โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MPJ ลุยขนส่งข้ามแดนเจาะ “ตลาด CLMV-ตะวันออกกลาง” มั่นใจรายได้ปีนี้โต 20%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.28 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.28 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำด้านโลจิสติกส์แบบครบวงจรและผู้นำด้านบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ เปิดเผยว่า จากปัจจัยความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกา ภายใต้รัฐบาลของประธานาธิบดี ทรัมป์ เริ่มเห็นสัญญาณเชิงลบต่อการดำเนินธุรกิจภาพรวมอุตสาหกรรมทางธุรกิจโดยรวม

โดยเฉพาะจากการชะลอคำสั่งซื้อของคู่ค้าในบางกลุ่มอุตสาหกรรม ต่อประเด็นดังกล่าวบริษัทฯ ได้วางแผนเพื่อรองรับต่อสถานการณ์ดังกล่าวไว้แล้ว โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องการกระจายตลาด รวมถึงวางแผนบริหารความเสี่ยงแบบ Proactive มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้บริษัทฯ ยังเพิ่มโอกาสในการขยายตลาด และขยายช่องทางการขนส่งในประเทศและข้ามแดน สู่เส้นทางการค้าเพื่อสร้างเครือข่ายโลจิสติกส์ในภูมิภาคมากขึ้น โดยเพิ่มสัดส่วนทางการค้าในกลุ่ม CLMV และตะวันออกกลาง ควบคู่กับการปรับกลยุทธ์ด้านบริหารจัดการต้นทุน บริหารความเสี่ยงทางธุรกิจ การควบคุมค่าใช้จ่าย และการบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่เหลือของปี

ทั้งนี้หากประเมินแนวโน้มธุรกิจในครึ่งปีแรกบริษัทฯ มองว่ายังเป็นไปตามกรอบที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่าต้องเผชิญความท้าทายท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว จนทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจทั่วโลกเกิดความผันผวนจนเกิดโดมิโนทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม แม้เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงฟื้นตัว และอัตราดอกเบี้ยยังทรงตัวในระดับสูง แต่ MPJ ก็ยังสามารถรักษาระดับการให้บริการหลักไว้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ได้รับผลกระทบเชิงลึกจากต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากได้ดำเนินการปลดหนี้และปรับโครงสร้างทางการเงิน เป็นที่เรียบร้อยส่งผลให้ ณ สิ้นไตรมาส 1/2568 บริษัทฯ มีกระแสเงินสด อยู่ที่ระดับ 96.75 ล้านบาท

“ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในครึ่งปีแรก ยังเป็นไปตามแผนที่วางไว้ และเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปัจจัยสนับสนุนจากการลงทุนภาครัฐในโครงสร้างพื้นฐาน การเติบโตของอีคอมเมิร์ซ และการนำเทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพ และการขยายตลาดต่างประเทศมีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม CLMV และตะวันออกกลาง อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามอง เช่น ความผันผวนทางเศรษฐกิจโลกและต้นทุนขนส่งที่สูงขึ้น”

นายจีระศักดิ์ กล่าวอีกว่า ล่าสุดบริษัทฯ ได้เริ่ม Test run ส่วนขยายเครือข่ายการขนส่งภายในประเทศ ตามแผนเดิมที่ต้องการขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหาก Test run ประสบความสำเร็จตามที่วางไว้ จะเพิ่มโอกาสให้บริษัทฯ สามารถลงนาม MOU ทั้งในส่วนงานของ รัฐวิสาหกิจ และส่วนงานลูกค้าเดิมที่สัญญาเดิมหมดไปแล้ว ให้กลับมาต่อสัญญาตามปกติได้ และคาดว่าจะมีการยื่น Bidding เพิ่มเติม ในส่วนงานใหม่ ๆ ของกลุ่มลูกค้าเดิมด้วย

อีกทั้ง บริษัทฯ ยังคงเตรียมแผนระยะกลางถึงยาวสำหรับการรักษาคุณภาพการให้บริการ และนำระบบนวัตกรรม (Innovation System) ใหม่ ๆ มาใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพการให้บริการและ Efficiency ให้ดีขึ้นเพื่อรักษาฐานลูกค้าในระยะยาว ซึ่งจากแผนกลยุทธ์ดังกล่าว ส่งให้บริษัทฯ ตั้งเป้าอัตราการเติบโตของรายได้รวมในปี 2568 เพิ่มขึ้น 20 %

ขณะที่เดียวกันบริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์นโยบายการค้าของสหรัฐอเมริกาอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งมีการปรับกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับภาพรวมทางธุรกิจ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการดำเนินงานอย่างยั่งยืน โดยได้มีการลงทุนในระบบ TMS, CDMS และ ERP เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการให้บริการ และพัฒนาโครงการ Green Logistics อาทิ Solar Cell และ EV เพื่อสร้างความแตกต่าง และเพิ่มโอกาสในการแข่งขัน รวมถึง มุ่งเน้นพัฒนาในในแต่ละธุรกิจของบริษัทฯ ตามนโยบาย การวางกลยุทธ์เฉพาะด้านที่เหมาะสมกับลักษณะของลูกค้าแต่ละกลุ่ม โดยเฉพาะการขยายลานตู้ ทั้งในกรุงเทพฯ และแหลมฉบัง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการให้บริการและสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...