3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า จีน-สหรัฐฯ ผ่อนคลาย-ผ่อนปรน การสนทนาทางโทรศัพท์ระหว่าง ปธน.ทรัมป์และปธน.สี จิ้นผิง ตกลงที่จะเดินหน้าเจรจาเพื่อยุติข้อพิพาททางการค้าและแร่ธาตุหายาก (Rare Earths) หลังเดือนที่แล้วณ กรุงเจนีวาผู้นำด้านการค้าของสหรัฐฯ และจีนเพิ่งตกลงกันจะลดภาษีเป็นเวลา 90 วัน รวมทั้งทรัมป์เตรียมเดินทางเยือนจีน ตามคำเชิญของ ปธน. สี จิ้นผิง พร้อมเชิญสี จิ้นผิงเยือนสหรัฐฯ ธีมการลงทุน Chaina Play ได้แก่หุ้น BANPU, SCC, PTTGC, IVL, AMATA และ WHA น่าจะแข็งกว่าตลาดฯ
-สหรัฐฯ-คืนนี้ติดตามตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตร พ.ค. ตลาดคาดเพิ่มเพียง 130,000ตำแหน่ง ซึ่งจะเพิ่มเหตุผลให้เฟด มีโอกาสการปรับลงดอกเบี้ยรอบประชุม ก.ย. เพิ่มขึ้น ขณะที่คาดการณ์อัตราการว่างงานจะทรงตัว4.2%
-เวลา 13.30 น. ไทย-เงินเฟ้อ พ.ค. Consensus คาด Headline CPI จะชะลอ -0.83%YoY (ติดลบเป็นเดือนที่สอง เม.ย. -0.22%) และ Core CPI ชะลอแตะ 0.95%YoY ต่ำกว่าเป้าระยะกลาง 1-3% ขณะที่ จีดีพีง วดไตรมาส 2/68 มีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าไตรมาส 1/68 ที่ขยายตัว 0.7%QoQ และ 3.1%YoY หากเป็นเช่นนั้นไทยจะเข้าสู่ Technical Recession
-เสี่ยงที่การเมืองไทย 12 มิ.ย. แพทย์สภานัดประชุมเพื่อลงมติยืนยันหรือเปลี่ยนแปลงมติเดิม ที่เคยลงโทษแพทย์ 3 คน กรณีเกี่ยวข้องการรักษานายทักษิณที่โรงพยาบาลตำรวจ แม้ รมว.สาธารณสุขจะใช้สิทธิวีโต้ แต่มีแนวโน้มว่า เสียงสนับสนุนมติเดิมยังคงมีมากกว่า 2 ใน 3 ซึ่งอาจทำให้มติลงโทษยังคงอยู่ตามเดิม และ13 มิ.ย. 9.30 น. ศาลฎีกานัดไต่สวนกรณีบังคับโทษจำคุกของนายทักษิณ โดยพิจารณาว่าการพักรักษาตัวที่รพ. ตำรวจชั้น 14 เป็นไปตามกม. หรือไม่
-SET INDEX บ่ายคาด วิ่งในกรอบระหว่าง 1,127-1,145 จุด โดยยังคงมีแนวโน้มเป็นคลื่น 5ของคลื่น C ใน “Corrective Zigzag” ในภาพใหญ
บล.เอเอสแอล ระบุว่าดัชนีช่วงเช้าปรับตัวลงจากแรงขาย DELTA ที่กดดันตลาดกว่า 3.5 จุด จากกมาตรการ Capped weight รวมถึงแรงขายหุ้น GULF และ TOP ที่กดดัน Sentiment บวก หลังมีข่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี สีจิ้นผิงเมื่อวานนี้ แต่ก็ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนออกมา นอกจากนี้ นักลงทุนยังอยู่ระหว่างรอติดตามตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตราเดือน พ.ค. ของสหรัฐในคืนนี้ เพื่อหาสัญญาณการดำเนินนโยบายการเงินของเฟดในระยะถัดไป
ส่วนสัปดาห์หน้าติดตาม ตัวเลขเศรษฐกิจจีน ได้แก่เงินเฟ้อ พ.ค. คาด +0.4% YoY และ PPI คาด+3.0% YoY , ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ได้แก่เงินเฟ้อ พ.ค. คาด +2.5% YoY ซึ่งหากต่ำกว่าคาดอาจช่วยหนุนการคาดการณ์เฟดลดดอกเบี้ยในการประชุม 18 มิ.ย. และสถานการณ์การเมืองไทย และความขัดแย้งกับกัมพูชา
กลยุทธ์การลงทุน ดัชนีเปิดปรับตัวลงเข้าใกล้แนวรับ neckline ก่อนหน้าที่ 1,130 จุด หากต่ำกว่าจะเสียโมเมนตัมทางเทคนิค มีโอกาสปรับตัวลงต่อ ควรชะลอการลงทุน
บล.โกลเบล็ก ระบุว่าดัชนียืนในแดนลบ เนื่องจากยังขาดปัจจัยใหม่เข้ามากระทบ อีกทั้งยังมีความไม่แน่นอนเรื่องการเก็บภาษีของสหรัฐกับประเทศต่างๆ เป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม มองกรอบดัชนีช่วงบ่ายอยู่ที่ 1,125-1,140 จุด
ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนีปรับตัวลง จากความกังวลสถานการณ์ตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา และความไม่แน่นอนเรื่องการเก็บภาษีนำเข้าของสหรัฐกับประเทศต่างๆ เป็นปัจจัยกดดันดัชนี มีแรงขายมากในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน และค้าปลีก ขณะที่วันนี้นักลงทุนจับตาการประกาศตัวเลขการจ้างงานสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ทิศทางอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยงปิดที่ 1,132.44 จุด ลบ 8.19 จุด หรือ 0.72% มีมูลค่าการซื้อขาย 18,430 ล้านบาท