โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ขนมฝรั่งกุฎีจีน’ 256 ปี 5 รุ่น กับมรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีลมหายใจ

The Momentum

อัพเดต 26 มิ.ย. 2566 เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2566 เวลา 03.52 น. • กมลณัทฐ์ เศรษฐพัฒนชัย (Intern)

“อ้อยจีนบางใหญ่ อ้อยไทยบางคูวัด ข้าวหลามตัดวัดระฆัง ขนมฝรั่งกุฎีจีน แม่เอ๊ย”

วลีข้างต้นถือเป็นวลียอดนิยมสำหรับพ่อค้าแม่ค้าฝั่งธนบุรีในสมัยก่อน เวลาเร่ขายของ ผ่านการประดิษฐ์คำให้คล้องจองเพื่อให้จำง่าย และดึงของกินโด่งดังจากแต่ละย่านมาโฆษณา จะเห็นได้ว่า ‘ขนมฝรั่งกุฎีจีน’ เป็นหนึ่งในขนมของวลีดังกล่าว สะท้อนถึงความโด่งดังมาตั้งแต่โบราณ ปัจจุบันก็ยังอยู่คงทนต่อบททดสอบของกาลเวลา

ปัจจุบันร้านขนมฝรั่งกุฎีจีนหลงเหลืออยู่เพียง 3 ร้าน ได้แก่ ร้านธนูสิงห์ ร้านป้าอำพรรณ และร้านหลานแม่เป้าซึ่งเป็นร้านที่ The Momentum จะพาผู้อ่านไปสัมผัสบรรยากาศ ชมเบื้องลึกเบื้องหลัง พร้อมกับหาคำตอบไปพร้อมกันว่า เสน่ห์ของขนมดั้งเดิมชนิดนี้คืออะไรกันแน่ เหตุใดจึงอยู่คู่ใจชุมชนมานานกว่า 200 ปี

‘ขนมฝรั่งกุฎีจีน หลานแม่เป้า’ อยู่ในซอยกุฎีจีน ใกล้กับโบสถ์คริสต์ซางตาครู้ส โดยทั้งโบสถ์และขนมต่างเป็นอารยธรรมจากชาวโปรตุเกสที่อาศัยอยู่ในไทยสมัยกรุงธนบุรี สำหรับร้านหลานแม่เป้า เจ้าของร้านอย่าง ‘คุณแหม่ม’ กล่าวว่าตนเป็นรุ่นที่ 5 แล้ว ผู้ก่อตั้งร้านรุ่นที่ 1 เป็นชาวโปรตุเกสแท้ๆ ริเริ่มธุรกิจขึ้นเมื่อ 256 ปีก่อน

แรงบันดาลใจของขนมฝรั่งกุฎีจีนยังเป็นข้อถกเถียง บ้างบอกว่าประยุกต์มาจาก King Cake ซึ่งชาวโปรตุเกสนิยมกินในวันคริสต์มาส บ้างบอกว่ารูปลักษณ์เหมือน Que Que หรือมัฟฟินโปรตุเกสมากกว่า หากให้พูดถึงจุดเด่นที่สุดของขนมชนิดนี้คงไม่พ้นการผสมผสานวัฒนธรรมการกินแบบโปรตุเกสและจีน แม้ตัวแป้งจะทำแบบโปรตุเกส แต่วิธีแต่งหน้าขนมรับมาจากจีน

เนื้อของขนมฝรั่งฯ มีส่วนผสม 3 อย่างคือไข่เป็ด, แป้งสาลี, น้ำตาลทราย รสชาติคล้ายขนมไข่ แต่เท็กซ์เจอร์กรอบนอกนุ่มใน ซึ่งคุณแหม่มอธิบายว่าเป็นเพราะใช้ไข่เป็ดแทนไข่ไก่ ทำให้เนื้อไม่นุ่นๆ ร่วนๆ เหมือนเนื้อเค้กทั่วไป

สูตรดั้งเดิมของขนมฝรั่งฯ จะทำเป็นชิ้นเล็กๆ คล้ายมัฟฟิน แต่ร้านหลานแม่เป้าได้มีการประยุกต์ทำทั้งแบบชิ้นเล็กและถาดใหญ่ ชิ้นเล็กแต่งหน้าด้วยลูกเกดอย่างเดียว ส่วนถาดใหญ่มีทั้งลูกเกด, ลูกพลับแห้ง และฟักเชื่อม ซึ่งเป็นผลไม้มงคลตามความเชื่อจีน มีความหมายเกี่ยวกับความเจริญงอกงาม มั่นคง มั่งคั่ง

นอกจากวัตถุดิบ กรรมวิธีการทำแบบดั้งเดิมก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ ในปัจจุบันที่เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทกับชีวิตมนุษย์อย่างมาก ร้านหลานแม่เป้ายังคงใช้เตาถ่านอบขนม ทำให้เนื้อขนมหอมกลิ่นถ่าน แต่ก็ต้องอาศัยทั้งความชำนาญและความอดทนต่ออุณหภูมิร้อนตลอดทั้งวัน

กรรมวิธีที่ปฏิเสธเทคโนโลยีใหม่ ใช้คนทำทุกขั้นตอนเช่นนี้ ยังถือเป็นการช่วยสร้างอาชีพแก่ชาวบ้านในชุมชนอีกด้วย หนึ่งในพนักงานของร้านกล่าวกับทาง The Momentum ว่า ตนเป็นคนชุมชนกุฎีจีนอยู่แล้ว พยายามหางานแต่หาไม่ได้ จึงหันมาเป็นลูกจ้างที่ร้านช่วยทำขนมแทน

ในส่วนของราคา ขนม 3 ชิ้นเล็กและ 1 ถาดใหญ่มีราคาเท่ากัน คือประมาณ 28-30 บาทหากขายส่ง และ 40 บาทหากขายปลีก โดยราคา 40 บาทเป็นราคาที่เพิ่งปรับเมื่อปลายปีก่อนเนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจ จึงทำให้ต้นทุนแพงขึ้น

เมื่อย้อนกลับไปทบทวนวลีสมัยโบราณ “อ้อยจีนบางใหญ่ อ้อยไทยบางคูวัด ข้าวหลามตัดวัดระฆัง ขนมฝรั่งกุฎีจีน” ก็น่าเศร้านิดๆ ที่ขนมบางชนิด เช่น ข้าวหลามตัด ทุกวันนี้หากินยากแล้ว ได้แต่เพียงจางหายไปตามกาลเวลา สำหรับขนมฝรั่งฯ เอง แม้จะพอมีฐานลูกค้า แต่ยังต้องการแรงสนับสนุนอย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะอยู่ต่อไป

คงน่าเสียดายหากวันหนึ่งขนมฝรั่งฯ ถูกลืมเลือน เพราะในหลายๆ ครั้งประวัติศาสตร์ก็ไม่ได้ถูกจารึกเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตาม เราต่างรู้กันว่า ภายในขนมชิ้นจิ๋วนี้อัดแน่นไปด้วยร่องรอยวิถีชีวิตผู้คนตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี เป็นหลักฐานยืนยันความหลากหลายและรุ่มรวยทางวัฒนธรรมชั้นดีไม่แพ้เอกสารใดๆ

อ้างอิง

https://youtu.be/0LoLluYfO7A

https://www.gourmetandcuisine.com/stories/detail/1857

https://theurbanis.com/economy/22/11/2019/224

Fact Box

  • ‘ขนมฝรั่งกุฎีจีน หลานแม่เป้า’ อยู่ในซอยกุฎีจีน ใกล้กับโบสถ์คริสต์ซางตาครู้ส เปิดวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.30-17.30 น.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...