โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ภาวะช็อก’ แบบไม่เท่าเทียม.!?

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 09.31 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

การเชื่อมโยงทางการค้าโลก เปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ทางเศรษกิจ ทำให้ความขัดแย้งภูมิภาคตะวันออกกลางไม่ได้เป็นเพียงเรื่องไกลตัวที่แยกจากกันได้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)ออกมาส่งสัญญาณเตือนภาวะ Global yet Asymmetric Shockหรือ “ภาวะช็อกระดับโลกที่แต่ละประเทศรับผลกระทบไม่เท่ากัน” เปรียบเสมือนมรสุมทางเศรษฐกิจที่ซัดสาดเข้ามา ช่วงจังหวะที่โลกกำลังพยายามฟื้นตัวจากโควิด-19

ประเทศที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก ความผันผวนของต้นทุนเชื้อเพลิงเปรียบเสมือน “ภาษีทางอ้อม” ที่ถูกจัดเก็บจากประชาชนและภาคธุรกิจแบบฉับพลัน

ความเสี่ยงที่น่ากังวลสุดคือการหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่น้ำมันดิบกว่า 30% ของโลกไหลผ่าน หากเส้นทางนี้ถูกปิดตาย ต้นทุนพลังงานจะสูงขึ้น จนไปบีบคั้นกำลังซื้อของผู้คนและส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้น ทุนการผลิตในภาคอุตสาหกรรม

-วิกฤตปุ๋ยและอาหาร :เมื่อปุ๋ย 1 ใน 3 ของโลกต้องผ่านเส้นทาง ที่มีความขัดแย้ง เกษตรกรจึงต้องเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น ซึ่งจะถูกส่งผ่านไปยังราคาอาหารทั่วโลก กระทบต่อกลุ่มเปราะบางและประเทศยากจนที่ต้องใช้จ่ายเงินกว่า 36% ของรายได้ไปกับค่าอาหาร

-อุตสาหกรรม EV และเซมิคอนดักเตอร์ :ความต้องการ “กำมะถัน” จากตะวันออกกลาง เพื่อใช้ในการผลิตนิกเกิลสำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเผชิญภาวะคอขวด เช่นเดียวกับ “ก๊าซฮีเลียม” ที่เป็นหัวใจหลักของโรงงานชิปและอุปกรณ์การแพทย์

เมื่อต้นทุนพลังงานและอาหารทรงตัว อยู่ระดับสูงเป็นเวลานาน จะเกิดแรงกดดันต่อ “การคาดการณ์ตัวเลขเงินเฟ้อ” หากภาคธุรกิจและประชาชนเชื่อว่า ราคาสินค้าจะสูงขึ้นต่อเนื่อง และจะเริ่มปรับเพิ่มค่าจ้างและราคาสินค้าล่วงหน้า จนเกิดเป็นวงจรเงินเฟ้อฝังรากลึก ส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลก อาจต้องคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูง นานกว่าที่คาด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เงินเฟ้อหลุดกรอบ

“มิติของตลาดทุน” เริ่มเห็นสภาวะทางการเงินตึงตัวขึ้นผ่านอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) พุ่งสูงขึ้นและ ความผันผวนของค่าเงิน ประเทศที่มีภาระหนี้ต่างประเทศสูงและเงินสำรองระหว่างประเทศต่ำ ย่อมจะตกอยู่ในสภาวะที่อันตรายยิ่งขึ้น

แม้สถานการณ์จะเต็มไปด้วยปัจจัยลบ แต่ IMF มองว่าประเทศที่มี “กันชนทางเศรษฐกิจ” ที่แข็งแกร่ง มีการกระจายความเสี่ยงด้านพลังงานที่ดีและมีตลาดทุนที่ลึกพอจะสามารถประคองตัวผ่านวิกฤตนี้ได้

บทเรียนสำคัญจากเหตุการณ์นี้คือความจำเป็นในการเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด และการสร้างความมั่นคงทางวัตถุดิบภายในภูมิภาค เพื่อลดการพึ่งพาตัวแปรภายนอกที่ควบคุมไม่ได้

สงครามครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงแค่ความเสียหายเชิงภูมิรัฐศาสตร์ แต่เป็นบททดสอบครั้งสำคัญว่าเศรษฐกิจของแต่ละประเทศมีความยืดหยุ่น มากพอที่จะรับมือกับความไม่แน่นอน ที่นับวันจะทวีความรุนแรง และซับซ้อนขึ้นในโลกยุคใหม่นี้หรือไม่..!!

ดังนั้น “การเฝ้าระวัง” และ “เตรียมแผนรับมือเชิงรุก” จึงเป็นกลยุทธ์เดียว ที่จะช่วยให้ก้าวข้ามผ่าน “ภาวะช็อก” นี้ไปได้อย่างยั่งยืน..!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...