โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘น้องเอมม่า’เปิดใจ!! รับน้องดราม่าหนัก รุ่นพี่ให้ถอดเสื้อ-ส่อคุกคามทางเพศจนร้องไห้(คลิป)

Khaosod

เผยแพร่ 02 ก.ค. 2560 เวลา 23.59 น.

วันที่ 3 ก.ค. ผู้สื่อข่าวตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี เพจดังนำข้อความจาก ผู้ใช้เฟซบุ๊ก รายหนึ่ง ซึ่งโพสข้อความระบายอารมณ์ หลังทราบว่า น้องสาวประเภทสองที่สนิทกัน ร่วมรับน้องและถูกกระทำไม่เหมาะสม โดยเพจดังกล่าวระบุชื่อสถาบันการศึกษา โดยหลังการเผยแพร่ข้อความดังกล่าว จึงมีการแชร์ข้อความบนโลกออนไลน์ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง โดยเหตุการณ์ดังกล่าว มีเนื้อหาใจความสรุปได้ว่า มีเหตุรับน้องนักศึกษาชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยชื่อดัง ในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ปรากฏว่าน้องสาวประเภทสองถูกรุ่นพี่สั่งให้ถอดเสื้อ ถือเป็นการรับน้องด้วยวิธีการที่ไม่เหมาะสม โดยให้น้องถอดเสื้อตัวแรกออกและถกเสื้อซับในที่มีลักษณะคล้ายเสื้อกล้ามขึ้นไปเกือบถึงหน้าอก ทำให้น้องเกิดความอาย ร้องไห้ แต่รุ่นพี่กลับยืนขำ เนื่องจากน้องที่ถูกกระทำ กินยาคุมทำให้มีหน้าอก แม้ตัวจะเป็นชายแต่ใจเป็นหญิง การสั่งให้ถอดเสื้อจึงถือเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง ผู้สื่อข่าวจึงได้ติดต่อไปยังเจ้าของโพสต์เฟซบุ๊กดังกล่าว กระทั่งได้รับการเปิดเผยข้อมูลจาก น้องเอมม่า นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ซึ่งเป็นนักศึกษาที่ถูกกระทำจากเหตุการณ์รับน้องตามที่ปรากฏในโลกโซเชี่ยล ซึ่งน้องเอมม่า ยินดีเปิดเผยใบหน้าเนื่องจากได้ปรึกษากับครอบครัวแล้ว โดยได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันพุธที่ 28 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันรับน้องวันสุดท้ายของสาขาที่น้องเอมม่าเรียน ที่มีการรับน้องต่อเนื่องมารวม 9 วัน ซึ่งในวันดังกล่าว นักศึกษา 2 ห้อง รวม 69 คน ต้องมาทำกิจกรรมรับน้องที่หน้าตึกสาขาที่เรียน การรับน้องดำเนินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงช่วงเย็น โดยน้องถูกสั่งให้ลุกนั่งและทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย พร้อมกับมีการสั่งการด้วยเสียงดังที่เรียกกันว่า การว้ากน้อง โดยในวันดังกล่าว น้องเอมม่าได้สวมเสื้อซับในที่มีลักษณะคล้ายเสื้อกล้ามอยู่ด้านในและสวมทับด้วยเสื้อยืดสาขา สีขาว โดยรุ่นพี่ที่ไม่ใช่พี่ปี 2 สั่งให้ถอดเสื้อ ซึ่งมีเพื่อนที่เป็นสาวประเภทสองรวม 2 คน ที่เหลือเป็นเพื่อนผู้ชาย เมื่อถูกสั่งหลายครั้งทำให้จำใจถอดเสื้อยืดสาขาออกแล้วจึงเอามือมาปิดหน้าอกด้วยความอาย จากนั้นรุ่นพี่ได้นำผ้ามาผูกตา ทำให้ไม่เห็นว่ามีใครอยู่ในเหตุการณ์บ้าง ก่อนถูกสั่งให้ก้มหน้าลงทำให้น้องเอมม่าเอามือปิดบังหน้าอกตลอดเวลา กระทั่งมีการกระชากตัวของน้องเอมม่าออกจากแถว ซึ่งเป็นช่วงที่เพื่อนทุกคนจะต้องเดินเข้าห้องแดงเพื่อพบพี่สายรหัสและผูกข้อมือซึ่งมีรุ่นพี่ปี 2 รออยู่ด้านในห้องแดง ทำให้ขณะนั้นตนรู้ว่าอยู่คนเดียว โดยมีรุ่นพี่ซึ่งไม่รู้ว่ารุ่นไหนรุมล้อมอยู่หลายคน มีการพูดให้น้องเอมม่าเอามือออกจากหน้าอกอีกครั้ง แต่น้องยืนยันว่าไม่เอามือออกเพราะอายหน้าอก ทำให้มีรุ่นพี่คนหนึ่งถกเสื้อกล้ามขึ้นจนเกือบถึงหน้าอก ในขณะนั้นน้องเอมม่ารู้สึกว่าไม่ไหวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วจึงร้องไห้ และย่อตัวลงไปนั่งกับพื้น ร้องไห้อยู่นานในขณะที่ได้ยินเสียงหัวเราะของรุ่นพี่ ก่อนที่คนจะเริ่มหายไป และมีพี่นำเสื้อสาขามาสวมให้ ก่อนจะถูกนำตัวเข้าไปในห้องแดงเพื่อผูกข้อมือต่อ และมารู้ตัวเอาภายหลังว่าเสื้อกล้ามที่ใส่ขาดที่บริเวณตะเข็บด้านข้างด้วย ซึ่งตนไม่ทราบว่า มันขาดได้อย่างไรและขาดช่วงไหนของการรับน้อง

จากนั้นเหตุการณ์ได้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนเลิกรับน้อง ซึ่งน้องเอมม่ายอมรับว่า รับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สภาพจิตใจย่ำแย่ แต่ตนไม่ได้บอกใครหรือโพสต์ขึ้นสื่อออนไลน์ แต่ปรากฏว่ามีการสอบถามกันเข้ามามาก กระทั่งพี่สาวคนสนิทที่นับถือกันเพราะเคยทำงานร่วมกันมาก่อน ชื่อเอเชีย ทราบข่าวจากเพื่อนๆ จึงได้โทรศัพท์มาสอบถามด้วยตนเองถึงเรื่องที่เกิดขึ้น น้องเอมม่า เล่าต่อว่า จนถึงขณะนี้ รุ่นพี่ที่กระทำดังกล่าว ยังไม่เคยติดต่อมาขอโทษ หรือแสดงความรับผิดชอบใดๆ เลย มีเพียงอาจารย์ที่ทราบเรื่องได้กล่าวขอโทษแทนรุ่นพี่ ซึ่งตนทราบดีกว่า การแชร์ข้อมูลทางสื่อออนไลน์ คนที่ไม่ทราบเรื่องอาจจะเข้าใจผิดและทำให้ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยเสียหายได้ เพราะสิ่งที่แชร์ออกไป ทำให้คิดกันไปเองว่า เป็นความผิดของมหาวิทยาลัย ซึ่งมันไม่ใช่ “ทั้งนี้ขอวิงวอนว่า หากบุคคลใดจะโพสต์ข้อความในเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองนั้น กราบขอร้อง อย่านำเพื่อนร่วมรุ่นสาขาที่หนูเรียน , รุ่นพี่ปี2 , อาจารย์ , และมหาวิทยาลัย ไปเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะท่านเหล่านี้ไม่ผิดอะไรเลย หนูพร้อมปกป้องทุกคนเพราะทุกคนรักหนูเหมือนครอบครัว คนผิดคือรุ่นพี่กลุ่มเดียวเท่านั้นซึ่งย้ำว่าไม่ใช่รุ่นพี่ปี 2 ขณะนี้ยอมรับว่าสภาพจิตใจเริ่มดีขึ้นมาก แม้จะยังไม่ร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ดีขึ้นเพราะได้กำลังใจที่ดีจากเพื่อน รุ่นพี่ปี2 และอาจารย์ จากช่วงแรกที่ยอมรับอยากจะย้ายสาขาย้ายคณะไปเรียนที่อื่น แต่ไม่คิดเปลี่ยนแล้ว ในเมื่อหนูไม่ผิด ไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง หนูก็ไม่อายที่จะเรียนต่อ และไม่อายที่จะเล่าความจริงให้ทุกคนรู้เรื่องนี้” น้องเอมม่า กล่าว ด้านน้องเอเชีย ซึ่งเป็นพี่สาวคนสนิทของน้องเอมม่า เล่าว่า หลักจากทราบข้อมูลอย่างละเอียดแล้วรู้สึกสงสารน้องมาก ทำให้ไปโพสต์ระบายอารมณ์บนเฟซบุ๊กส่วนตัว แต่ปรากฏว่ามีการคัดลอกข้อมูลที่โพสต์ไปแชร์ต่อ ก่อนจะกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันไปอย่างกว้างขวาง มีการมาคอมเม้นต์ต่อว่าตนและน้องเอมม่าต่างๆนานา ว่าอยากดัง ทำให้มหาวิทยาลัยเสียชื่อเสียง เล่นใหญ่เกินความจริง ฯลฯ พร้อมกับมีการสแปมเฟซบุ๊กของตนเองจนเข้าใช้งานไม่ได้อยู่หลายวัน ทำให้ตนรู้สึกโกรธมากขึ้นขอเข้าพบ อธิการบดีของมหาวิทยาลัยที่น้องเอมม่าเรียนอยู่ เพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้ฟัง ซึ่งท่านอธิการบดีน่ารักมาก เพราะประโยคแรกว่า ชื่อเสียงมหาวิทยาลัยที่เสียไปไม่เป็นไร เวลาผ่านไปก็ดีขึ้นเอง ตอนนี้สิ่งสำคัญคือการเยียวยาจิตใจของน้องเอมม่าก่อน ทำให้ตนรู้สึกสบายใจอย่างมากที่ทางมหาวิทยาลัยเข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ทอดทิ้งน้อง และพร้อมดูแลอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้น้องเอมม่า ยังไม่ได้แจ้งความดำเนินคดีกับรุ่นพี่กลุ่มดังกล่าว โดยจะยังรอเวลาและรอดูเหตุการณ์ไปก่อน หากได้รับการติดต่อเพื่อขอโทษ ตนก็พร้อมยกโทษให้ เพื่อให้เรื่องยุติลงด้วยดีและไม่เสื่อมเสียต่อมหาวิทยาลัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...