“กรมพัฒนาธุรกิจการค้า” จับมือ DSI ลุยตรวจ “นอมินีต่างชาติ” เข้ม เกาะพะงัน–สมุยเป้าหมายแรก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 พ.ค.69) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้ร่วมประชุมกับ พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) กระทรวงยุติธรรม เพื่อหารือแนวทางการตรวจสอบธุรกิจนอมินี หลังพบข้อมูลเบื้องต้นจากการสแกนบริษัทในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังหลายแห่ง เช่น เกาะพะงัน เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่า มีลักษณะเข้าข่ายเป็น“นอมินี” และได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ว่า มีชาวต่างชาติรวมกลุ่มกันจัดตั้งก๊กก๊วน เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบ มีพฤติกรรมไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายและสังคม
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ โดย DBD สแกนบริษัทในเกาะพะงันและเกาะสมุยรวม 16,811 ราย พบชาวต่างชาติร่วมลงทุน 11,426 ราย หรือ 67.97% แบ่งเป็นเกาะพะงัน 3,213 ราย จากทั้งหมด 4,761 ราย และเกาะสมุย 8,213 ราย จากทั้งหมด 12,050 ราย
ทั้งสองหน่วยงานยังวางแผนขยายการตรวจสอบไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ภูเก็ต กระบี่ พังงา พัทยา และหัวหินโดยมีเป้าหมาย“จับจริง” และนำผู้กระทำผิดมาลงโทษขั้นเด็ดขาด เพื่อสร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจ
นายพูนพงษ์ ชี้ว่า ธุรกิจนอมินี เป็นปัญหาสำคัญระดับชาติที่ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและความมั่นคงทางธุรกิจของประเทศในหลายมิติ ทั้งด้านการแข่งขัน การจัดเก็บรายได้ภาครัฐ และความเชื่อมั่นของนักลงทุน การดำเนินธุรกิจผ่านนอมินีทำให้ผู้ประกอบการต่างชาติสามารถเข้ามาครอบครองธุรกิจที่กฎหมายสงวนไว้โดยไม่เป็นธรรมกับชาวต่างชาติที่เข้ามาประกอบธุรกิจโดยถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงส่งผลให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ไม่สามารถแข่งขันด้านเงินทุน เทคโนโลยี และต้นทุนได้อย่างเท่าเทียม จนอาจนำไปสู่การสูญเสียโอกาสทางเศรษฐกิจและการปิดกิจการของคนไทยในระยะยาว
นอกจากนี้ ยังเป็นช่องทางสำคัญของการหลีกเลี่ยงภาษี การปกปิดแหล่งที่มาของเงินทุน และการทำธุรกรรมทางการเงินที่ไม่โปร่งใส ซึ่งอาจเชื่อมโยงกับการฟอกเงินหรือธุรกิจผิดกฎหมายอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ของรัฐ และบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศต่อระบบกำกับดูแลของไทย อีกทั้งยังสร้างภาพลักษณ์เชิงลบต่อเศรษฐกิจไทยในเวทีระหว่างประเทศ เพราะสะท้อนถึงช่องโหว่ในการบังคับใช้กฎหมายและการกำกับดูแลภาคธุรกิจ
อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า การตรวจสอบและปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง จึงเป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ให้มุ่งดำเนินการปราบปรามการกระทำความผิดทุกรูปแบบ เป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ สร้างการแข่งขันที่เป็นธรรม และรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในวันที่ 13 พฤษภาคมนี้ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดลงพื้นที่เกาะพะงัน เพื่อติดตามปัญหาการประกอบธุรกิจของคนต่างชาติผ่านนอมินีอย่างใกล้ชิด ต่อเนื่องจากการลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา โดยกำชับการแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ และการคุ้มครองประชาชนให้สามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดภัย
“นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้การใช้นอมินีหรือช่องว่างทางกฎหมายกลายเป็นภัยคุกคามประชาชน ปัญหาดังกล่าวเป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง มีการจ้างงานจำนวนมาก และส่งผลต่อรายได้ของประชาชน”
นางสาวรัชดา ระบุเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีให้นโยบายฝ่ายความมั่นคง ฝ่ายปกครอง กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สแกนทุกพื้นที่ทั่วประเทศ หากพบช่องว่างกฎหมายที่ใช้แย่งอาชีพคนไทย ต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมสนับสนุนการลงทุนต่างชาติที่ถูกต้อง โปร่งใส และสร้างประโยชน์ให้ประเทศ แต่จะไม่ยอมให้ทุนสีเทา นอมินี หรือเครือข่ายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจเข้ามาตักตวงผลประโยชน์บนแผ่นดินไทย