KKPชูกลุ่มรพ.-สื่อสารปลอดภัย คาดGDPโต1.6%-ปัจจัยลบเพียบ
#KKP #ทันหุ้น – KKP คาด GDP ไทยปี 2568 เติบโต 1.6% หลังมองประเด็นการเมืองผ่อนคลาย-แววเบิกจ่ายงบปี 2569 ไม่ล่าช้า มองมีลุ้นเจรจาภาษีสหรัฐตามคาดหวัง หลังเวียดนามปิดจ๊อบได้ส่วนลดเหลือเก็บเพียง 20% จากเดิม 46% ฟากบล.เกียรตินาคินภัทร ส่องหุ้นไทยแกว่งตัว แนะกลุ่มโรงพยาบาล-สื่อสาร หุ้นปลอดภัย
ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร หรือ KKP เปิดเผยว่า ทางกลุ่มคาดแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย (จีดีพี หรือ GDP) ในปี 2568 มีโอกาสเติบโตราว 1.6% (อิงเบิกจ่ายบประมาณไม่ล่าช้า) เมื่อเทียบกับปี 2567 หลังแนวโน้มความกังวลเกี่ยวกับประเด็นการเบิกจ่ายประมาณปี 2569 เริ่มผ่อนคลาย ผลจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่เริ่มดูดีขึ้นส่วนในแง่ GDP ในปี 2569 มองเติบโต 1.5%
*ลุ้นเจรจาภาษีฉลุย
ขณะที่เรื่องเกี่ยวกับการเจรจาภาษีตอบโต้กับทางสหรัฐอเมริกาที่คืบหน้าขึ้น หลังล่าสุดทางนายพิชัย ชุณหวชิระ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและทีมเจรจาของไทยนั้นได้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อดำเนินการเจรจาในรอบแรกแล้ว โดยเชื่อว่ามีโอกาสที่ทางทีมจะสามารถเจรจาให้ไทยได้รับส่วนลด (Discount) ราว 50% จากตัวเลขเดิมที่ทางสหรัฐอเมริกาจะเรียกเก็บภาษีตอบโต้สินค้าที่นำเข้าจากไทยในอัตราสูงถึง 36% ให้ปรับลงมาเหลือ 18% ในทิศทางเดียวกับประเทศเวียดนาม
ทั้งนี้ ล่าสุดทางเวียดนาม บรรลุข้อตกลงการค้ากับสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้อัตราภาษีที่จะถูกเรียกเก็บอยู่ที่ 20% จากก่อนหน้าที่อาจโดนสูงถึง 46%
พร้อมกันนี้ยังรวมถึงเรื่องนักท่องเที่ยวต่างชาติที่หดตัวจากปีก่อนซึ่งถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่หลังช่วงโควิดโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ในช่วงตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน(YTD) ติดลบกว่า40%จากช่วงเดียวกันปีก่อนโดยการท่องเที่ยวถือเป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจไทยในช่วง2ปีที่ผ่านมาอีกทั้งคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปีนี้จะทำได้เพียง34ล้านคนจากปีก่อนที่35.5 ล้านคนจึงทำให้จากเดิมที่คิดว่าเป็นแรงส่งของเศรษฐกิจกลับมาเป็นแรงฉุดแล้ว
ส่วนในแง่ความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมไทยที่ชะลอตัวและความไม่แน่นอนของภาคการส่งออกซึ่งแม้ว่าจะเห็นไตรมาส2/2568 การส่งออกดีมากแต่ไม่ได้สะท้อนการผลิตมากเท่าที่ควรซึ่งดูจากตัวเลขเดือนเมษายน -พฤษภาคม 2568 การส่งออกเพิ่มขึ้น 18% แต่ภาคการผลิตกลับเพิ่มขึ้นเพียง1.9%สะท้อนให้เห็นว่าที่ส่งออกไปไม่ได้ทำให้ภาคการผลิตดีขึ้นเลยหลังจากหดตัวต่อเนื่องในช่วง2ปีที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ภาพรวมการปล่อยสินเชื่อของภาคธนาคารพาณิชย์ที่หดตัวต่อเนื่องมาหลายไตรมาส ซึ่งเป็นผลกระทบต่อเรื่องการบริโภคในสินค้าที่ต้องการสินเชื่อ เช่น รถยนต์และอสังหาริมทรัพย์นั้นถือเป็นอีกปัจจัยที่ต้องติดตาม เพราะมีผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจ หลังเห็นยอดการผลิตรถยนต์และยอดขายอสังหาริมทรัพย์ยังชะลอตัว
ขณะเดียวกันยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามเรื่องความขัดแย้งในหลายประเทศหรือภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกยังมีความไม่แน่นอนที่อาจจะมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทยอีกทางหนึ่งด้วย
ชูรพ.-สื่อสารหุ้นปลอดภัย
นายทวีศักดิ์ เผ่าพัลลภ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์เศรษฐกิจและการลงทุน สายงานที่ปรึกษาและบริหารการลงทุนลูกค้าบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เกียรตินาคินภัทร จำกัด เปิดเผยว่า ทางฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่าภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งหลังปี 2568 ยังคงแกว่งตัว โดยประเมินแนวต้านไว้ที่ 1,230 จุด ส่วนกรอบแนวรับอยู่ที่ 1,000 จุด
ขณะที่แนวทางการลงทุนในช่วงที่เหลือปี 2568 นั้นยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม อาทิ การเจรจาภาษีตอบโตกับทางสหรัฐอเมริกาของไทย ซึ่งจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อภาพรวมการส่งออกในช่วงที่เหลือปี 2568, การท่องเที่ยว, การเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาล
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางปัจจัยความไม่แน่นอนต่างๆ หากต้องการลงทุนนั้นทางฝ่ายวิเคราะห์ให้คำแนะนำ ลงทุนในหุ้นปลอดภัย อาทิ กลุ่มโรงพยาบาล (รพ.) และกลุ่มสื่อสาร เนื่องจากกลุ่มที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งและมีรายได้ที่มั่นคง
ขณะที่บรรยากาศการซื้อขายของตลาดหุ้นไทย วานนี้ (3 ก.ค.68) ปิดตลาดที่ระดับ 1,127.21 จุด บวก 11.52 จุด หรือคิดเป็น +1.03% โดยมีมูลค่าซื้อขายราว 3.48 หมื่นล้านบาท