โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สื่อสหรัฐฯ แนะวิธีรับมือผลข้างเคียงจากวัคซีน ‘โมเดอร์นา-ไฟเซอร์/ไบออนเทค’

สวพ.FM91

อัพเดต 23 ก.พ. 2564 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2564 เวลา 12.25 น.

นิวยอร์ก, 23 ก.พ. (ซินหัว) — รายงานด้านสุขภาพฉบับล่าสุดจากสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซี (CNBC) ระบุว่าผลข้างเคียง อาทิ อาการปวดและบวมบริเวณจุดที่ถูกฉีดวัคซีน อาการเมื่อยล้า ปวดศีรษะ มีไข้ และหนาวสั่น เป็นเรื่องปกติสำหรับผู้รับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (โควิด-19) ของโมเดอร์นา (Moderna) และไฟเซอร์-ไบออนเทค (Pfizer-BioNtech)
รายงานอ้างคำแนะนำของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐฯ (CDC) ว่า หลังเข้ารับวัคซีน ผู้ที่เจอผลข้างเคียงดังกล่าวอาจรับประทานยาแก้ปวดที่สามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ (OTC) เพื่อช่วยบรรเทาอาการ และเป็นเรื่องปกติที่ร่างกายมนุษย์จะเผชิญผลข้างเคียงดังกล่าว เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันถูกกำหนดให้เตรียมความพร้อมและป้องกันไวรัสผ่านกระบวนการที่เรียกว่า “การอักเสบที่สามารถควบคุมได้” ซึ่งเป็นวิธีการออกฤทธิ์ของวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA)
ศูนย์ฯ ระบุว่าเพื่อลดผลข้างเคียงหลังรับวัคซีนที่อาจร้ายแรงมากในบางกรณี ผู้รับวัคซีนสามารถใช้ยาแก้ปวดที่สามารถหาซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ อาทิ ไอบูโพรเฟน แอสไพริน ฮีสตามีน หรืออะซิตามิโนเฟน อย่างไรก็ดีศูนย์ฯ แนะนำว่าผู้ป่ายจะไปพบแพทย์ก่อนรับประทานยาก็ได้เช่นกัน
อย่างไรก็ดี ศูนย์ฯ ไม่สนับสนุนให้รับประทานยาเหล่านี้ก่อนเข้ารับวัคซีน เนื่องจากจะทำให้การตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกันต่อวัคซีนชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอลดลง หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งได้ว่าแอนติบอดีที่สร้างขึ้นในผู้ที่รับประทานยาแก้ปวดก่อนเข้ารับวัคซีนนั้นไม่ดีตามที่คาด
นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังเปิดเผยวิธีการอื่นๆ ในการบรรเทาผลข้างเคียงของวัคซีน ซึ่งรวมถึงวางผ้าเปียกและเย็นลงบนจุดที่ถูกฉีดวัคซีนเพื่อบรรเทาอาการปวด รับประทานอาหารเหลวหากมีไข้ และสวมเสื้อผ้าบางเบาเพื่อช่วยให้รู้สึกสบายตัวขึ้น โดยผู้เข้ารับวัคซีนจำนวนมากเริ่มเผชิญผลข้างเคียงหลังเข้ารับวัคซีนโดสที่ 2 เนื่องจากวัคซีนโดสแรกออกฤทธิ์เพียงแค่กระตุ้นการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ขณะที่โดสที่ 2 จะเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...