โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"มอร์แกน สแตนลีย์" มอง "หุ้นสหรัฐฯ" พักฐาน จับจังหวะช้อนซื้อ Q3 คาด S&P500 ปีหน้า 6,500 จุด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 10.56 น.
“มอร์แกน สแตนลีย์” มอง “หุ้นสหรัฐฯ” พักฐาน จับจังหวะช้อนซื้อ Q3 คาด S&P500 ปีหน้า 6,500 จุด

มอร์แกน สแตนลีย์ (Morgan Stanley) คงมุมมองบวกต่อตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยได้แรงหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน ขณะที่คาดการณ์ด้วยว่า ตลาดอาจปรับฐานเล็กน้อยในไตรมาส 3 ซึ่งถือเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะได้เข้าช้อนซื้อหุ้นราคาถูก

รายงานของมอร์แกน สแตนลีย์ ซึ่งเปิดเผยในวันจันทร์ (21 ก.ค) แสดงให้เห็นว่า นักวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์ มีความมั่นใจมากขึ้นว่าดัชนี S&P500 จะดีดตัวขึ้นแตะระดับ 7,200 จุดภายในกลางปี ซึ่งดีกว่ารายงานในเดือนพ.ค.ที่คาดว่าดัชนี S&P500 จะแตะที่ระดับ 6,500 จุดในไตรมาส 2 ของปี 2569

ในการซื้อขายที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กเมื่อวันจันทร์ ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้น 8.81 จุด หรือ +0.14% ปิดที่ระดับ 6,305.60 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นอัลฟาเบท (Alphabet) ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการของ 7 บริษัทเทคโนโลยีที่มีมาร์เก็ตแคปสูง หรือกลุ่ม Magnificent Seven ในสัปดาห์นี้

โบรกเกอร์รายใหญ่ของสหรัฐฯ ประมาณการว่า แนวโน้มตามฤดูกาลอาจส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นตั้งแต่กลางเดือนก.ค.-ส.ค. แต่ก็แนะนำให้นักลงทุนช้อนซื้อเมื่อราคาหุ้นปรับตัวลง เนื่องจากเชื่อว่าความเสี่ยงดังกล่าวอาจเกิดขึ้นชั่วคราว และทำให้ตลาดปรับฐานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ทั้งนี้ มอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า แนวโน้มของดัชนี S&P500 ในช่วง 12 เดือนข้างหน้ายังสดใส เมื่อพิจารณาจากผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มแข็งแกร่งต่อเนื่องจนถึงปีหน้า รวมทั้งความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย

อย่างไรก็ดี มอร์แกน สแตนลีย์คาดการณ์ว่า แรงกดดันด้านต้นทุนที่เป็นผลมาจากมาตรการภาษีศุลกากรอาจจะปรากฏให้เห็นในปลายปีนี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัทจดทะเบียน และทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ความคาดหวังเกี่ยวกับการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของเฟดเปลี่ยนแปลงไป

นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนลีย์ระบุว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งพันธบัตรอายุ 10 ปีที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 4.5% อาจสร้างแรงกดดันต่อตลาดหุ้น และส่งผลให้หุ้นที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เช่น หุ้นที่มีมาร์เก็ตแคปต่ำ ทำผลงานย่ำแย่กว่าภาพรวมในตลาด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...