่ เนื่องด้วยแรงกดดันทางสังคมเพื่อให้เป็นที่ยอมรับ และการศึกษาที่พ่อแม่ รวมถึงตัวเด็กเองต่างกดดันตัวเองเพื่อเคี่ยวเข็ญในการสอบแข่งขัน เรียนหนังสือ หรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองที่ก็ได้รับแรงกดดันจากวัฒนธรรมการทำงานหนักของชาวญี่ปุ่น ทำให้เกิดความกดดันสูงกว่าปกติ ทำงานหนัก เรียนหนัก จนรู้สึกว่าไม่สามารถผิดพลาดได้เลย จนนำไปสู่การพลาดแม้แต่เล็ก ๆ ครั้งเดียวที่นำไปสู่ความหมดหวังในชีวิต จึงทำให้คนกลุ่มนี้รู้สึกต้องการหนีถอยออกมาอยู่คนเดียว ตัดขาดจากโลกภายนอก และอยู่ใน Safety zone ของตัวเอง 

วิธีการแก้ไขอาการฮิคิโคโมริ 

ฮิคิโคโมริ เป็นอาการที่ต้องอาศัยความเข้าใจ และการสังเกตจากคนใกล้ชิด เพราะฮิคิโคโมริ เป็นอาการเริ่มต้นที่สามารถส่งผลให้เกิดการเป็นโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ได้ เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และ โรคกลัวสังคม ได้ 

วิธีแก้ไขอาการกับผู้ที่เป็นฮิคิโคโมริสามารถทำได้ดังนี้ 

  • เริ่มต้นคิดบวก ลดการกดดัน หรือคาดหวังลง
  • สังเกตพฤติกรรมและความชอบของผู้ที่เป็นและพูดคุยเรื่องที่ผู้ที่มีอาการสนใจให้มากขึ้น
  • เปิดใจรับฟังความคิดเห็น และเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีอาการกล้าแสดงออก และเกิดความมั่นใจมากขึ้น
  • แสดงออกทางการกระทำมากกว่าการพูด และคอยอยู่เคียงข้าง
  • ส่งเสริมการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น แต่ไม่บีบบังคับ 

แต่อย่างไรก็ตาม พ่อแม่หรือคนที่อยู่รอบข้างผู้ที่มีอาการนี้ไม่ควรรู้สึกเขินอายที่จะขอความช่วยเหลือ และพาผู้ที่มาอาการไปพบผู้เชี่ยวชาญ เมื่อเกิดปรากฎการณ์นี้ขึ้น เพื่อหาแนวทางในการรักษา เพราะฮิคิโคโมริ ไม่ใช่อาการที่รักษาไม่ได้แต่ต้องใช้เวลาและความพยายามในการเข้าใจเพื่อให้เขาสามารถกลับเข้ามาใช้ชีวิตในสังคมได้เช่นเดิม 

ปัจจุบันอาการ ฮิคิโคโมริ สามารถพบได้ในประเทศเกาหลีใต้ ไต้หวัน และสิงคโปร์ แต่ในประเทศไทยยังไม่มีรายงานการพบอาการฮิคิโคโมริอย่างเป็นทางการ  แต่ผู้ปกครองก็ไม่ควรผลักดัน และกดดันลูกจนมากเกินไป เพราะคุณอาจเป็นผู้ทีส่งเสริมให้ลูกเป็น ฮิคิโคโมริ โดยไม่รู้ตัวก็ได้ 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...