บุกรวบเจ้าหน้าที่รัฐออกหนังสือ ส.ป.ก.โคราช กว่า 600 ไร่ ให้นอมินีครอบครอง
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป.
สำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของ นายนิวัติชัย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายศรชัย ชูวิเชียร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ นายสุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ มอบหมายให้ นายไพโรจน์ นิยมเดชา ผู้อำนวยการกลุ่มสืบสวนและปฏิบัติการข่าว 2 และเจ้าหน้าที่สำนักสืบสวนฯ
สำนักงาน ป.ป.ท. ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการ ป.ป.ท. และ นายเอกชัย เกษมสุขธวัช รองเลขาธิการฯ มอบหมายให้ พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้อำนวยการกองปราบการทุจริตในภาครัฐ 2 และ พ.ต.ท.สราวุธ คำเหลือง ผู้อำนวยการกองอำนวยการต่อต้านการทุจริต
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา
1.นายอัครเดชฯ อายุ 56 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 22/67 ลงวันที่ 18 มิ.ย. 2567
จับกุมได้ที่บริเวณท่าเรือผ่านฟ้าลีลาศ ถนนดำรงรักษ์ แขวงบ้านบาตร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
2.นายปรีชาฯ อายุ 61 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 23/67 ลงวันที่ 18 มิ.ย. 2567
จับกุมได้ที่บริเวณหน้าสวนสุขภาพอ่างสุระ ๒ ต.สุรนารี อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา
3.นางวิไลลักษณ์ฯ อายุ 53 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 24/67 ลงวันที่ 18 มิ.ย. 2567
จับกุมได้ที่บริเวณกระทรวงคมนาคม ถนนราชดำเนินนอก แขวงวัดโสมนัส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร
และ 4.นายโชคศักดิ์ฯ อายุ 54 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ที่ 25/67 ลงวันที่ 18 มิ.ย. 2567
จับกุมได้ที่บ้านพักในพื้นที่ หมู่ที่ 8 ต.ผักตบ อ.หนองหาน จ.อุดรธานี
โดยกล่าวหาว่า “เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ร่วมกันใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต” (ป.อาญา ม.151,157,172,83 และ พ.ร.ป.ปปช.มาตรา 172)
พฤติการณ์ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้ทำการสืบสวน กรณีเมื่อวันที่ 14 ก.ย.66 ได้มีผู้กล่าวหา ได้เข้ามาพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับ เจ้าหน้าที่ ส.ป.ก. จังหวัดนครราชสีมา ว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จากการปล่อยปะละเลยให้โรงงานแห่งหนึ่งปล่อยน้ำเสียลงพื้นที่ ส.ป.ก. เป็นเหตุให้ทรัพยากรบริเวณดังกล่าวเสียหาย
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า พื้นที่ดังกล่าวมีสภาพเป็นบ่อน้ำ และมีน้ำเสียปะปนอยู่
เมื่อตรวจสอบรายละเอียดพบว่าโรงงานดังกล่าวครอบครองที่ดินของ ส.ป.ก. โดยมิชอบ ตั้งแต่ปี 2521 และได้ทำการขุดบ่อปล่อยน้ำเสียจากโรงงานลงในที่ดินของ ส.ป.ก. มาโดยตลอดจนถึงปัจจุบัน
เมื่อทำการสอบสวนเพิ่มเติม พบว่ามีการฉ้อฉล ปลอมเอกสารสิทธิ์ เร่งรัดดำเนินการการออกหนังสืออนุญาตให้ เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4-01) บริเวณดังกล่าวให้กับประชาชนจำนวน 13 ราย เพื่อให้ได้รับสิทธิเข้าทำประโยชน์ในที่ดินสามารถถือครองที่ดินแทนบริษัทในลักษณะเป็นนอมินี
โดยระบุว่ารับกระจายสิทธิมาจากโรงงานอุตสาหกรรมนี้ เพื่อเลี้ยงปลา และเพาะเลี้ยงสาหร่าย ซึ่งโดยสภาพพื้นที่ไม่อาจอนุญาตให้ประชาชนเข้าทำการเกษตรได้
ซึ่งการกระทำนี้ ผู้กระทำผิดเป็นเจ้าพนักงานสังกัด ส.ป.ก.จังหวัดนครราชสีมา และการจัดสรรที่ดิน ส.ป.ก. อันทุจริตนี้ เป็นเหตุให้ที่ดินของ ส.ป.ก. เสียหายกว่า 600 ไร่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 4 ราย และขอหมายค้น จำนวน 14 จุด จนวันนี้ บก.ปปป.ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช., ป.ป.ท. และได้รับการประสานงานจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษา ได้วางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหา และเข้าค้นจุดต้องสงสัย พร้อมกัน 14 จุด ในเขตพื้นที่ จ.นครราชสีมา อุดรธานี และกรุงเทพมหานคร
ทั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากทีมคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยนายธนดล สุวัณณะฤทธิ์ ที่ปรึกษาฯ เป็นผู้ประสานงานกับเลขาธิการ ส.ป.ก. สนับสนุนข้อมูลที่เป็นประโยชน์จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา และนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
สอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาทุกรายยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา