โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ตำรวจจับหนุ่มส่งขึ้นศาลหลังฆ่าโหดลูกสุนัข จับฟาดกับรถจนตาย

เดลินิวส์

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 17.34 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 14.00 น. • เดลินิวส์
อดีตนักเรียนโรงเรียนเอกชนชื่อดังถูกส่งตัวขึ้นศาล หลังจากถูกกล่าวหาว่าทำร้ายลูกสุนัขจนตายอย่างทารุณในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา คูเปอร์ โอเวนส์ วัย 21 ปีปรากฏตัวต่อหน้าศาลออสเตรเลียหลังจากโดนตำรวจจับกุมในข้อหาทารุณกรรมสัตว์ด้วยการทรมาน, ทุบตีและทำร้ายสัตว์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

โอเวนส์โดนกล่าวหาว่า หลังจากที่เขาจอดรถที่ลานจอดรถริมถนนแซนด์เกต เมืองนิวแคสเซิล รัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย เขาก็นำลูกสุนัขของตัวเองออกมาจากรถและฟาดร่างของมันเข้ากับรถของเขา

โฆษกตำรวจกล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ว่า "ทางตำรวจได้รับแจ้งว่า การทำร้ายยังคงดำเนินต่อไปก่อนที่จะนำร่างลูกสุนัขเก็บกลับเข้าไปในรถ"

โอเวนส์ถูกจับกุมที่บ้านหลังหนึ่งในพอร์ตสตีเฟนส์เมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พร้อมกับเสื้อผ้า ผ้าคลุมเบาะรถยนต์ และโทรศัพท์มือถือที่ถูกยึดไปเพื่อตรวจสอบเพิ่มเติม

หลังจากนั้น พวกเขาก็พบร่างของลูกสุนัขที่ตายแล้วแถวถนนโพราเวย คูราแกง ซึ่งเป็นเส้นทางในป่าที่ห่างจากลานจอดรถที่เกิดเหตุประมาณ 20 นาที

โอเวนส์ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวแบบมีเงื่อนไขเข้มงวดเมื่อวันจันทร์ โดยผู้พิพากษา เอลิซาเบธ บุชบี ชี้ถึงข้อกล่าวหาดังกล่าวว่า "น่าสะเทือนใจ"

เงื่อนไขการประกันตัวของโอเวนส์นั้นเขารวมถึง ห้ามเป็นเจ้าของหรือครอบครองสัตว์ใดๆ และ ต้องเข้ารับการประเมินสุขภาพจิตด้วย

สำนักข่าว 7NEWS ของออสเตรเลียรายงานว่า โอเวนส์เคยเป็นอดีตนักเรียนของเซนต์ ฟิลิปส์ คริสเตียน คอลเลจ โรงเรียนเอกชนชื่อดังในภูมิภาคพอร์ตสตีเฟนส์

ที่มา : nypost.com

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...