โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อเดือนพ.ค.ติดลบ 0.57% ดีกว่าตลาดคาด ส่วนทั้งปีหั่นเป้าลงอยู่ที่ 0-1%

efinanceThai

เผยแพร่ 06 มิ.ย. 2568 เวลา 07.55 น.

พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อเดือนพ.ค.ติดลบ 0.57% ดีกว่าตลาดคาด ส่วนทั้งปีหั่นเป้าลงอยู่ที่ 0-1%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -6 มิ.ย. 68 14:55 น.

พาณิชย์ เผยเงินเฟ้อทั่วไปพ.ค. 68 ลดลงมาอยู่ที่ 0.57% จากราคาอาหารสดเป็นหลัก พร้อมปรับคาดการณ์เงินเฟ้อปีนี้ลดลงมาอยู่ที่ 0-1% ภายใต้สมมติฐานจีดีพีโต 1.3-2.3%

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า และโฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมาอยู่ที่ 100.40 ลดลง 0.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่อยู่ที่ 100.98 ขณะที่นักวิเคราะห์ ประเมินว่า เงินเฟ้อในเดือนนี้ จะลดลงประมาณ 0.8% ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานเดือนนี้ อยู่ที่ 1.09%

ขณะที่เฉลี่ย 5 เดือน เงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ 0.48% ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 0.95%

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้ปรับประมาณการอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้มาอยู่ที่ 0-1% จาก 0.3-1.3% โดยมีค่ากลางที่ 0.5% ภายใต้สมมติฐานจีดีพี 1.3-2.3% ราคาน้ำมันดิบดูไบ 63-73 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยนทั้งปีที่ 33.5-34.5 บาทต่อดอลลาร์

“การปรับการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน และหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญจะมีการทบทวนอีกครั้ง”นายพูนพงษ์ กล่าว

สำหรับปัจจัยหลักที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน พ.ค. ปรับลดลง เป็นผลจากการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มอาหารสด โดยเฉพาะผักสด ผลไม้สด และไข่ไก่ จากปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศที่เอื้ออำนวย รวมทั้งการลดลงของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน คือ ค่ากระแสไฟฟ้า แก๊สโซฮอล์ และน้ำมันเบนซิน ตามสถานการณ์ราคาพลังงานในตลาดโลก อย่างไรก็ตามอัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือนเม.ย. 68 ลดลง 0.22% อยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อต่ำ โดยอยู่ในระดับต่ำอันดับที่ 7 จาก 133 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข

นายพูนพงษ์ กล่าวว่า ประเมินอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือน มิ.ย. 68 จะอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยดังนี้

1.ราคาน้ำมันดิบดูไบในตลาดโลกต่ำกว่าปีก่อนหน้าอย่างมีนัยสำคัญ และจะส่งผลให้ราคาแก๊สโซฮอล์ภายในประเทศปรับตัวลดลง

2.ภาครัฐมีแนวโน้มดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับลดราคาค่ากระแสไฟฟ้างวดเดือน พ.ค.-ส.ค.

3.ฐานราคาผักสดในปีก่อนหน้าที่อยู่ในระดับสูง เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ขณะที่ในปีนี้ สภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการเพราะปลูกมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ระบบมากขึ้น

ส่วนปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น คือ ราคาสินค้าเกษตรบางชนิด และเครื่องประกอบอาหารมีแนวโน้มสูงกว่าปีก่อน เช่น มะพร้าว มะขามเปียก กาแฟ เกลือป่น น้ำมันพืช และเนื้อสุกร เป็นต้น

นายพูนพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อในเดือน มิ.ย. จะกลับมาเป็นบวกได้ โดยคาดว่าจะอยู่ที่ 0.2-0.4% เป็นผลจากฐานในเดือนเม.ย. เพราะฐานค่อนข้างสูง และเดือนมิ.ย.ฐานจะปรับลดลงมา โดยไตรมาส 2/68 ประเมินอัตราเงินเฟ้อจะอยู่ที่ -0.1% ถึง 0% ส่วนไตรมาส 3/68 จะอยู่ที่ 0.1-3% ส่วนไตรมาส 4/68 คาด 0.7-0.9%

เรียบเรียง โดย ภัทราภรณ์ เกียรตินันท์
อีเมล์. pattraporn@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...