วัดราชบพิธฯที่ประทับสังฆราชถึง 3 พระองค์ในระยะเวลา 155 ปีแห่งการสถาปนา
ผมเข้าไปวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม วัดประจำพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 หรือพระปิยมหาาช ของปวงชนชาวไทย มีความประทับใจหลายอย่าง เช่น สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (เจ้าพระคุณ อมฺพรมหาเถระ) สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 20 เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 3 ในจำนวนเจ้าอาวาส 6 รูป ของวัดหลวงขนาดเล็กแต่บารมีใหญ่แห่งนี้
นอกจากนั้น ความเด่นทางสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะมองทางไหน มีแต่ความเจริญตา เช่นพระอุโบสถ พระวิหาร พระเจดีย์ รวมทั้งไม้ดัดรูปทรงที่รักษาแบบดั้งเดิม ที่นิยมในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ ที่ปลูกในกระถางเคลือบอย่างมีชั้นมีสกุล
ตั้งในที่เหมาะสมเสริมบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมทั่วไปให้เป็นรมณียสถานยิ่งขึ้น
พระบาทสมเด็จจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สถาปนาวัดนี้เมื่อ พศ. 2412
พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าประดิษฐวรการ ทรงออกแบบ
ทำให้ศาสนสถานในเขตพุทธาวาสเป็นประวัติศาสตร์ทางศิลปะและวัฒนธรรม เช่นพระอุโบสถที่งามตระการตาทั้งภายนอก และภายใน
นับตั้งแต่พระประธานภายในพระอุโบสถ นามว่า พระพุทธอังคีรส งามดุจเทพรังสรรค์ พระวรกายเทียบเท่าพระวรกายสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า องค์พระกาไหล่ทองคำด้วยทองเนื้อแปด หนัก 180 บาท
พระพุทธรูปสำคัญอีกหนึ่ง คือพระนิรันตราย จำลอง (องค์เดิมสมัยรัชกาลที่ 4 ถูกโจรกรรม) ประดิษฐานบนเบญจาหน้าฐานชุกชีของพระพุทธอังคีรส เป็นพระพุทธรูปกาไหล่ทอง ปางสมาธิเพชร
ในส่วนเพดานนั้น เล่าลือว่าช่างจำลองพระราชวังแวร์ซาย แห่งฝรั่งเศส มาให้ชาวไทยทัศนาแบบยั่งยืนถาวร
บานประตูหน้าต่าง ทุกช่องเป็นภาพ เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ช่องละ 5 ดวง ตามลำดับชั้นตระกูล ซึ่งเฉิดฉายด้วยมุกประดับ
เมื่อทัศนาผนังด้านนอก จะพบการประดับด้วยกระเบื้องเบญจรงค์ ที่ออกแบบโดยพระอาจารย์แดงวัดหงส์รัตนาราม แล้วส่งให้ช่างจีนในประเทศจีนผลิต
ภายนอกเขตพุทธาวาส เป็นที่ตั้งสุสานหลวง มีอนุสรณ์สถานสำหรับบรรจุพระอัฐิ พระสรีรังคาร ของพระมเหสี พระราชเทวีพระวรชายา เชื้อพระวงศ์ เช่นพระโอรสพระราชธิดา และพระสนมเช่นตระกูลก๊กออ
ล้วนแต่เป็นสัมพันธวงศ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ซึ่งมีเพียงแห่งเดียวในพระนคร
วัดนี้เจริญงอกงามยั่งยืนเพราะพระวิสัยทัศน์เจ้าอาอาวาสทุกพระองค์
ลำดับเจ้าอาวาส
1 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรุณนิภาคุณากร ที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ พ.ศ 2412 ถึง 2444
2 พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า พ.ศ 2444 ถึง พ.ศ 2480
3 พระศาสนโสภน( ภา ภาณโก) 2480-2489
4 สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ์ (วาสนมหาเถระ ) พ.ศ 2489 ถึง 2531
5 สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินตากโร) พ.ศ 2531 ถึง 2551
6 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พ.ศ 2551 ถึงปัจจุบัน
สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพรมหาเถระ)ทรงรับการสถาปนาเมื่อ 6 กุมภาพันธ์ 2560
ประสูติวันที่ 26 มิถุนายน 2470 ที่จังหวัดราชบุรี ทรงดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อ พ.ศ. 2551
วัดราชบพิธแม้จะมีพืันที่ธรณีสงฆ์เล็กๆ แต่เป็นมหาอำนาจทางการปกครองสงฆ์ทั้งสังฆมณฑลหลายยุคหลายสมัย โดยมีสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายกประทับ ถึง 3 พระองค์ เป็นรองเฉพาะวัดบวรนิเวศวิหารที่มีสมเด็จพระสังฆราชประทับถึง 4 พระองค์ นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงครองราชย์
---
อันซีนในวัดรราชบพิธ ฯ
ต้นพระศรีมหาโพธิ จากบ้านเยาวหราล เนห์รู อดีตนายกรัฐมนตรีอินเดียปลูกที่นี่ ซึ่งผมว่าเป็นอันซีนของวัดได้ทีเดียว ใต้ต้นพระศรีมหาโพธิ์ มีป้ายจารึก บรรยายว่าพ่อค้าชาวอินเดียผู้หนึ่งคิดถึงบุญคุณของประเทศไทยที่มาอาศัยทำมาหากินอยู่เป็นสุข คิดสนองบุญแผ่นดินที่อาศัยเกิดมาฝากไว้ให้แต่แผ่นดินที่อาศัยเลี้ยงชีวิตและเห็นว่ากิ่งพระศรีมหาโพธิ์ จะมีค่าเหมาะสมยิ่งเมื่อมีโอกาสพบกับท่านศรีเนห์รู นายกรัฐมนตรีอินเดีย จึงปรารภเจตนานี้ให้ทราบ
ท่านนายกรัฐมนตรีพลอยอนุโมทนา จึงได้ให้ตอนกิ่งหนึ่งจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่ท่านนำมาปลูกไว้ในบ้านของท่านเพื่อมอบให้อาศรมวัฒนธรรมไทย-ภารตะ ได้เอาเป็นธุระนำมามอบแด่ พณฯนายกรัฐมนตรี จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2503 และได้ประกอบพิธีปลูกเพื่อส่งเสริมมิตรภาพ ด้วยสัญลักษณ์อันศักดิ์สิทธิ์ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2503 เวลา 19.45 น.
วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
21 มิถุนายน 2503
อันซีนในวัดราชบพิธ ครับ