โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ลูก 8 ขวบ ฟันยื่น-คางเล็ก-พัฒนาการช้า แพทย์เตือนพฤติกรรม "ตอนนอน" ที่คนโตมองข้าม!

sanook.com

เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 06.24 น. • Sanook
เด็กหญิง 8 ขวบ ฟันยื่น-ปากแหลม-คางเล็ก พัฒนาการล่าช้า! พ่อแม่ไม่รู้ สาเหตุเริ่มจากพฤติกรรมตอนนอน

เด็กหญิง 8 ขวบ ฟันยื่น-ปากแหลม-คางเล็ก พัฒนาการล่าช้า! พ่อแม่ไม่รู้ สาเหตุเริ่มจากพฤติกรรมตอนนอน

ช่วงนี้มีผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยพาลูกไปพบแพทย์ เพราะเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของใบหน้า เช่น ฟันยื่น ปากบนแหลม คางเล็ก หรือใบหน้าดูไม่สมส่วน แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า สาเหตุของปัญหาเหล่านี้ อาจมาจากพฤติกรรมที่เกิดขึ้นตอนนอน ที่ดูเหมือนไม่อันตราย แต่ส่งผลระยะยาวได้มากกว่าที่คิด

เว็บไซต์ SOHA รายงานหนึ่งในเคสที่น่าสนใจ คือเด็กหญิงวัย 8 ขวบ คุณแม่พาไปหาหมอด้วยความกังวลว่า“ลูกนอนอ้าปาก ฟันหน้ายื่นออกมาเรื่อยๆ แถมยังนอนกรนอีกต่างหาก”

เมื่อแพทย์ตรวจอย่างละเอียด พบว่าเด็กหญิงมีลักษณะใบหน้าแบบที่พบได้ในเด็กที่หายใจทางปากเป็นเวลานาน ได้แก่ ฟันยื่น ปากบนยื่น คางเล็ก ซึ่งเกิดจากการที่ขากรรไกรล่างพัฒนาไม่สมดุล นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยการกัดริมฝีปากล่างเป็นประจำจนผิวแห้งและแดง และเล็บมือที่สั้นจนผิดปกติจากการกัดเล็บเรื้อรัง

เมื่อสอบถามเพิ่มเติม เด็กยอมรับว่าเธอมีพฤติกรรมกัดปากและกัดเล็บอยู่ตลอด ซึ่งเป็นเรื่องที่แพทย์มองว่า "อันตรายกว่าที่คิด" เป็นพฤติกรรมเล็กๆ แต่ส่งผลใหญ่กว่าที่พ่อแม่คาด

แพทย์อธิบายว่า เด็กที่มีพฤติกรรมหายใจทางปาก มักเป็นผลจากปัญหาทางเดินหายใจ เช่น ภูมิแพ้ หรือต่อมอะดีนอยด์โต (เนื้องอกในโพรงจมูก) ทำให้หายใจทางจมูกไม่สะดวก เด็กจึงต้องอ้าปากหายใจแทน

เมื่ออากาศผ่านเข้า-ออกทางปากตลอดเวลา จะไปกระทบต่อโครงสร้างฟันและขากรรไกร ส่งผลให้ขากรรไกรบนยื่น ขากรรไกรล่างหด เด็กบางคนก็เริ่มกัดปากล่างโดยไม่รู้ตัว เพื่อพยายามปรับสมดุลของฟัน แต่กลับยิ่งทำให้รูปหน้าแย่ลง

ที่สำคัญ พฤติกรรมกัดเล็บมักเป็นสัญญาณของความเครียดหรือความไม่สบายใจในเด็ก และถ้าไม่แก้ไข จะกลายเป็นพฤติกรรมเรื้อรัง ที่กระทบทั้งร่างกายและจิตใจ

นอกจากเรื่องรูปลักษณ์แล้ว การหายใจทางปากเรื้อรังยังส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เด็กอาจได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอส่งผลให้สมองทำงานช้าลง สมาธิสั้น และมีผลต่อการเรียนรู้ หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจกระทบต่อพัฒนาการทางสติปัญญาได้ในอนาคต

ดังนั้น เพื่อช่วยให้ผู้ปกครองสามารถตรวจสอบพฤติกรรมเสี่ยงของลูกได้ด้วยตัวเอง แพทย์แนะนำวิธีเช็กเองได้ง่ายๆ ที่บ้านดังนี้

  • หายใจทางปากตอนนอน: วางกระดาษทิชชู่บางๆ ไว้หน้าเด็กตอนนอน หากกระดาษเคลื่อนไหว แสดงว่ามีลมหายใจออกจากปาก

  • เคี้ยวอาหารข้างเดียว: สังเกตว่าลูกเคี้ยวอาหารเอียงข้างหรือไม่ อาจทำให้ใบหน้าผิดรูปได้

  • กัดปาก กัดเล็บ: หากริมฝีปากล่างมีรอยฟัน หรือเล็บสั้นผิดปกติ มีแผลที่ฐานเล็บ แสดงว่ามีพฤติกรรมกัดเล็บ

  • ดูดนิ้วมือ: มักทำให้ฟันหน้าไม่ปิดสนิท และนิ้วมือมีรอยกัด

  • แลบลิ้นบ่อย พูดไม่ชัด: สังเกตการพูด หากไม่ชัด หรือฟันหน้าล่างห่าง อาจมีปัญหาเรื่องกล้ามเนื้อช่องปาก

คุณหมอแนะนำเพิ่มเติมด้วยว่า ช่วงปิดเทอมหน้าร้อนเป็นเวลาที่เหมาะมากในการพาเด็กเข้ารับการประเมินและเริ่มรักษา เพราะเด็กอยู่บ้าน พักผ่อนมากขึ้น และสามารถปรับตัวกับอุปกรณ์จัดฟันหรือแนวทางการรักษาได้ดีขึ้น ดังนั้น หากพ่อแม่สังเกตเห็นสัญญาณเตือนข้างต้น อย่ารอช้า ควรพาเด็กไปพบแพทย์เฉพาะทางทันที เพื่อวางแผนการดูแลอย่างเหมาะสม

พฤติกรรมเล็กๆ อย่าง “นอนอ้าปาก”, “กัดปาก”, หรือ “กัดเล็บ” อาจดูไม่สำคัญในสายตาผู้ใหญ่ แต่สามารถส่งผลใหญ่ต่อโครงสร้างใบหน้า การหายใจ และพัฒนาการของลูกได้ในระยะยาว การสังเกตตั้งแต่เนิ่นๆ และเข้ารับการดูแลจากผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่ยังเด็ก จะช่วยให้ลูกเติบโตอย่างมั่นใจ ทั้งร่างกาย ใบหน้า และสมอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...