โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

จับตา 6 หุ้นตีปีก! รับยอดผลิต “เนื้อไก่” ปี 68 พุ่งแตะ 3.44 ล้านตัน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 07.25 น. • เผยแพร่ 28 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด (KResearch) ประเมินว่า ปริมาณการผลิตเนื้อไก่ของไทยในปี 2568 จะอยู่ที่ 3.44 ล้านตัน ขยายตัว 1.3% จากปีก่อน สอดคล้องกับการบริโภคในประเทศที่คาดว่าจะเติบโต 0.7% โดยมีแรงหนุนจากราคาเนื้อสุกรที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงความกังวลเกี่ยวกับโรคระบาดในโค ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาบริโภคเนื้อไก่ที่มีต้นทุนต่ำกว่า โปรตีนสูง และไขมันต่ำมากขึ้น

แม้ต้นทุนวัตถุดิบอาหารสัตว์จะเริ่มลดลง แต่ต้นทุนด้านอื่น เช่น การจัดการฟาร์มและค่าสาธารณูปโภคยังอยู่ในระดับสูง ทำให้ราคาไก่หน้าฟาร์มมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 3.5% อย่างไรก็ตาม ราคาขายปลีกยังถูกจำกัดจากการเป็นสินค้าควบคุม ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อรักษาอัตรากำไร

สำหรับโครงสร้างอุตสาหกรรม ธุรกิจผลิตไก่ในไทยมีผู้ประกอบการ 1,252 ราย โดยกว่า 80% เป็นรายย่อย แต่ผลผลิตส่วนใหญ่ราว 90% มาจากผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร โดยใช้โมเดลฟาร์มในเครือและระบบเกษตรพันธสัญญา ซึ่งมีการแข่งขันอย่างรุนแรงทั้งด้านราคาและนวัตกรรมสินค้า

ในด้านการส่งออก KResearch คาดว่ามูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ไทยในปี 2568 จะอยู่ที่ 4,445 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขยายตัว 3.0% แต่ชะลอลงจากปี 2567 ที่เติบโต 5.7% โดยไก่แปรรูปยังคงเป็นสินค้าหลัก คิดเป็นสัดส่วนราว 70% ของมูลค่าส่งออก เติบโต 3.8% จากปีก่อน ขณะที่ไก่สดแช่เย็นแช่แข็งเติบโต 1.3%

ทั้งนี้ ตลาดส่งออกหลัก ได้แก่ ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และจีน ยังมีแนวโน้มขยายตัวช้า โดยญี่ปุ่นได้รับผลบวกบางส่วนจากการระงับนำเข้าไก่จากบราซิล แต่เผชิญการแข่งขันด้านราคาจากจีนซึ่งขายได้ถูกกว่าไทยถึง 13% ส่วนสหราชอาณาจักร แม้ความต้องการบริโภคสูงขึ้น แต่การผลิตภายในประเทศก็ขยายตัวพร้อมกัน ขณะที่ตลาดจีนยังคงซบเซาและเริ่มนำเข้าเพิ่มจากรัสเซีย

ในทางกลับกัน ตลาดใหม่อย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) แสดงศักยภาพสูง โดยส่งออกไก่ฮาลาลจากไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้เพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ยังมีสัดส่วนเพียง 2-3% ของมูลค่าส่งออกรวม

KResearch ระบุว่าการส่งออกไทยยังเผชิญแรงกดดันจากการแข่งขันกับประเทศต้นทุนต่ำอย่าง บราซิล จีน และสหรัฐฯ ที่ได้เปรียบจากต้นทุนอาหารสัตว์ต่ำและขนาดการผลิตที่ใหญ่กว่า ขณะที่ไทยต้องนำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์เป็นหลัก คิดเป็นกว่า 60% ของการใช้ในประเทศ ส่งผลให้ราคาผลิตภัณฑ์ไก่ไทยยังสูงกว่าคู่แข่ง

นอกจากนี้ การที่ผู้ประกอบการไทยเริ่มย้ายฐานการผลิตไปประเทศอื่นในอาเซียน เพื่อสร้างความได้เปรียบด้านต้นทุน ก็อาจเป็นปัจจัยฉุดรั้งมูลค่าส่งออกของไทยในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยการเติบโตของมูลค่าส่งออกผลิตภัณฑ์ไก่ไทยที่ลดลงจาก 9.0% ช่วงปี 2558-2562 มาอยู่ที่ 6.5% ในช่วงปี 2563-2567

ท่ามกลางแนวโน้มเชิงบวกนี้ หุ้นกลุ่มผู้ประกอบการผลิตและส่งออกเนื้อไก่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คาดว่าจะได้รับอานิสงส์จากความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้แก่

1.บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารแบบครบวงจร มีฐานการผลิตในหลายประเทศ CPF ได้อานิสงส์ทั้งจากความต้องการบริโภคในประเทศและการส่งออก โดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่นและสหราชอาณาจักรที่ CPF มีช่องทางจัดจำหน่ายแข็งแกร่ง พร้อมสามารถบริหารต้นทุนได้ดีจากขนาดธุรกิจที่ใหญ่

2.บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) หรือ BTG โดดเด่นด้านการผลิตสินค้าไก่แปรรูปที่มีมูลค่าเพิ่มสูง BTG ได้ประโยชน์จากกระแสผู้บริโภคเน้นโปรตีนทางเลือกที่ปลอดภัย มีคุณภาพ และได้รับการรับรองมาตรฐานสากล โดยเฉพาะตลาดในตะวันออกกลางและยุโรปที่ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ Halal

3.บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TFG มีระบบเลี้ยงและผลิตครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เน้นขายปลีกและส่งออกไก่สดและแปรรูปไปจีนและเวียดนาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจภูมิภาคและแนวโน้มราคาสุกรที่ยังสูง ส่งผลให้ไก่เป็นทางเลือกที่ถูกกว่า ซึ่งเป็นผลดีต่อ TFG โดยตรง

4.บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) หรือ GFPT ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งออกไก่แปรรูปและผลิตภัณฑ์เนื้อไก่ ไปยังตลาดญี่ปุ่นและยุโรป GFPT ได้เปรียบจากการมีพันธมิตรธุรกิจระยะยาว และประสิทธิภาพการผลิตที่รองรับมาตรฐานระดับโลก แม้ต้องเผชิญการแข่งขันด้านราคากับจีน แต่คุณภาพสินค้ายังเป็นจุดขายสำคัญ

5.บริษัท ฟู้ดโมเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ FM บริษัทใหม่ที่ขยายกำลังการผลิตไก่เพื่อรองรับตลาดในประเทศเป็นหลัก ได้รับผลดีจากการบริโภคเนื้อไก่ทดแทนสุกร ราคาปลีกที่ปรับตัวได้ และแนวโน้มราคาไก่หน้าฟาร์มที่สูงขึ้น ซึ่งสนับสนุน margin ของ FM

6.บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM ผู้ผลิตอาหารแปรรูปจากเนื้อสัตว์ ซึ่งกำลังรุกตลาดสินค้าเนื้อไก่แปรรูปมากขึ้น ได้ประโยชน์จากเทรนด์สุขภาพ-ความต้องการโปรตีนแปรรูปในประเทศและช่องทางค้าปลีกสมัยใหม่

อย่างไรก็ตาม หุ้นกลุ่มนี้ยังต้องจับตาความผันผวนของค่าเงินบาท และการแข่งขันด้านราคาจากประเทศคู่แข่งที่มีต้นทุนต่ำกว่า อาทิ บราซิล จีน และสหรัฐฯ ซึ่งอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร โดยเฉพาะในตลาดส่งออกที่มีอุปสงค์ชะลอตัว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...