โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พระพุทธรูปชุดแรกในโลก ศิลปะคันธาระ ทำไมหน้าตาเป็น “ฝรั่ง”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 05 ก.พ. 2568 เวลา 00.52 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. 2568 เวลา 00.42 น.
ภาพสลักศิลา พระพุทธรูป ประทับนั่ง ศิลปะคันธาระ ที่ได้รับอิทธิพลทาง วัฒนธรรมจากกรีกและโรมัน จึงมีพระพักตร์คล้ายเทพอพอลโลของกรีก มีพระเกศาหยิกสลวย และทําจีวรเป็นริ้วผ้าธรรมชาติ ตามแบบประติมากรรมโรมันในสมัยของจักรพรรดิออกุสตุส (ภาพจากหนังสือ

พระพุทธรูปชุดแรกในโลกศิลปะคันธาระเหมือน ‘กรีก-โรมัน’ ทำไมหน้าตาเป็น “ฝรั่ง”

ศิลปะคันธาระ ปรากฏขึ้นเมื่อชนชาติตีเถียนอพยพจากภาคกลางของทวีปเอเชียเข้าครอบครองดินแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย หรือประเทศปากีสถานในปัจจุบัน และสถาปนาราชวงศ์กุษาณะมีพระเจ้ากนิษกะ (ราวพ.ศ. 663-705) เป็นประมุขและทรงเป็นเอกอัครศาสนูปถัมภกเช่นเดียวกับพระเจ้าอโศกมหาราช ต่างกันเพียงพุทธศาสนาที่พระเจ้ากนิษกะทรงเลื่อมใสเป็นลัทธิมหายาน ซึ่งเชื่อกันว่า พระพุทธรูป ได้อุบัติขึ้นในรัชกาลของพระองค์เป็นครั้งแรกด้วย

พื้นที่ที่เป็นอาณาจักรของพระเจ้ากนิษกะเคยเป็นบริเวณที่ชนชาติกรีกเข้ามาครอบครองตั้งแต่ครั้งพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชยกทัพเข้าไปรุกรานดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำสินธุ (ประมาณ พ.ศ. 217-218) ต่อมาชาวโรมันก็ได้ตามเข้ามาค้าขาย เมื่อมีการสร้างพระพุทธรูปตามแบบ “ศิลปะคันธาระ” ขึ้น จึงเป็นไปได้ว่าชาวซิเถียนอาจใช้ช่างกรีกโรมันเลยก็เป็นได้

ด้วยเหตุนี่ พระพุทธรูป ศิลปะคันธาระ จึงมีหน้าตาเป็นฝรั่ง

ช่างกรีก ช่างโรมันสร้างพระพุทธรูปเป็นรูปมนุษย์ขึ้นหลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพนานไปประมาณ 600 ปี แต่ความสามารถของช่างทำให้คนทั่วไปยอมรับได้ว่าประติมากรรมที่สร้างขึ้นเป็นพระพุทธรูป เป็นรูปลักษณ์ของพระพุทธองค์ได้ โดยใช้คุณลักษณะ 3 ประการในการสร้างงาน คือ

1. ใช้ความสุนทรียภาพตามแบบฝรั่ง กล่าวคือ พระนาสิกโด่ง, พระโอษฐ์เล็ก, พระขนงวาดเป็นวงโค้งบรรจบกันเหนือดั้งพระนาสิก, ส่วนใหญ่ครองจีวรโดยห่มคลุมบ้าทั้งสองข้าง จีวรเป็นผ้าหนา เป็นริ้วขนาดใหญ๋ตามธรรมชาติคล้ายการห่มผ้าจองพวกโรมัน

2. การกระทำตามคัมภีร์มหาบุรุษลักษณะ เช่น มีใบหูยาน, มีอุณาโลม (กลุ่มขนคิ้วอยู่ระหว่างคิ้วกลางหน้าผาก) และลายธรรมจักรบนฝ่ามือ ฯลฯ

3. ความฉลาดของช่าง เนื่องจากการสร้างพระพุทธรูปเกิดขึ้นหลังการปรินิพพานไปประมาณ 600 ปี ไม่มีผู้ใดทราบแน่ชัดว่า พระพุทธเจ้ามีรูปพรรณอย่างไร แต่ความฉลาดของช่างทำให้คนทั่วไปรู้ได้ทันที และยอมรับได้ว่าประติมากรรมที่สร้างขึ้นเป็นพระพุทธรูป เป็นรูปลักษณ์ของพระพุทธองค์ได้ เช่น การใช้ประภามณฑล (รัศมีที่พวยพุ่งขึ้นจากพระเศียรของพระพุทธรูป)เป็นรูปวงกลมอยู่งเบื้องหลังพระเศียร ดังเช่นเทวรูปอพอลโลของกรีก

พระพุทธรูปแบบคันธาระแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบบประทับนั่ง และประทับยืน หากเป็นพระพุทธรูปประทับนั่ง จะเป็นการประทับนั่งขัดสมาธิเพชรเท่านั้น โดยการแสดงพระชงฆ์ไขว้กันเห็นฝ่าพระบาททั้งสองข้าง

จากการที่พระพุทธรูปแบบคันธาระเจริญขึ้นทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอินเดียในสมัยแรกๆ ของการติดต่อระหว่าดินแดนแถบนั้นกับดินแดนสุวรรณภูมิ หรือเอเชียอาคเนย์ ประกอบกับระยะทางที่ห่างไกลระหว่างดินแดนทั้งสองค่อนข้างมาก

ศิลปะแบบคันธาระในเอเชียอาคเนย์จึงมีอิทธิพลอยู่น้อยมาก และเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น ส่วนใหญ่นิยมพระพุทธตามศิลปะแบบอมราวดี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของอินเดียมากกว่า ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจแก่พระพุทธรูปรุ่นแรกที่สร้างขึ้นแทนที่ศิลปะแบบคันธาระ ซึ่งไม่เป็นที่นิยมของช่างพื้นเมืองในแถบนี้

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ดร. ม.ร.ว. สุริยวุฒิ สุขสวัสดิ์. “พระพุทธรูปชุดแรกในโลกศิลปะคันธาระ เหมือน ‘กรีก-โรมัน’ ใน, ศิลปวัฒนธรรม ฉบับเดือนกรกฎาคม 2532

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 9 ธันวาคม 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พระพุทธรูปชุดแรกในโลก ศิลปะคันธาระ ทำไมหน้าตาเป็น “ฝรั่ง”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...