ก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2018 ที่ประเทศรัสเซีย
ก่อนฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 2018 ที่ประเทศรัสเซีย
มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ คิเลียน เอ็มบัปเป ยังมีความแตกต่างทั้งฟอร์มการเล่น ผลงาน และ ความหวังแห่งอนาคตกันไม่มาก
แต่หลังจากฟุตบอลโลกจบลง มาร์คัส แรชฟอร์ด วัย 21 ปี เป็นได้แค่เพียงอะหลั่ยของทีมชาติอังกฤษ
ในขณะที่ เอ็มบัปเป ตอนวัย 19 ปี กลายเป็นดาวรุ่งที่เก่งที่สุดในสามโลก จากผลงาน 4 ประตู และ การทำลายเกมรับคู่แข่งอันตื่นตาตื่นใจ จนพาทีมชาติฝรั่งเศสเป็นแชมป์โลก พร้อมกับคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมของทัวร์นาเมนต์
ชีวิตของสองกองหน้าดาวรุ่งเริ่มแตกต่างกันไกลลิบขอบฟ้า เอ็มบัปเป กลายเป็นดาวจรัสแสงแห่งโลกฟุตบอล ส่วน แรชฟอร์ด เริ่มถูกวิจารณ์ว่าคงเป็นได้แค่ดาวรุ่งธรรมดาทั่วไป ภาพจำทุกแย่างเห็นแค่เพียงผลงานเพื่อสังคมที่ดี
เอ็มบัปเปในวันนั้นมุ่งหน้าสู่เวิลด์คลาส ในขณะที่ แรชฟอร์ด กลายเป็นนักสังคมสงเคราะห์ระดับโลกมากกว่านักฟุตบอล
ในแมตช์ยูฟา แชมเปียนส์ ลีก 2018/19 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ภาพการปลอบใจของดาวรุ่งที่เก่งที่สุดของอังกฤษที่มีต่อดาวรุ่งระดับโลก คือสิ่งที่เรียกความหวังของแฟนบอลปีศาจแดงว่านักเตะความหวังของพวกเขากำลังจะกลับมา
แต่หลังจากนั้นทุกอย่างก็ยิ่งห่างไกล เอ็มบัปเป พัฒนาไปไกลจนกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลก เป็นหนึ่งในทายาทของสองตำนานลูกหนังคู่ปัจจุบัน และ เป็นนักเตะที่ร่ำรวยรายได้มากที่สุดในโลกท่ามกลางคำถามถึงความเหมาะสมที่ ปารีส แซงต์-แชร์ดแมง ประเคนรายได้ระดับมหาเศรษฐีให้
แต่พอ เอ็มบัปเป กด 2 ประตู กับ 1 แอสซิสต์ ในเกมยำใหญ่ใส่โปแลนด์ จนทำให้เขาก้าวขึ้นนำดาวซัลโวที่ 5 ลูก และ มีจำนวนประตูเทียบเหล่าตำนานในอดีต
หลายคนที่เคยกังขา หรือ เคยถามหาความเหมาะสม ต่างต้องยอมรับว่าในวินาทีนี้ คิเลียน เอ็มบัปเป คือ นักเตะที่เก่งที่สุดของโลกที่กำลังก้าวเข้าไปสู่ระดับที่ คริสเตียโน โรนัลโด กับ ลีโอเนล เมสซี ดำรงอยู่มานานนับสิบปี
แน่นอนว่านี่คือจุดที่เพิ่งเริ่มต้น แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่าในช่วงวัยเดียวกัน ดาวยิงเต่านินจา น่าจะดีกว่าสองรุ่นพี่ที่กำลังจะกลายเป็นตำนานที่อำลาวงการ
สถิติต่างๆ ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายกำลังรอให้นักเตะวัย 23 ปีทำลายล้าง ไม่ว่าจะดาวยิงสูงสุดตลอดกาล, ดาวยิงสูงสุดต่อทัวร์นาเมนต์ หรือ ชาติแรกที่ป้องกันแชมป์โลกได้ต่อจากบราซิลยุคไข่มุกดำ
ทั้งหมดนี้คือจุดเริ่มต้นจากระดับโลกไปสู่ระดับ Great of all time ของ คิเลียน เอ็มบัปเป วัย 23 ปี
ส่วน มาร์คัส แรชฟอร์ด ก็กำลังกลับมาจากการหลับไหลไป 2 ฤดูกาล ในยุคของ เอริก เทน ฮาก เขาเริ่มมีความสุขในสนามอีกครั้ง
รวมทั้งกำลังทำได้ดีพอสมควรกับบทบาทกำลังเสริมของทีมชาติอังกฤษชุดลุยฟุตบอลโลก 2022
3 ประตูแรกในทัวร์นาเมนต์ระดับโลก อาจจะทำให้เขาค้นพบจุดเปลี่ยนของชีวิต จนทำให้คิดได้ว่าสมควรทำอะไร อยู่อย่างไร เล่นอย่างไร และ เพื่ออะไร
แน่นอนว่า แรชฟอร์ด ยังไม่มีอะไรไปเทียบกับ เอ็มบัปเป หรือ นักเตะชั้นนำของโลกในเวลานี้ได้
เขาอาจจะไม่สามารถแบกทีมเหมือนกับที่นักเตะชั้นบอดหลายคนแบกได้ แต่เขาสามารถเป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญของทีมที่ขาดไม่ได้ จนสามารถพาทีมของเขาไปสู่ความสำเร็จระดับสูงได้
โลกแห่งฟุตบอลกำลังต้อนรับนักเตะที่ดีที่สุดในโลกคนใหม่ และ กำลังอ้าแขนรับการกลับมาของนักเตะที่ค้นพบตัวเองแล้วว่าตนเองคือใคร
#บทความโดยมิสมาต้า
#เพื่อไม่พลาดบทความและข่าวสารดีๆอย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS