โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ดอลลาร์นิ่ง-เยนแข็ง นักลงทุนกลั้นใจรอ “ทรัมป์ลงดาบ” ภาษี 1 ส.ค.

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 21 ก.ค. 2568 เวลา 18.48 น. • เผยแพร่ 22 ก.ค. 2568 เวลา 01.46 น.

แม้จะเข้าสู่ช่วงกลางปีแล้ว แต่นักลงทุนในตลาดการเงินทั่วโลกยังคงเดินเกมด้วยความระมัดระวัง ขณะที่ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบอย่างไม่แน่นอน เนื่องจากตลาดกำลังรอความชัดเจนจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างประเทศต่างๆ กับสหรัฐอเมริกา ก่อนถึงเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคมนี้ ซึ่งหากไม่มีความคืบหน้าในการเจรจา ประเทศที่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงจะต้องเผชิญกับกำแพงภาษีชุดใหม่ที่มีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น

ค่าเงินเยนของญี่ปุ่นยังคงรักษาระดับการแข็งค่าจากวันก่อนหน้า หลังจากผลการเลือกตั้งสภาสูงเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาออกมาตามที่ตลาดประเมินไว้ก่อนหน้า โดยแม้พรรครัฐบาลของนายกรัฐมนตรีชิเกรุ อิชิบะ จะพ่ายแพ้ในการเลือกตั้ง แต่ไม่ถึงขั้นพังพินาศ ทำให้ตลาดโล่งใจในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองที่ไม่แน่นอนและแรงกดดันจากการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ อาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญที่กดดันเศรษฐกิจญี่ปุ่นและค่าเงินเยนในระยะถัดไป

ลี ฮาร์ดแมน นักวิเคราะห์อาวุโสจาก MUFG มองว่าความไม่แน่นอนทางการเมืองในญี่ปุ่นอาจซ้ำเติมความล่าช้าในการบรรลุข้อตกลงการค้ากับวอชิงตัน ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นในภาพรวม

ขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ยังไม่มีท่าทีที่แน่นอนเกี่ยวกับการยืดเส้นตายการเจรจา สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ ระบุว่าสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญมากกว่าคือ คุณภาพของข้อตกลง มากกว่าการจะบรรลุข้อตกลงภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยเสริมว่าการตัดสินใจขยายกำหนดเส้นตายหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพียงผู้เดียว

ท่ามกลางความไม่แน่นอนดังกล่าว สกุลเงินหลักทั่วโลกต่างเคลื่อนไหวในกรอบแคบ สะท้อนถึงภาวะ “รอความชัดเจน” จากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ แม้ว่าตลาดหุ้นวอลล์สตรีทจะยังคงเดินหน้าแตะระดับสูงสุดใหม่ก็ตาม

เธียร์รี วิซแมน นักวิเคราะห์ด้านอัตราแลกเปลี่ยนจากแมคควารี มองว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 1 สิงหาคม “ไม่ใช่จุดสิ้นสุด” ตราบใดที่ฝ่ายบริหารของสหรัฐฯ ยังเปิดรับการเจรจาอย่างที่เคยระบุไว้ในจดหมายจากทรัมป์เมื่อสองสัปดาห์ก่อน

ค่าเงินดอลลาร์ยังทรงตัวจากวันก่อนหน้า หลังอ่อนค่าลงในช่วงต้นสัปดาห์ เนื่องจากค่าเงินเยนแข็งค่าขึ้นและอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ลดลง โดยค่าเงินปอนด์อังกฤษอ่อนลงเล็กน้อยที่ 0.03% มาอยู่ที่ 1.3488 ดอลลาร์ ขณะที่เงินยูโรอ่อนค่าลง 0.12% มาอยู่ที่ 1.1684 ดอลลาร์ ซึ่งตลาดกำลังจับตาการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ภายในสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าธนาคารจะยังคงอัตราดอกเบี้ยไว้เท่าเดิม

ในอีกด้านหนึ่ง สหภาพยุโรปเริ่มพิจารณามาตรการโต้กลับทางการค้าที่หลากหลายมากขึ้นต่อสหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลว่าอาจไม่สามารถบรรลุข้อตกลงการค้าที่น่าพอใจร่วมกันได้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร้าวลึกที่เพิ่มขึ้นในความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

ดัชนีดอลลาร์เทียบกับตะกร้าสกุลเงินปรับขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 97.94 หลังจากร่วงลง 0.6% เมื่อวันจันทร์ ขณะที่ความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ยังคงเป็นประเด็นในใจนักลงทุน เนื่องจากประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงโจมตี เจอโรม พาวเวลล์ ประธาน Fed อย่างต่อเนื่อง และเรียกร้องให้ลาออก เนื่องจากไม่พอใจที่ Fed ยังไม่ลดดอกเบี้ยตามที่เขาต้องการ

โจนาส โกลเทอร์แมน นักเศรษฐศาสตร์จาก Capital Economics ระบุว่า หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงแข็งแกร่งและอัตราเงินเฟ้อเร่งตัวจากแรงผลักดันด้านภาษี ก็อาจทำให้ Fed ยังคงดอกเบี้ยไว้จนถึงปี 2026 และช่องว่างด้านอัตราดอกเบี้ยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ อาจทำให้ค่าเงินดอลลาร์กลับมาแข็งค่าอีกครั้งในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างยังคงขึ้นอยู่กับท่าทีของทำเนียบขาว

ขณะที่ฝั่งออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก็ไม่ต่างกัน ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียอ่อนลงเล็กน้อย 0.05% มาอยู่ที่ 0.6522 ดอลลาร์ ส่วนดอลลาร์นิวซีแลนด์อ่อนลง 0.14% มาอยู่ที่ 0.5960 ดอลลาร์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...