เปิด 14 หุ้นอรหันต์ ผลงานแข็งแกร่ง!
หุ้นวิชั่น
อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2568 เวลา 02.53 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้นหุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงานบริษัทหลักทรัพย์ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) คาดว่า SET Index จะปรับตัวในแดนลบ เข้าสู่กรอบ 1,100-1,115 จุด โดยมีประเด็นกดดันหลังทรัมป์ส่งจดหมายถึงประเทศไทย ยืนยันเดินหน้าเก็บภาษี 36% เริ่มวันที่ 1 ส.ค. นี้ ซึ่งตอกย้ำความไม่นอนของความสำเร็จในการเจรจาการค้าระหว่างไทย-สหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เราประเมินกลุ่มส่งออก เช่น อิเล็กทรอนิกส์ อาหาร เกษตร นิคมฯ จะเผชิญแรงขายระยะสั้น โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือ รัฐบาลจะมีการส่งข้อเสนอการค้าเพิ่มเติมต่อสหรัฐฯ อย่างไรในช่วง 3 สัปดาห์ข้างหน้าก่อนที่อัตราภาษี 36% จะเริ่มมีผล
กรณีแย่ที่สุด หากไม่สามารถปรับลดอัตราภาษีลงได้ จะส่งผลให้ประมาณการ GDP ไทยปีนี้ ที่ตลาดคาดการณ์บริเวณ +2% YoY รวมถึง EPS ตลาดที่ 89.5 นั้นมี Downside
เรามองว่าหุ้นในกลุ่ม Domestic และ Defensive เช่น สินค้าอุปโภคบริโภค การแพทย์ อาหารพร้อมทาน โรงไฟฟ้า จะปรับตัวได้แข็งแรงกว่าตลาด นอกจากนี้ ตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมิ.ย. ที่ต่ำกว่าคาดเล็กน้อย ยังหนุนให้ธปท.มีโอกาสลดดอกเบี้ยต่อเนื่องในช่วง 2H25 (โดยเฉพาะหากอัตราภาษีสูงกว่าที่คาดที่ 18%) ด้านปัจจัยการเมืองติดตามพัฒนาการเรื่องการถอนวาระพิจารณา Entertainment Complex ออก แต่มีแนวโน้มถูกแทนที่ด้วยพรบ.นิรโทษกรรม
กลยุทธ์:
เลือกลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวและมีแนวโน้มผลการดำเนินงานแข็งแกร่ง
หุ้นเด่นเดือน ก.ค. : ITC, KCE, NEO, OSP, SCGP
FSSIA Portfolio : BA, CENTEL, CPALL, KBANK, MTC, NSL, OSP, PR9, STECON
หุ้นเด่นวันนี้: CPALL
แนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 65 บาท
คาดกำไร 2Q25 ยังเติบโตแข็งแกร่งที่ 6.9 พันล้านบาท -4% QoQ แต่ +12% YoY
รายได้เติบโตไม่สูงนัก +1.4% QoQ, +3.4% YoY แต่ยังได้แรงหนุนจาก Margin แข็งแกร่งจากสินค้ากลุ่มอาหารและเครื่องดื่มพร้อมทานที่เติบโตดี
เรามองธุรกิจ CPALL มีความยืดหยุ่นสูงท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เนื่องจากเป็นสินค้าจำเป็น และกระทบจำกัดจากความเสี่ยงภายนอกโดยเฉพาะภาษีการค้าสหรัฐฯ
คาดกำไรปี 2025-27 เติบโตเฉลี่ย +9.4% CAGR
แนวรับ 45 / 43.25 บาท แนวต้าน 46.25-46.75 / 49 บาท
Fund Flow:
วานนี้กระแสเงินทุนต่างชาติผสมผสาน สุทธิไหลออกจากภูมิภาค US$198 ล้าน เม็ดเงินไหลออกจากไต้หวัน US$210 ล้าน แต่ไหลเข้าเกาหลีใต้เล็กน้อย US$29 ล้าน ขณะที่ฝั่งอาเซียนเม็ดเงินไหลออกจากไทย แต่ไหลเข้าอินโดนีเซีย แนวโน้มกระแสเงินทุนคาดว่าจะไหลออกเร่งตัวขึ้น หลังทรัมป์เริ่มส่งจดหมายถึงประเทศคู่ค้าในระดับสูงใกล้เคียงกับที่เคยประกาศเมื่อ 2 เม.ย.
ประเด็นสำคัญวันนี้
(-) กลุ่มอาหาร/อิเล็กทรอนิกส์:
สหรัฐฯประกาศเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากไทย 36% เริ่มเก็บ 1 ส.ค.
กลุ่มอาหารที่มีการส่งออกไปสหรัฐฯ นำโดย AAI (67%), ITC (50%), ASIAN (50%), TU (20%)
คู่แข่งอาหารสัตว์เลี้ยงอย่างเวียดนามมีอัตราภาษี 20% ต่ำกว่าไทย
กลุ่มเครื่องดื่ม – PLUS (44%), COCOCO (24%), MALEE, SAPPE (7%)
กลุ่มเกษตร – กลุ่ม STA มีสัดส่วนรายได้สหรัฐฯ 13% มาจากธุรกิจยาง 7% และถุงมือยาง STGT 18%
กลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ – DELTA (30%), HANA (26%), KCE (21%) ถูกเก็บภาษี 36% และคู่ค้าสินค้า Semiconductor อย่างมาเลเซียถูกเก็บ 25% ต่ำกว่าไทย ส่งผลลบต่อการแข่งขันของไทย
กลุ่มเนื้อสัตว์ – CPF, BTG, TFG, GFPT ไม่มีการส่งออกไปสหรัฐฯ มาก เพียง CPF ส่งออกน้อยมาก 0.3% แต่มีความเสี่ยงหากไทยตอบโต้ด้วยการนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ เป็นการแลกเปลี่ยน อาจเป็นลบต่อกลุ่มเนื้อสัตว์
ต้องจับตาการเจรจาของไทยในอีก 3 สัปดาห์ข้างหน้า หากไม่สำเร็จจะเป็นลบต่อผู้ส่งออกอย่างมาก ต้องเร่งเจรจากับคู่ค้าในสหรัฐฯ และเชื่อว่าผู้ส่งออกไทยจะถูกต่อรองให้ช่วยรับผิดชอบภาระภาษีบางส่วน นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงไทยอาจโดนเพิ่มภาษีอีก 10% กรณีเข้าร่วมกลุ่ม BRICS แต่ประเด็นนี้ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตามต่อไป
(+) CPAXT คาดกำไรสุทธิ 2Q25 ที่ 2.3 พันล้านบาท -12% QoQ จากปัจจัยฤดูกาล แต่ +6.5% YoY จากรายได้เพิ่มขึ้น +2.5% YoY หนุนจากการเปิดสาขาใหม่และธุรกิจต่างประเทศ ขณะที่ SSSG ของค้าส่งและค้าปลีกทรงตัว YoY หากกำไร 2Q25 ตามคาด จะทำให้กำไร 1H25 คิดเป็น 43% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2025 และอาจมี downside ราว 5% จากประมาณการกำไรสุทธิปี 2025 ที่ 1.15 หมื่นล้านบาท +20% YoY และคงราคาเป้าหมาย 23 บาท “ซื้อเมื่ออ่อนตัว”
(0) JPARK คาดกำไรสุทธิ 2Q25 ที่ 21 ล้านบาท -% QoQ, -18% YoY แม้คาดรายได้จากธุรกิจ PS เพิ่มขึ้นตามปริมาณการจอดรถในโครงการอาคารที่จอดรถที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่รายได้ธุรกิจ PMS หรือค่าบริหารที่จอดรถทรงตัวตามจำนวนช่องจอดรถทั้งหมดยังเท่าเดิมที่ 40,000 ช่องจอด ณ สิ้น 2Q25 และธุรกิจ CIPS มีรับรู้รายได้จากโครงการรับเหมาน้อยลงทั้ง QoQ, YoY ล่าสุดบริษัทชนะประมูลงานโครงการบริการที่จอดรถ (PS) ในโรงพยาบาลศรีราชา 3,000 ช่องจอด คาดรับรู้รายได้ภายในปีนี้ และจะเริ่มรับรายได้บางส่วนจากธุรกิจ CIPS ของโครงการรับเหมาติดตั้งระบบที่จอดของรถไฟฟ้ามูลค่างานราว 100 ล้านบาทที่ชนะประมูลในช่วง 2Q25 และคงราคาเป้าหมาย 6.80 บาท แนะนำ “ถือ”