โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ทะลุมิติ มาเป็นเจ้าสาวในเกี้ยว

นิยาย Dek-D

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 13.59 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 13.59 น. • Angpho_P
เมื่อแพทย์ทหารสาวขาลุยทะลุมิติไปยังโลกต่างมิติพร้อมกับระบบและมิติส่วนตัว แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาของ ‘จี้หยุนชิง’ เจ้าของร่างเดิมจะไม่ดี เพราะไม่เพียงจะเป็นใบ้ แม้แต่บิดาแท้ๆยังปล่อยให้ภรรยใหม่วางยานาง!

ข้อมูลเบื้องต้น

คำโปรย

เมื่อแพทย์ทหารสาวขาลุยทะลุมิติไม่ยังโลกต่างมิติที่คล้ายยุคจีนโบราณพร้อมกับระบบและมิติส่วนตัว

ทั้งยังเข้ามาอยู่ในร่างของคนที่มีชื่อเดียวกันแต่ต่างแซ่ แต่ดูเหมือนว่าโชคชะตาของ ‘จี้หยุนชิง’ เจ้าของร่างเดิมจะไม่ดี เพราะไม่เพียงจะเป็นใบ้ แม้แต่บิดาแท้ๆยังปล่อยให้ภรรยใหม่วางยานาง และส่งนางขึ้นเกี้ยวออกจากจวนไปอย่างไม่ไยดี!

นิยายเรื่องนี้สงวนสิทธิ์ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ฉบับเพิ่มเติม พ.ศ. 2558 และ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2565

ปล.เริ่มอัพ วันที่ 22/04/67 วันละ 3 ตอนนะคะ

แนะนำเรื่องในเซ็ท (อ่านแยกได้) เรื่องของลู่หนิงจบแล้วนะคะ

เธอเป็นถึงแพทย์ทหาร…

แต่กลับต้องมาตาย

เพราะห้องทดลองข้างๆ ระเบิด!

แต่ทำไมเธอถึงไม่ได้ไปเกิด…

แต่กับทะลุมิติแทนละ?

คลิกลิงค์อ่านได้เลยนะคะ

https://dekd.co/w/n/2544526

บทนำ

บทนำ

เอี๊ยด—

เสียงรถสปอร์ตคันหรูสัญชาติเยอรมันวิ่งเข้ามาจอดภายในคฤหาสน์หลังงามด้วยความเร็ว ก่อนที่ร่างเพรียวสูงโปร่งผมสีเทาควันบุรี่ตามแฟชั่นสวมเสื้อแขนสั้นเอวลอยแบรด์ดังกับกางเกงยีนขาดๆ ตามสมัยนิยมใบหน้างามผิวขาวเนียนตามฉบับลูกคุณหนูจะก้าวขาลงจากรถสปอร์ตคันหรู

“คุณหนูมาถึงแล้วหรือคะ นางหญิงผู้เฒ่ากำลังรออยู่เลยค่ะ”

“คุณยายอยู่ที่เรือนหรือสวนดอกไม้?” ชวีหยุนชิงยื่นถุงขนมที่แวะซื้อมาฝากคนงานในคฤหาสน์ให้สาวใช้อายุประมาณสามสิบปีคนนั้นก่อนถามกลับด้วยรอยยิ้ม

เธอมาอยู่กับคุณยายตั้งแต่แม่เธอตายเมื่อสามปีก่อน เพราะพ่อบังเกิดก้าวพาลูกและเมียน้อยเข้ามาอยู่ในบ้านที่เป็นบ้านของมารดาเธอ ซึ่งแน่นอนเธอฟ้องพ่อและเมียน้อยของเขายับและตอนนี้กรรมสิทธิ์ทุกอย่างของบ้านหลังนั้นก็อยู่ในมือเธออย่างถูกต้อง เธอจึงจัดการจ้างคนไปไล่คนพวกนั้นออกจากบ้านทันทีที่ถือกรรมสิทธิ์ทุกอย่างอย่างถูกต้อง ที่แม่ต้องตายก็เพราะพวกเขาไม่มีเหตุผลที่เธอจะต้องใจดีกับพวกเขาเหล่านั้น

และที่คุณยายรอเธอเช่นนี้คงไม่พ้นคนพวกนั้นมารังควรท่าน

“สวนดอกไม้ค่ะ”

“โอเค ขนมเอาไปแจกกันทานได้เลยนะ”

“ขอบคุณค่ะ” สาวใช้มองตามหลังรคุณหนูของตนแววตาเต็มไปด้วยความชื่นชม น้อยมากที่คุณหนูจะได้กลับมาอยู่บ้านนานๆ แบบนี้ เพราะปกติมาได้สองสามวันก็จากไป ทำเอานายหญิงผู้เฒ่าบ่นคิดถึงทุกวัน

ชวีหยุนชิงเดินเข้าไปในสวนดอกไม้หลังคฤหาสน์อย่างไม่รีบร้อน เมื่อมาถึงศาลาริมน้ำที่ประจำของคุณยายเธอก็เห็นร่างอันคุ้นเคยของพ่อและเมียน้อยของเขานั่งอยู่ในศาลากับคุณยายอย่างที่คาดไว้จริงๆ ชวีหยุนชิงกระตุกยิ้มมุมปากก่อนปรับสีหน้าให้ราบเรียบไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ออกมา เดินเข้าไปในศาลาริมน้ำอย่างสุขุม

“คุณยายเรียกหนูมามีเรื่องอะไรรึเปล่าคะ?”

หญิงชรามองหลานสาวคนเดียวของนางอย่างอ่อนใจความดื้อรั้นของนางช่างสวนทางกับหน้าตาอ่อนหวานเธอเป็นอย่างมาก “หยุนชิงมานั่งลงก่อนลูก”

เมื่อหลานสาวนั่งลงแล้วชวีหมิงเถียนถึงได้เอ่ยปากพูดอีกครั้ง “หยุนชิง…พ่อของหลานเขาอยากขอซื้อบ้านหลังนั้นต่อจากหลานหนูพอจะขายให้เขาได้ไหมลูก?”

“หนูแล้วแต่คุณยายค่ะเอกสารหนูจะเอาวางไว้หัวเตียงก็แล้วกันนะคะ เสร็จแล้วหนูขอตัวก่อนนะคะคุณยาย” ชวีหยุนชิงพูดจบก็ลุกขึ้นเดินออกมาจากศาลาริมน้ำทันทีเธอไม่แม้แต่จะมองหน้าพ่อของเธอสักแวบ

เมื่อขึ้นมาถึงห้องด้านบนชวีหยุนชิงก็ทิ้งตัวลงบนที่นอนอย่างอ่อนล้า เธอรู้ว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความผิดของพ่อเธอฝ่ายเดียวเพราะแม่เธอก็ยุ่งกับงานจนไม่มีเวลาให้เขา แต่มันก็ยังไม่ใช่เหตุผลที่เขาจะนอกใจแม่ของเธออยู่ดี

หลังจากนี้เธอแค่หวังว่าพวกเขาจะไม่มายุ่งกับเธออีกเพราะเธอถือว่าไม่มีอะไรติดค้างพวกเขาอีกแล้ว ชวีหยุนชิงนอนหมุนกำไลหยกเกลี้ยงเกลาสีม่วงที่สวมอยู่แขนข้างซ้ายเล่นก่อนหลับไปทั้งอย่างนั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะได้พบผู้เป็นพ่อและยายของเธอ

13.20 ณ มหาลัยX

“ไง มาได้แล้วหรอยัยหนิงหนิง” ฟ่านหลินจินสาวแซ่บประจำกลุ่มทักทายลู่หนิงที่ยืนฮอบอยู่หน้าประตูด้วยสภาพดูไม่จืด

“ทำไมแกดูเหนื่อยขนาดนั้นวะหนิงหนิง สภาพเหมือนไปฟัดกับหมาที่ไหนมา” เธอเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ เพราะสภาพลู่หนิงตอนนี้ ไม่น่ามองจริงๆ

“ไม่ได้ไปฟัดกับหมา แต่! วิ่งมาจากคอนโดนะสิ! เหนื่อยฉิบหายเลย” ชวีหยุนชิงมองลู่หนิงที่เดินไปนั่งลงที่โต๊ะประจำของตัวเอง ก่อนกดเปิดเครื่องเพื่อเริ่มทำงาน แต่ในขณะที่กำลังมองเพื่อนสาวก้มลงเพื่อเปิดเครื่องก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น

ตูม!

ตูม! ตูม!

เสียงระเบิดดังมาจากห้องข้างๆ ในขณะที่ชวีหยุนชิงกำลังจะรีบหมอบลงไปใต้โต๊ะ เสียงตูมที่สองและสามก็ตามมาชวีหยุนชิงรับรู้ได้ถึงแรงกระแทกรุนแรงที่ปะทะร่างเธอ ก่อนที่ความเจ็บปวดราวกับร่างถูกแยกเป็นชิ้นๆ จะตามมาหลังจากนั้นเธอก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกแล้วรู้แค่ว่าร่างกายเจ็บปวดแสนสาหัส ก่อนภาพทุกอย่างจะมืดดับไป

ยืนยันตัวตนสำเร็จ…

เริ่มติดตั้งระบบ…

ติดตั้งระบบเสร็จสิ้น…

เจ้าสาวในเกี้ยว

ปัง! ปัง! ปัง!

ภายในเกี้ยวขนาดแปดคนหามเดินไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า จนกระทั่งมาหยุดลงหน้าจวนชินอ๋องหรืออ๋องสามซย่าม่อเก๋อ

เสียงประทัดด้านนอกปลุกให้หญิงสาวที่สวมชุดเจ้าสาวจีนโปราณปักลวดลายหงส์ให้ตื่นขึ้นมาทั้งที่เมื่อครู่นางหยุดหายใจไปแล้วแต่กลับฟื้นขึ้นมาได้อย่างปาฏิหาริย์โดยที่ไม่มีผู้ใดรับรู้

ชวีหยุนชิงเอนหลังพิงผนังคล้ายห้องสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่เคลื่อนที่ได้อย่างมึนงงมือเรียวสวยค่อยๆ แง้มม่านสีแดงออกเล็กน้อย แสงแดดที่ช่องเข้ามากลับแสบตาจนเธอต้องรีบเบือนหน้าหนีทันควัน ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่จึงจะปรับสายตาจนสามารถมองเห็นโลกนอกหน้าต่างได้อย่างชัดเจนอีกครั้ง

นี่…นี่มันที่ไหน!?

ในอากาศมีกลิ่นของกำมะถันอ่อนๆ ที่เกิดจากประทัด พอมองไปรอบๆ ซ้ายขาวก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นชายแปดคนสวมเสื้อคลุมยาวสีฟ้าเดินหามอะไรสักอย่างที่เธอกำลังนั่งอยู่และตอนนี้มันหยุดนิ่งแล้ว ผู้ชายพวกนั้นไว้ผมยาว แต่งกายประหลาดชะมัด

ชวีหยุนชิงหันกลับมาดูชุดวิวาห์แบบโบราณสีแดงเพลิงทั้งตัวที่เธอกำลังสวม เธอเริ่มสัมผัสได้ว่านี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดาๆ ซะแล้ว เธอยื่นมือไปลูบผมตนเอง ดึงเส้นผมออกมากระจุกหนึ่ง

ผมดำ?

ไม่จริงน่า…เธอพึ่งจะทำสีผมมาใหม่เป็นสีเทาสว่าง แล้วก็ไม่ได้ยาวขนาดนี้ด้วย

จิตใจที่เคยนิ่งสงบเหมือนน้ำในบ่อของแพทย์ทหารสาวค่อยๆ เกิดระลอกคลื่นกระเพื่อมไหวแรงขึ้นเรื่อย ๆ เธอดึงสาบเสื้อจนเห็นไหล่ซ้าย เห็นชัดว่าผิวบนไหล่ซ้ายนั้นทั้งเรียบลื่นและนวลเนียนคล้ายหยกชั้นดี มือของหญิงสาวเริ่มสั่นอย่างควบคุมไม่ได้นี่ไม่ใช่ร่างกายของเธอ เพราะบนไหล่ซ้ายของเธอมีรอยแผลเป็นที่เกิดจากรอยกระสุนอยู่สองรอย ชวีหยุนชิงถลกแขนเสื้อด้านซ้ายดูกลับพบว่ากำไลหยกสีม่วงวงนั้นตามเธอมาด้วย!

นี่มันเรื่องอะไรกัน!?

ชวีหยุนชิงกำหมัดแน่น ตอนนี้สิ่งเดียวที่เธอทำได้คือต้องตั้งสติ ค่อยๆ พิจารณาจึงจะสามารถทำความเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดได้ แต่ในขณะนั้นเองชวีหยุนชิงก็ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอะไรสักอย่างคล้ายกลิ่นของดอกเหม่อลอยเข้ามาภายในเกี้ยว ร่างกายพันเคลื่อนไหวไม่ได้ตัวอ่อนปวกเปียกอย่างควบคุมไม่อยู่ ดวงตางามเบิกกว้างด้วยความตกใจ

ฉิบหายแล้ว!

โชคร้าย….ไม่ทันได้ทำใจเย็นหรือตั้งสติใดๆ ม่านเกี้ยวก็ถูกเปิดออกด้วยบุรุษร่างสูงใหญ่กำยำอายุประมาณยี่สิบเอ็ดถึงยี่สิบห้าปีไม่เกินนี้ ดวงตาคมกริบของชวีหยุนชิงมองตรงไปยังประตูเกี้ยว เมื่อเห็นชายหนุ่มยืนอยู่หน้าประตูเกี้ยวแล้วก็มิอาจถอนสายตาไปที่อื่นได้อีก

ใต้แสงสว่างที่สาดส่อง บุรุษผู้นั้นสวมชุดคลุมยาวสีแดงเข้มตรงชายเสื้อคลุมปักลายมังกรจางๆ ด้วยดิ้นทอง ยามเขาเคลื่อนไหวบังเกิดเป็นริ้วระลอกคลื่น

ผมยาวดำขลับนั้นขมวดเกล้าไว้อย่างง่ายๆ ด้วยปิ่นหยกไม่ได้สวมที่ครอบผม แต่ถึงแม้จะเป็นเครื่องแต่งกายเรียบง่ายเช่นนี้ก็ไม่ได้ทำให้รัศมีสูงส่งของเขาด่างพร้อยลงแม้แต่น้อยดวงตาเรียวยาวคู่นั้นคมกริบดุจกระบี่ ยามที่เขาเงยหน้าขึ้นใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาช่างน่าพิศวงเป็นอย่างยิ่ง ท่วงท่าเคลื่อนไหวของเขาประณีตสง่างาม ติดตาต้องใจเธอกระทั่งตนเองยังตกใจ

ชวีหยุนชิงจ้องมองตาของชายหนุ่มตรงหน้าพบเพียงความสงบนิ่งในดวงตาคู่นั้น…

“ลงมา”

น้ำเสียงกระจ่างน่าฟัง ทุ้มต่ำนิด ๆ ดังขึ้นเรียกสติของชวีหยุนชิงกลับมา แต่เธอทำได้แค่เพียงมองเขานิ่งๆ เท่านั้นร่างกายราวกับเป็นอัมพาตปฏิกิริยาตอบสนองไปทั่วร่าง

ซย่าม่อเก๋อมองสาวงามที่อยู่ในเกี้ยวเจ้าสาวด้วยสายตาเรียบนิ่งแต่หากสังเกตดีๆจะเห็นความไม่พอใจฉายอยู่เล็กน้อย เขาไม่ได้รังเกียจที่นางเป็นใบ้แต่เขาไม่ชอบการแต่งงานที่มัดมือชกเช่นนี้ เขาและนางหมั้นหมายกันตั้งแต่เด็กเพราะพระมารดารับปากสหายของนางไว้ถึงนางจะเสียชีวิตไปแล้วพรมารดาก็ไม่เคยเอ่ยปากจะให้เขาถอนหมั้นสักครั้ง ถึงอย่างไรก็ต้องแต่งนางอยู่แล้วนางยังจะให้บิดาเร่งรัดพระบิดาและพระมารดาเขาเพราะเหตุใด?

ซย่าม่อเก๋อคิดในใจโดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่ต้องการเร่งงานแต่งในครั้งนี้หาใช่จี้หยุนชิงไม่

เมื่อรออยู่นานก็ยังไม่เห็นนางขยับตัวซย่าม่อเก๋อก็เริ่มโมโหขึ้นมาบ้างแล้ว เขาจึงมุดเข้าไปในเกี้ยวก่อนอุ้มร่างบางของนางขึ้นมา ก่อนหยิบผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวที่ตกอยู่ในเกี้ยวขึ้นมาสวมให้นางอย่างเรียบร้อยถึงได้อุ้มนางเดินเข้าไปในจวนเพื่อกราบไหว้ฟ้าดินตามพิธี

เมื่อแขกภายในงานเห็นเจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาว เดินเข้ามาในภายในพิธีก็กระซิบกระซาบกันอย่างรื่นเริง ทำให้บรรยากาศภายในงานแต่งเต็มไปด้วยความครื้นเครง

ต่างจากชวีหยุนชิงที่ขมวดคิ้วแน่นมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง ที่…ที่นั่งอยู่ตรงตำแหน่งประธานพิธี สวมชุดพิธีการลายมังกรเต็มยศ ใช่…ใช่ฮ่องเต้ตัวจริงไหม? ชวีหยุนชิงได้แต่ถามตัวเองในใจอย่างเหม่อลอย ยังมีสตรีวัยกลางคนใบหน้างดงามส่วนชุดปักลายหงส์ที่นั่งอยู่ด้านข้างคงเป็นฮองเฮาใช่ไหม?

ส…แสดงว่าชายหนุ่มที่เธอกำลังจะแต่งงานด้วยคือลูกของพวกเขาใช่ไหม!? ชวีหยุนชิงได้แต่ถามตัวเองไปมาในหัวโดยที่ไม่มีเสียงตอบกลับมาแต่อย่างใด

“เริ่มพิธีกราบไหว้ฟ้าดินได้” เมื่อสิ้นเสียงประกาศของฮ่องเต้ เจ้ากรมพิธีการก็ออกมาดำเนินการต่ออย่างรวดเร็ว

ซย่าม่อเก๋อวางเจ้าสาวของตนที่อุ้มอยู่ในอ้อมแขนลงยืนพิงเขาไว้ก่อนโอบกระชับนางอีกรอบหนึ่ง ด้วยกลัวว่านาง ลองพักลงไปให้อับอายขายหน้าผู้คน เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดนางถึงได้มีท่าทีอ่อนแรงเช่นนี้ คงไม่ใช่เพราะว่าดีใจจนเสียสติไปแล้วใช่หรือไม่?

“หนึ่งคำนับฟ้าดิน!”

“สองคำนับบิดามารดา!”

“สามคำนับซึ่งกันและกัน!”

“ส่งตัวเข้าหอ!…”

เมื่อสิ้นเสียงส่งตัวเข้าหอซย่าม่อเก๋อก็อุ้มชวีหยุนชิงขึ้นมาอีกครั้งก่อนเดินไปยังเรือนหอด้วยฝีเท้าเร็วรี่ราวกับต้องการสลัดภาระอย่างนางทิ้งให้เร็วที่สุด ความคิดของซย่าม่อเก๋อ ต่างสวนทางกับแขกภายในงานทุกคนมองเจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวจากไปอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าหลากหลาย

ชินอ๋องถึงกับลืมรอแม่สื่อนำทางไปห้องหอตามพิธี!

ซย่าเจินอันและคังซูหวาต่างรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากดูท่าความสัมพันธ์ของบุตรชายและคุณหนูจี้จะดีกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก

แต่ทว่ารออยู่นานก็ยังไม่เห็นเจ้าบ่าวออกมาร่วมงานเลี้ยงเสียที จนกระทั่งหนึ่งชั่วยามผ่านไปก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าชินอ๋องจะออกมาร่วมดื่มคารวะแขกภายในงานเลี้ยง

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...