โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

KKP เตือนเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังส่อแววถดถอย รับพิษนักท่องเที่ยวหด-ส่งออกเสี่ยง-การเมืองกดดัน

Manager Online

เผยแพร่ 04 ก.ค. 2568 เวลา 01.57 น. • MGR Online

กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP) ประเมินเศรษฐกิจไทยเผชิญความท้าทายรอบด้านช่วงครึ่งปีหลัง คาดยอดนักท่องเที่ยวต่ำกว่าเป้า การเจรจาภาษีกับสหรัฐฯ สุ่มเสี่ยงกระทบส่งออกและการย้ายฐานการผลิต ด้านการเมืองยังเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ หวั่น GDP ปีนี้โตเพียง 1.6% และอาจลดลงเหลือ 1.4% หากงบประมาณปี 2569 ไม่ผ่าน แนะกระจายพอร์ตไปต่างประเทศเลี่ยงความผันผวนหุ้นไทย มองกรอบ SET ครึ่งปีหลัง 1,000-1,230 จุด

นายพิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP คาดว่า GDP ของไทยในปี 68 จะเติบโต 1.6% โดยเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลังมีโอกาสชะลอตัวจากแรงกดดันสารพัด โดยเฉพาะจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงจากที่หลายคนมองว่าปีนี้น่าจะเติบโตได้ 7-8% แต่ปัจจุบันติดลบไปแล้ว 4% นักท่องเที่ยวจีนหายไปถึง 40% เป็นแรงกดดันที่สำคัญ เพราะปีที่ผ่านมามีจำนวนนักท่องเที่ยว 35.5 ล้านคน แต่ปีนี้ประเมินว่าจะเหลือเพียง 34 กว่าล้านคน ดังนั้นแทนที่จะเป็นแรงส่งให้เศรษฐกิจ กลับเป็นแรงดึง และยังไม่มีสัญญาณเครื่องจักรตัวอื่นเข้ามาช่วยเศรษฐกิจ

เรื่องถัดมาคือเรื่องความสามารถในการแข่งขัน และมีผลต่อการส่งออก แม้ไตรมาส 1-2 การส่งออกจะดีมาก แต่ไม่ได้สะท้อนไปที่ภาคการผลิตเท่าที่ควร ตัวเลขในเดือนเม.ย.-พ.ค.68 การส่งออก +18% แต่ภาคการผลิต +1.9% แสดงว่าภาคการผลิตไม่ได้ดีขึ้นเหมือนส่งออก อีกทั้งยังมีเรื่องการเจรจาการค้ากับสหรัฐมาเป็นปัจจัยเสี่ยงอีก

ขณะที่การปล่อยสินเชื่อภาคธนาคารที่หดตัวต่อเนื่องมาหลายไตรมาส ซึ่งกระทบกับการบริโภคที่ต้องการสินเชื่อ เช่น รถยนต์ ภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลต่อเนื่องถึงภาพรวมเศรษฐกิจ จะเห็นได้จากภาคการผลิตรถยนต์และภาคอสังหาริมทรัพย์หดตัวต่อเนื่อง ฉะนั้น ภาพเศรษฐกิจครึ่งปีหลังน่ากังวล

นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังถูกกดันด้วยปัญหางการเมือง ซึ่งก่อนหน้ากังวลว่าหากยุบสภาก่อนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 69 ผ่านสภาฯ อาจทำให้เกิดความล่าช้าของงบลงทุน ซึ่งจะกดดันให้ GDP ลดลง 0.2% เหลือเติบโตได้เพียง 1.4% ในปีนี้ ซ้ำเติมภาวะเศรษฐกิจ แต่การเมืองปัจจุบันมีพัฒนาการที่ดีขึ้นมาบ้างดูเหมือนจะลดความเสี่ยงตรงนี้ไป

อย่างไรก็ดี ยังน่ากังวลประเด็นการเจรจาการค้ากับสหรัฐ ซึ่งล่าสุดผลเจรจากับเวียดนาม สหรัฐกำหนดอัตราภาษีที่ 20% โดยมองว่าขนาดเวียดนามยอมลดเงื่อนไขกับสหรัฐมากแล้วยังถูกเก็บภาษี 20% ดังนั้น ไทยมีความเสี่ยงที่จะถูกเรียกเก็บภาษีสูงกว่าเวียดนามหรือไม่ และเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งประเทศอื่น อาทิ จีน เวียดนาม เกาหลี มาเลเซีย ถ้าหากไทยจ่ายภาษีมากกว่า ไม่ใช่เพียงเรื่องความสามารถในการแข่งขัน แต่การลงทุนของต่างชาติจะมีปัญหาแน่นอน รวมถึงราคาน้ำมันที่มีโอกาสผันผวน

"ถ้าครึ่งปีหลังเราไปโดนจริงๆในอัตราที่สูงขึ้น ดีมานด์หายไปด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว และถ้าเราสูงกว่าการย้ายฐานการผลิตก็น่าจะเห็น การลงทุนก็จะได้รับผลกระทบด้วย"นายพิพัฒน์ กล่าว

ดังนั้น KKP จึงคาดว่าเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังจะลดลงและชะลอต่อเนื่องไปถึงปี 69 ซึ่งคาดว่า GDP จะเติบโต 1.5% ก่อนจะฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง เศรษฐกิจไทยติดหล่มชั่วคราว ตัวเลขนักท่องเที่ยวตกเป็นแรงกดดัน ส่วนค่าเงินบาทแข็งค่ามาจากเงินดอลลาร์อ่อนค่าแต่เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่น เงินบาทแข็งค่าทั้งที่ไม่มีปัจจัยพื้นฐานมาสนับสนุนมากนัก ดุลบัญชีเดินสะพัดไม่ดีขึ้น แต่ระยะกลางถึงระยะยาวคาดว่าเงินบาทน่าจะอ่อนค่า ให้กรอบ 32-36 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ด้านนายทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน KKP กล่าวว่า หุ้นไทยผันผวนและแย่กว่าหุ้นโลก โดยครึ่งปีหลังหุ้นไทยจะผันผวนคล้ายๆ กับครึ่งปีแรก แต่มีปัจจัยการเมืองเข้ามาด้วย มองว่าอัพไซด์จำกัดในช่วง 6-12 เดือน เรายังแนะนักลงทุนกระจายพอร์ตการลงทุนไปต่างประเทศ เพราะระยะสั้นยังเจอแรงกดดันหลายอย่าง ระยะยาวมีปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ KKP ให้กรอบดัชนี SET ครึ่งปีหลังที่ 1,000-1,230 จุด แนะหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล-สื่อสาร

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...