WTI พุ่งทะลุ 115 เหรียญ หลังสหรัฐถล่ม “เกาะคาร์ก” อิหร่านแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันนี้ ณ เวลา 21:57 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพฤษภาคม ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.31 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.31% อยู่ที่ระดับ 115.61 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.10 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1.01% อยู่ที่ระดับ 110.51 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
สำนักข่าว Wall Street Journal รายงานว่า กองทัพสหรัฐเปิดฉากโจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันขนาดใหญ่ของอิหร่าน โดยเป้าหมายการโจมตีอาจมากกว่า 50 จุด เจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐระบุว่าการโจมตีเกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา และไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำมันบนเกาะแต่อย่างใด แต่เน้นไปที่เป้าหมายทางทหาร
ด้าน CNN รายงานอ้างสำนักข่าว Mehr News Agency ของอิหร่านว่า เกิดเหตุระเบิดรุนแรงหลายครั้งบนเกาะคาร์ก ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอ่าวเปอร์เซียและใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ จุดยุทธศาสตร์สำคัญ เหตุการณ์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเส้นตาย “2 ทุ่มวันอังคาร” (07.00 น. วันที่ 8 เมษายน ตามเวลาไทย) ที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐกำหนด เพื่อกดดันให้อิหร่านเปิดช่องทางเดินเรือและยุติการข่มขู่ทางทหาร
เกาะคาร์กถือเป็น “เส้นเลือดใหญ่” ของเศรษฐกิจอิหร่าน เนื่องจากเป็นที่ตั้งของคลังน้ำมันและท่าเรือส่งออกน้ำมันดิบที่จัดการปริมาณน้ำมันเกือบทั้งหมดของประเทศ การโจมตีหรืออุบัติเหตุที่เกิดขึ้นที่นี่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพพลังงานโลกทันที
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ระบุว่าสหรัฐอาจดำเนินการโจมตีอิหร่าน หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ยังระบุว่า สหรัฐได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในอิหร่านแล้ว ส่งผลให้ผู้มีความคิดเห็นแตกต่างมีความรอบคอบ และผู้มีแนวคิดสุดโต่งน้อยลงเข้ามามีบทบาทบริหารประเทศ
นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่า ทั่วโลกจะได้ทราบในคืนนี้ (เช้าวันถัดไปตามเวลาไทย) ว่าสหรัฐจะดำเนินการโจมตีอิหร่านหรือไม่ พร้อมเตือนถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในวงกว้าง และได้กล่าวอวยพรต่อประชาชนชาวอิหร่านในตอนท้ายของข้อความ