โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

จากสันเขื่อนดำดิ่งสู่ใต้น้ำ – อุโมงค์ใต้เขื่อน เช็คลิสต์อีกหนึ่งภารกิจเพื่อความมั่นคงทางพลังงานของ กฟผ.

77kaoded

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 16.22 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 09.21 น. • 77Kaoded

“เขื่อน” สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ ทำหน้าที่กักเก็บน้ำไว้สำหรับใช้ในภารกิจต่าง ๆ เมื่อเกิดภัยธรรมชาติอย่างพายุฝนฟ้าคะนองแรง ๆ หรือกระทั่งแผ่นดินไหว หลายคนอาจเกิดข้อสงสัยว่าเขื่อนจะแตก ร้าว รั่ว หรือไม่และ สิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่นี้มีการดูแลรักษาหรือการตรวจสอบความแข็งแรงได้อย่างไร?

ภารกิจดูแลเขื่อน กฟผ.

เขื่อน เครื่องมือสำคัญในการใช้เพื่อบริหารจัดการน้ำของประเทศ โดยทำหน้าที่กักเก็บและชะลอน้ำ เพื่อลดผลกระทบ ป้องกันน้ำท่วมผลักดันน้ำเค็ม มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อการชลประทานและการเกษตร ที่สำคัญคือเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นผลพลอยได้จากการระบายน้ำของเขื่อนอีกด้วย ดังนั้นความปลอดภัยแข็งแรงของเขื่อนจึงเป็นเรื่องที่ต้องได้รับการตรวจสอบและดูแลอย่างเข้มงวดและสม่ำเสมอ

การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) คือผู้รับหน้าที่นี้ โดยมีเขื่อนในการดูแลถึง 14 เขื่อนทั่วประเทศไทย มีเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญที่เรียกว่า ผู้รักษาความมั่นคงปลอดภัยเขื่อน คอยเฝ้าระวัง ตรวจวัด ติดตามและบำรุงรักษาเขื่อน เป็นประจำทุกวัน ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน เพราะจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความมั่นใจและอุ่นใจด้านความปลอดภัยทั้งแก่ประชาชนโดยรอบเขื่อน และประชาชนทั่วประเทศ

จากสันเขื่อนดำดิ่งลงสู่ใต้น้ำ

กระบวนการตรวจสอบเขื่อนของ กฟผ. เริ่มจากการตรวจสอบด้วยสายตา เช่น ที่เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ ผู้รักษาความมั่นคงปลอดภัยเขื่อน จะเริ่มด้วยการเดินตรวจบริเวณแนวสันเขื่อนที่เป็นหินถมซึ่งมีความลาดชันและสูงกว่า 140 เมตร (เทียบเท่ากับตึก 40 กว่าชั้น) เพื่อตรวจสอบการทรุดตัวของแนวหินทิ้งลาดท้ายเขื่อน และตรวจสอบสิ่งผิดปกติ จากนั้นจะใช้ ระบบ DS-RMS (Dam Safety Remote Monitoring System) เพื่อตรวจวัดพฤติกรรมเขื่อน และเก็บข้อมูลมาแสดงผลในรูปแบบกราฟ โดยจะสรุปสถานะความปลอดภัยของเขื่อนในสภาวะปกติ สภาวะแผ่นดินไหว และสภาวะน้ำหลาก แบ่งความปลอดภัยเขื่อนเป็น 3 สถานะ คือ ปกติ แจ้งเตือน และเฝ้าระวัง

จากนั้นผู้รักษาความปลอดภัยเขื่อนจะเดินลงบันไดที่มีความสูงราวตึก 15 ชั้น เพื่อไปยังอุโมงค์ของเขื่อน ซึ่งเป็นพื้นที่อับอากาศ มีความกว้างของรากฐานเกือบ 600 เมตร เพื่อตรวจสอบสภาพคอนกรีต และใช้เครื่องมือต่าง ๆ ตรวจวัดค่าที่เกี่ยวข้องให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตลอดเวลา

ไม่ใช่แค่เพียงบนผืนดินแต่ยังมีการตรวจสอบใต้น้ำด้วย ทีมนักประดาน้ำ ของ กฟผ. ที่เชี่ยวชาญสูงในการปฏิบัติงานภายใต้การทำงานที่ความลึกเกือบ 60 เมตร ผืนน้ำที่มืดมิดและมีแรงดันอากาศสูง นักประดาน้ำทุกคนจึงต้องผ่านการอบรมอย่างเข้มข้นทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อความพร้อมสำหรับภารกิจบำรุงรักษาอุปกรณ์ใต้น้ำ เช่น การเชื่อม การตัดต่ออุปกรณ์ เป็นต้น อีกทั้งต้องมีการอบรมและทดสอบนักประดาน้ำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง โดยปัจจุบันมีทีมนักประดาน้ำเกือบ 50 คน หากจุดใดที่นักประดาน้ำไม่สามารถปฏิบัติการได้ กฟผ. ก็จะใช้ยานสำรวจใต้น้ำ (Remotely Operated Vehicle : ROV) เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลมาวิเคราะห์ผล และวางแผนบำรุงรักษาต่อไปได้

ภารกิจดูแลและตรวจสอบเขื่อนเพื่อความมั่นคงปลอดภัย เป็นภารกิจที่ไม่ง่าย ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะ ที่มีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ เป็นหนึ่งในฟันเฟืองเล็ก ๆ ที่สำคัญ เพื่อให้เขื่อนได้ยืนหยัดทำหน้าที่สร้างประโยชน์ให้กับทุกชีวิตต่อไปได้อย่างมั่นคง ขณะเดียวกันก็ปลอดภัยสำหรับชุมชนโดยรอบและประชาชนทุกคน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...