โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทักษิณ ประกาศกร้าว “จบสิ้นแล้ว” สัมพันธ์ 33 ปี “ฮุนเซน” แฉถูกวางกับดักอัดคลิปเสียง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 15.27 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 15.27 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เปิดใจผ่านกิจกรรม “55 ปี NATION ผ่าทางตันประเทศไทย Exclusive Talk กับ 3 ผู้นำทางความคิด” ซึ่งจัดโดยเครือเนชั่น ถึงประเด็นสถานการณ์ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา ที่ตึงเครียดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยเปิดเผยว่า ตนรู้สึก “ช็อก” ต่อพฤติกรรมของสมเด็จฮุนเซน ผู้นำกัมพูชา ซึ่งเคยมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นตลอด 33 ปีที่ผ่านมา แต่กลับเกิดเหตุการณ์ที่ลูกสาวคือนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ถูกวางกับดักให้รับสายสนทนาโดยลำพัง จนนำไปสู่การบันทึกเสียงและเผยแพร่คลิปเสียงในเวลาต่อมา

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการเดินทางของนายกรัฐมนตรีแพทองธารไปพบผู้นำกัมพูชา โดยมีรัฐมนตรีร่วมคณะ อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย และรัฐมนตรีต่างประเทศ อยู่ร่วมด้วย แต่กลับถูกปล่อยให้รอการติดต่อกว่า 3 ชั่วโมง ก่อนที่ฝ่ายกัมพูชาจะโทรศัพท์กลับมาในช่วงที่นายกรัฐมนตรีอยู่เพียงลำพัง จนนำไปสู่การเผยแพร่คลิปเสียงที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความร้าวฉานทางการทูต

นานทักษิณ เปิดเผยว่า เหตุการณ์นี้ “ไม่ใช่แค่ทำลายไทย แต่ยังทำลายความน่าเชื่อถือของกัมพูชาเอง” และตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีผู้ให้ข้อมูลฝ่ายตรงข้าม เพื่อจัดฉากให้เกิดการบันทึกและนำคลิปเสียงมาใช้โจมตีรัฐบาลไทยในเวลาต่อมา พร้อมยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างตนกับสมเด็จฮุนเซน “จบสิ้นแล้ว” และไม่สามารถพูดคุยใด ๆ ต่อกันอีก

ในประเด็นความมั่นคง นายทักษิณกล่าวว่า ได้รับรายงานเมื่อเดือนก่อนว่ามีกำลังทหารกัมพูชาจำนวน 12,000 นาย เคลื่อนพลเข้าสู่แนวชายแดน ซึ่งเขามองว่าเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพไทยโดยตรง จึงได้สั่งการให้มีการเตรียมความพร้อมทั้งทางอากาศและทางทะเล โดยเฉพาะการประจำการเฮลิคอปเตอร์และเรือที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงหากเกิดสถานการณ์ไม่คาดคิด

นอกจากนี้ นายทักษิณยังเชื่อว่า ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ อาจมาจากการเปิดโปงเครือข่าย Call Center ข้ามชาติ ซึ่งมีศูนย์บัญชาการในกัมพูชา และเชื่อมโยงกับการฟอกเงิน ผ่านบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำจากสหรัฐฯ โดยมีบุคคลใกล้ชิดผู้นำกัมพูชาเข้าไปเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน

“ผมพูดตั้งแต่ปลายปี 2567 แล้วว่าเศรษฐกิจของกัมพูชาเติบโตจากการดูดเงินคนไทยผ่าน Call Center ซึ่งตอนนี้ตำรวจไทยเริ่มดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องแล้ว รวมถึงคนใกล้ชิดของอดีตผู้นำกัมพูชาด้วย” นายทักษิณกล่าว

เมื่อถูกถามว่าความขัดแย้งในระดับผู้นำส่งผลต่อเสถียรภาพภูมิภาคหรือไม่ นายทักษิณประเมินว่า แม้สถานการณ์ยังไม่ถึงขั้น “ภาวะสงคราม” แต่เป็นความขัดแย้งบริเวณชายแดนที่สุ่มเสี่ยงจะบานปลาย หากไม่มีการสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาผ่านเวทีทวิภาคี เช่น JBC หรือ RBC/GBC

“ไทย–กัมพูชา ไม่ได้อยู่ในภาวะประกาศสงคราม เราจึงยังสามารถหาทางออกผ่านการเจรจาได้ หากทั้งสองฝ่ายมีเจตนาดี แต่เมื่ออีกฝ่ายปฏิเสธที่จะเข้าสู่โต๊ะเจรจา ทุกอย่างก็จะยากขึ้น” นายทักษิณกล่าว

นายทักษิณย้ำว่า ในฐานะอดีตนายกรัฐมนตรี เขา “ยังอยู่” และพร้อมทำหน้าที่ในฐานะพลเมืองที่ห่วงใยบ้านเมือง แม้จะไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมืองใด พร้อมเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นที่ตั้ง และหลีกเลี่ยงการใช้กลไกต่างประเทศมาบั่นทอนความมั่นคงของไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...