โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“บล.กรุงศรี” มองเปิด Sandbox คริปโต หนุนกลุ่มบริการเด่น แนะเก็บ BDMS-CENTEL-AOT

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 17 ก.ค. 2568 เวลา 07.27 น. • เผยแพร่ 17 ก.ค. 2568 เวลา 01.00 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ท่ามกลางยุคเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัล หนึ่งในจุดเปลี่ยนสำคัญของไทยกำลังเริ่มต้นขึ้นเมื่อสำนักงาน ก.ล.ต. เตรียมเปิดพื้นที่ “Sandbox” ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติสามารถแปลง “คริปโตเคอร์เรนซี” เป็นเงินบาท เพื่อนำมาใช้จ่ายจริงในประเทศ ซึ่งไม่ใช่เพียงการทดสอบเชิงนวัตกรรม แต่สะท้อนถึงทิศทางยุทธศาสตร์ที่ต้องการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยผ่านเม็ดเงินนักท่องเที่ยวและการลงทุนในระบบใหม่

จากประเด็นดังกล่าว“ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” ได้ทำการรวบรวมความเห็นบทวิเคราะห์จากโบรกเกอร์ชั้นนำของนำมานำเสนอ เพื่อให้เห็นมุมมองและโอกาสการเข้าลงทุนกลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวโดยอาศัยข้อมูลและบทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) หรือ KSS ซึ่งระบุไว้ดังนี้ จากประเด็น ก.ล.ต. เตรียมเปิด Sandbox ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเปลี่ยน Crypto Currency เป็นเงินบาทใช้จ่ายในไทยและนำไปใช้จ่ายในประเทศไทย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมท่องเที่ยว

โดย KSS ประเมิน พื้นที่ Sandbox (จากกระแสก่อนหน้าคือ ภูเก็ต) โดยมองเป็นบวกต่อ Service Sector ดังนี้

-กลุ่มโรงแรมที่มีจำนวนห้องในพื้นที่ Sandbox ภูเก็ต อิง บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ SHR มากที่สุด ราว 42.2% ของจำนวนห้องรวมทั้งหมดในไทย, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL รองลงมาคือ 19.8% , บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT รองลงมาคือ 17% ตามลำดับ

-กลุ่มโรงพยาบาล ที่มีในพื้นที่ ภูเก็ต หลักๆคือ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด(มหาชน) หรือ BDMS

-กลุ่มสนามบิน คาดได้ประโยชน์จากนักท่องเที่ยวเร่งขึ้น อาทิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT (14% ของปริมาณผู้ใช้บริการ) โดยรวมประเมินบวกต่อภาพรวม จากการดึงเม็ดเงินใหม่เข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ สร้างการหมุนเวียนเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ขณะที่คงมุมมองบวกต่อหุ้นกลุ่มบริการ เน้น BDMS, CENTEL, AOT

ด้านสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. เห็นความสำคัญในการนำนวัตกรรมทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลมาสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของประเทศไทย จึงมีแนวคิดที่จะเปิด Sandbox ในการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาเปลี่ยนเป็นเงินบาทและนำไปใช้จ่าย สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพื่อเพิ่มทางเลือกและความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลเข้ามาท่องเที่ยวและใช้จ่ายในประเทศไทย

ทั้งนี้ เป็นการต่อยอดจากระบบนิเวศเดิม ทั้งระบบการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-money) โดยยังคงมีการป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสมเพียงพอ

อีกทั้งเบื้องต้น ก.ล.ต. กำหนดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ต้องการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นเงินบาทและนำไปชำระเงินค่าสินค้าและบริการกับร้านค้า ต้องเปิดบัญชีและดำเนินการผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และผู้ประกอบธุรกิจ e-money ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

โดยภายใต้ Sandbox ซึ่งมีการควบคุมดูแลและป้องกันความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องผ่านหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอย่างเหมาะสม โดยไม่มีการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ชำระเงินค่าสินค้าและบริการ (Means of Payment) กับร้านค้า

สำหรับผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วม Sandbox ต้องเป็นผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล และมีความพร้อมในการดำเนินการตามรูปแบบ ขอบเขต และหลักเกณฑ์ของ Sandbox โดยต้องสมัครและได้รับความเห็นชอบให้เข้าร่วม Sandbox จาก ก.ล.ต.

รวมไปถึงเมื่อได้รับความเห็นชอบแล้วจะมีระยะเวลาในการให้บริการภายใต้ Sandbox ไม่เกิน 18 เดือน โดย ก.ล.ต. อาจพิจารณาขยายกรอบระยะเวลาทดสอบเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการดำเนินการทดสอบได้

อย่างไรก็ตามผู้เข้าร่วม Sandbox สามารถให้บริการได้เฉพาะนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมายังประเทศไทยและพำนักอยู่ในประเทศไทยชั่วคราว โดยต้องทำความรู้จักตัวตนของผู้ใช้บริการ (KYC/CDD) ตามเกณฑ์ของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลตามประเภทใบอนุญาตที่ได้รับ

รวมทั้งมีการเชื่อมต่อกับผู้ประกอบธุรกิจ e-money ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. เพื่อให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ
นำเงินบาทที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลไปซื้อสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การสแกน QR code เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วม Sandbox ต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น การรวบรวมและประเมินข้อมูลผู้ใช้บริการ การตรวจสอบแหล่งที่มาของสินทรัพย์ดิจิทัลที่นำมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาท การรายงานข้อมูลต่อ ก.ล.ต. และแผนรองรับการออกจาก Sandbox เป็นต้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...