โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

น้ำท่วมจากพายุวิภาทำให้ผู้คนหลายร้อยในเวียดนามต้องอพยพ

ไทยโพสต์

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 21.42 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 14.38 น.

น้ำท่วมที่เกิดจากพายุวิภาทำให้ผู้คนหลายร้อยครอบครัวถูกตัดขาดจากหมู่บ้านต่างๆ ในภาคกลางของเวียดนาม

หมู่บ้านที่ถูกน้ำท่วมในจังหวัดเหงะอาน ทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของเวียดนาม เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม หลังจากฝนตกหนักเพราะอิทธิพลของพายุวิภา (Photo by AFP)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันพุธที่ 23 กรกฎาคม 2568 กล่าวว่า พายุโซนร้อน "วิภา (Wipha)" ที่ปัจจุบันอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ได้ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในภาคกลางของเวียดนาม

ประชาชนราว 12,500 คนต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงภัยสูงในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก่อนการมาของพายุในวันอังคาร โดยฝนที่ตกหนักส่งผลให้เกิดทั้งดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน

เจ้าหน้าที่ในจังหวัดเหงะอานกล่าวว่า โรงไฟฟ้าบ๋านเวซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในพื้นที่ มีระดับน้ำสูงจนเป็นอันตราย จึงจำเป็นต้องปล่อยน้ำออกมาจากอ่างเก็บน้ำ

เมื่อคืนวันอังคาร หลายชุมชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูงถึงหลังคาบ้านเรือน ทำให้ชาวบ้านต้องอพยพไปยังพื้นที่สูง

"ระดับน้ำในปีนี้สูงกว่าและเลวร้ายกว่าที่เราเคยคิดว่าเป็นน้ำท่วมครั้งประวัติศาสตร์ในปี 1988 มาก เราไม่รู้จริงๆ ว่าควรทำอย่างไร เพราะน้ำได้ท่วมถึงยอดบ้านเรือนของเราแล้ว" ชาวบ้านในพื้นที่กล่าว

เจ้าหน้าที่กล่าวว่า ชาวบ้านกว่า 200 ครัวเรือนในตำบลเอียนฮวาถูกตัดขาดจากเส้นทางหลักซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมฉับพลัน

ก่อนหน้านี้ พายุวิภาคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 6 รายในฟิลิปปินส์ซึ่งประชาชนหลายหมื่นคนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน และบางส่วนของกรุงมะนิลายังคงถูกน้ำท่วมในวันอังคาร

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์กำลังก่อให้เกิดสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นและอาจทำให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงได้มากขึ้น

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา พายุหมุนฉับพลันและสภาพอากาศที่ผิดปกติเพิ่งทำให้เรือนำเที่ยวพลิกคว่ำในอ่าวฮาลองของเวียดนาม และคร่าชีวิตผู้คนไป 37 ราย รวมถึงเด็กจำนวนหนึ่ง

และในเดือนกันยายน 2024 พายุไต้ฝุ่นยางิได้พัดถล่มภาคเหนือของเวียดนาม ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 345 ราย และสร้างความสูญเสียทางเศรษฐกิจประมาณ 3,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...